สถาปนิกวงโคจรกับผู้บัญชาการที่ลืมวิธีหายใจ•ตอนที่ 2

สมการที่ไร้คำตอบ

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
เสียงคำรามต่ำของแรงดันพลาสมาที่กัดกร่อนโลหะผสมไทเทเนียมเกรดทหาร ดังสะท้อนก้องไปถึงกระดูกสันหลัง กลิ่นอายของโอโซนและเศษโลหะไหม้เกรียมคละคลุ้งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่เต็มไปด้วยภาพพิมพ์เขียวโฮโลแกรม คาลอส เวลเลอร์ ไม่ได้ขยับตัวหนี เขาเพียงแต่กวาดสายตาคมกริบผ่านแว่นกรอบบาง มองดูละอองไฟสีฟ้าที่สาดกระเซ็นเข้ามาผ่านรอยประสานของประตูนิรภัย "ดูเหมือนว่า... มีคนพยายามจะเซ็นชื่อคุณลงในประกาศิตประหารชีวิตแล้วล่ะครับ คุณเวลเลอร์" เรนาตา วอล์กเกอร์ กล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น มือเรียวภายใต้ถุงมือยุทธวิธีปลดล็อกสลักปืนพกพลาสมาข้างเอวอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมชาติ สายตาของเธอนิ่งสนิท ไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเย็นชาของนักล่าที่อ่านเกมออกล่วงหน้า คาลอสถอนหายใจเบาๆ เขายังคงยืนพิงโต๊ะทำงาน มือข้างหนึ่งหมุนแหวนโลหะบนนิ้วเล่นอย่างใช้ความคิด ความตายไม่ใช่เรื่องแปลกปลอมสำหรับสถาปนิกที่ออกแบบสถานีอวกาศซึ่งลอยอยู่ท่ามกลางสุญญากาศอันหนาวเหน็บ แต่วิธีการที่ระบบกำลังใช้กำจัดเขานั้น ช่างไร้รสนิยมเสียเหลือเกิน "ความตายราคาถูกเกินกว่าจะเกิดขึ้นในห้องทำงานของผมนะครับ ผู้บัญชาการ" คาลอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มและราบเรียบ ทว่าแฝงกระแสความเย้ยหยันจางๆ "และผมคิดว่า ค่าจ้างของหน่วยจู่โจมชุดนั้น สูงเกินกว่างบประมาณปกติที่สภาอนุมัติเสียด้วยซ้ำ" *เปร้ง!* บานประตูนิรภัยหนาแปดนิ้วยุบตัวลงตามแรงระเบิดระลอกสุดท้าย ก่อนที่ร่างของหน่วยรบไร้สังกัดสามนายในชุดเกราะพรางตัวสีดำสนิทจะพุ่งทะยานเข้ามา พร้อมอาวุธครบมือ ความมืดและควันไฟพรางทัศนียภาพ แต่เรนาตาเร็วกว่า เธอดีดตัวหลบหลังเสาโครงสร้างพร้อมกับลั่นไกสวนกลับไปสองนัดซ้อน เสียงพลาสมาแหวกอากาศกรีดร้องและสะท้อนจนแก้วหูแทบแตก คาลอสไม่ได้ก้มหมอบ เขากลับเอื้อมมือไปกดแผงควบคุมหลักบนโต๊ะทำงานด้วยความนิ่งสงบ พื้นห้องส่วนที่เชื่อมต่อกับระเบียงกระจกจู่ๆ ก็เปิดออก แรงดันอากาศที่แตกต่างกระชากร่างของหน่วยจู่โจมรายแรกให้หลุดลอยออกไปสู่สุญญากาศเบื้องล่างทันที ท่ามกลางเสียงกรีดร้องที่ถูกกลืนหายไปในความว่างเปล่าของอวกาศ การปะทะกินเวลาเพียงไม่ถึงสิบวินาที หน่วยจู่โจมที่เหลืออีกสองนายถูกระงับการเคลื่อนไหวด้วยกระแสไฟฟ้าแรงสูงจากปืนของเรนาตา เธอยืนนิ่งอยู่เหนือร่างที่นอนหมดสติ ปลายกระบอกปืนยังคงมีควันจางๆ พวยพุ่ง "คุณนี่... รับมือกับแขกไม่ได้รับเชิญได้ใจเย็นเกินไปหน่อยนะครับ สถาปนิก" เรนาตาหันมามองชายหนุ่ม แววตาของเธอมีความชื่นชมเจืออยู่ในความระแวดระลึง "ผมแค่ไม่ชอบให้งานออกแบบของผมต้องเปื้อนเลือดที่ไม่ได้มาตรฐานครับ" คาลอสตอบพร้อมกับขยับแว่นเล็กน้อย สายตาคมกริบกวาดมองชิปข้อมูลที่หลุดออกมาจากเครื่องมือสื่อสารของหนึ่งในผู้บุกรุก "แต่ดูเหมือนว่า แขกเหล่านี้จะทิ้ง 'ของขวัญ' เอาไว้ให้เราตรวจสอบความจริงบางอย่าง" ครึ่งชั่วโมงต่อมา บรรยากาศภายในห้องปฏิบัติการลับใต้ดินของกองกำลังรักษาความมั่นคงเงียบสงัดจนได้ยินเสียงฮัมของระบบหล่อความเย็น เครื่องประมวลผลควอนตัมกำลังทำงานอย่างหนักหน่วงเพื่อถอดรหัสชิปข้อมูลที่ยึดมาได้ เรนาต้ายืนกอดอกพิงผนังกระจก มองดูคาลอสที่กำลังนั่งจดจ่ออยู่หน้าจอโฮโลแกรมสามมิติ นิ้วเรียวว่องไวปัดผ่านชุดตัวเลขและแผนผังโครงสร้างทางวิศวกรรมที่ซับซ้อนราวกับงานศิลปะ "ข้อมูลในชิปนั้นไม่ใช่คำสั่งสังหาร" คาลอสเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้นกว่าเดิม "แต่มันคือผังการโยกย้ายงบประมาณ... ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่าแผนการถ่ายเททรัพยากรโครงสร้างหลักของสถานีวงโคจรเฟสที่สามต่างหาก" เรนาตาขยับเข้ามาใกล้ หน้าจอโฮโลแกรมแสดงภาพโครงสร้างของสถานีอวกาศที่คาลอสเป็นผู้ออกแบบ แต่มีจุดสีแดงหลายจุดถูกทำเครื่องหมายไว้ในตำแหน่งที่เป็นจุดอับสายตาทางวิศวกรรม "พื้นที่เสี่ยงเหล่านี้..." เรนาตาพึมพำ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราว "คือจุดที่งบประมาณซ่อมบำรุงถูกเบิกจ่ายออกไปอย่างมหาศาลตลอดสามปีที่ผ่านมา แต่ในความเป็นจริง โครงสร้างเหล่านั้นไม่เคยได้รับการเสริมความแข็งแรงเลย" "ถูกต้องครับ" คาลอสเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาสีเข้มขุ่นมัวด้วยความรู้สึกที่อ่านยาก "มีใครบางคนกำลังใช้ช่องโหว่ทางวิศวกรรมที่ผมออกแบบไว้เพื่อความปลอดภัย... มาแปรเปลี่ยนเป็นช่องทางในการดูดกลืนงบประมาณระดับชาติ และถ้าสถานีนี้เกิดแรงสั่นสะเทือนจากพายุสุริยะในระดับที่คำนวณไว้..." "โครงสร้างทั้งหมดจะพังทลายลงในพริบตา และมันจะถูกป้ายสีว่าเป็นอุบัติเหตุทางธรรมชาติจากความผิดพลาดในการออกแบบของ..." เรนาตากลืนคำพูดที่เหลือลงคอ ความหนาแน่นของความจริงทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันตาเห็น "...ของคุุณ คาลอส เวลเลอร์" นี่ไม่ใช่แค่การคอร์รัปชันทางการเมือง แต่มันคือการฆาตกรรมหมู่บนวงโคจรที่แนบเนียนที่สุดในประวัติศาสตร์รัฐบาลกลาง เรนาตากำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว เธอมองหน้าชายหนุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องนี้โดยไม่รู้ตัว "คุณรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าสถานีนี้มีความผิดปกติ?" เรนาตาถามเสียงต่ำ แววตาสอดค้นหาพิรุธ "ผมเป็นสถาปนิกนะครับ ผู้บัญชาการ" คาลอสตอบด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขเลยแม้แต่น้อย "ผมย่อมรู้ดีว่าเส้นเลือดทุกเส้นในผลงานของผมไหลผ่านที่ไหนบ้าง แต่สิ่งที่ผมไม่รู้... คือใครคือ 'หัวใจ' ที่สั่งการให้เลือดพวกนั้นไหลไปในทิศทางที่สกปรกเช่นนี้" ในขณะที่ทั้งสองกำลังจมอยู่กับการวิเคราะห์ข้อมูลอันดำมืด เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับฉุกเฉินก็ดังขึ้นกะทันหัน แสงไฟสีแดงชาดกะพริบถี่ทั่วห้องปฏิบัติการ หน้าจอโฮโลแกรมหลักดับวูบลงก่อนจะถูกแทนที่ด้วยข้อความแจ้งเตือนจากระบบรักษาความปลอดภัยส่วนกลาง *[คำเตือน: ตรวจพบการเข้าถึงรหัสผ่านระดับสูงสุดจากภายนอก - บัญชีผู้ใช้: 'อดีตผู้อำนวยการโครงการอาณานิคม']* เรนาตาชะביกตัวทันที มือคว้าปืนพกขึ้นมาอีกครั้ง "เป็นไปไม่ได้ ผู้อำนวยการคนนั้นเสียชีวิตในอุบัติเหตุเมื่อห้าปีก่อนพร้อมกับการล่มสลายของสถานีวิจัยลูนาร์-7..." คาลอสไม่ตอบ ทว่าดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี สีหน้าของชายผู้สุขุมมาตลอดพังทลายลงชั่วขณะ เมื่อข้อความถัดมาปรากฏขึ้นบนจอ พร้อมกับภาพวิดีโอวงจรปิดจากห้องควบคุมหลักที่อยู่ถัดไปสามชั้น ภาพบนจอแสดงร่างของชายชราในชุดคลุมสถาปนิกยุคเก่าผู้หนึ่งกำลังยืนหันหลังให้กล้อง เขากำลังกดแป้นพิมพ์ด้วยจังหวะที่คาลอสคุ้นเคยยิ่งกว่าเงาของตัวเอง และเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านระบบสื่อสารส่วนกลาง ก็ทำให้ลมหายใจของสถาปนิกหนุ่มสะดุดกึกทันที "สวัสดีครับ คาลอส... ลูกศิษย์รักของฉัน ดีใจจริงๆ ที่เห็นว่าโครงสร้างความคิดของคุณยังคงแข็งแรงดี แม้ว่าจิตวิญญาณจะเริ่มผุพังไปตามกาลเวลาก็ตาม" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกวงโคจรกับผู้บัญชาการที่ลืมวิธีหายใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%