ด้ายโลหิตทออาภรณ์หวนคืนบัลลังก์แค้น•ตอนที่ 1

กลิ่นอายยาพิษบนอาภรณ์ไหม

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
รสชาติของความตายยังคงติดอยู่ที่ปลายลิ้น... มันมิใช่รสฝาดเฝื่อนของสมุนไพรยาบรรเทาอาการ แต่เป็นกลิ่นคาวสนิมเหล็กเข้มข้นที่คลุ้งกระจายผสมปนเปไปกับกลิ่นหอมหวานเอียนเลี่ยนของกำยานราตรีสวัสดิ์ กลิ่นที่เคยพาหลี่จูหลานดำดิ่งสู่ห้วงนิทราอันยาวนานอย่างไร้ก้นบึ้ง "พระชายาเพคะ ทรงพระราชทานพระเนตรเถิด กลิ่นอายสนธยาเยื้องกรายมาถึงเรือนชั้นในแล้ว หากยังทรงมัวเหม่อลอยอยู่เช่นนี้ เกรงว่าอาภรณ์ปักดิ้นทองลายหงส์ร่อนตัวนี้จะเสร็จไม่ทันรับสั่งของพระสนมเอก..." เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยของลี่อิน นางกำนัลคนสนิทที่ถูกลากตัวไปโบยจนตายตกตามกันในชาติก่อน ดังแว่วลอดผ่านม่านมุ้งแพรต่วนสีชาดเข้ามา ดิฉัน—หลี่จูหลานกะพริบเปลือกตาช้าๆ เพื่อขับไล่ความพร่ามัว ความเย็นเยียบของเนื้อผ้าไหมซาตินที่สวมทับเรือนร่าง คล้ายกำลังกรีดแทะลงบนผิวเนื้อที่เคยถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงแห่งความอัปยศในตำหนักเย็น ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศหักหลังยังคงฝังรากลึกอยู่ในกระดูกดำ แต่ความอบอุ่นของลมหายใจที่พวยพุ่งเข้าออกในยามนี้กลับชัดเจนเสียจนหัวใจดวงที่ด้านชาไปแล้วต้องกระตุกวูบ นี่มิใช่ความฝัน... นางได้ย้อนคืนกลับมาแล้วจริงๆ กลับมาก่อนคืนมหันตภัยที่ตระกูลหลี่ต้องกลายเป็นแพะรับบาปในคดีลอบปลงพระชนม์ และก่อนที่นางจะโง่เขลาเอาชีวิตและจิตวิญญาณไปถวายใส่พานให้แก่บุรุษไร้หัวใจอย่างเซียวอวี้หลาง! "ลี่อิน..." น้ำเสียงของนางแหบพร่าเล็กน้อยยามเอ่ยเอื้อน ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสความเยือกเย็นดุจน้ำค้างแข็งกลางเหมันตฤดูจนนางกำนัลสาวชะงักมือที่กำลังจัดเตรียมเข็มเงิน "บ่าวอยู่นี่เพคะ พระชายามีรับสั่งอันใดหรือเพคะ เหตุใดพระพักตร์จึงซีดเซียวเช่นนี้ ทรงประชวรตรงที่ใดหรือไม่?" ลี่อินรีบวางสะดึงปักผ้าลง คุกเข่าลงข้างตั่งเตียงด้วยความกังวลระคนตกใจ จูหลานมิได้ตอบคำถามทันที นางกวาดสายตามองไปรอบห้องนอนที่คุ้นเคย ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงตั้งอยู่ในตำแหน่งเดิม ภาพวาดภูเขาหิมะบนผนัง แจกันกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ที่ปักกิ่งก้านเหมันต์ และ... หีบไม้จันทน์หอมที่วางอยู่มุมห้อง หีบใบที่ในชาติก่อนบรรจุอาภรณ์ปักลายพิสดาร ซึ่งถูกแอบอساسหยดสารพิษไร้สีไร้กลิ่นลงไป เพื่อให้1ในนางกำนัลทูลฟ้องว่านางมีใจคิดกบฏต่อต้านเบื้องสูง! มุมปากของสตรีผู้ผ่านความตายมาแล้วฉาบด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน รอยยิ้มที่งดงามทว่ากลับเย็นยะเยือกเสียจนลี่อินเผลอตัวสะท้านเฮือกด้วยความหวาดกลัวอย่างไม่มีสาเหตุ "ข้ามิได้เป็นอันใด... เพียงแต่เพิ่งตื่นจากฝันร้ายที่ยาวนานเท่านั้น" จูหลานยันกายลุกขึ้นช้าๆ อาภรณ์เนื้อดีทิ้งตัวลงแนบเนื้อ เรือนผมสีดำขลับยาวสลวยดั่งแพรไหมปรกคล้องอยู่บนลาดไหล่ระหง ท่วงท่าการขยับตัวมีความสง่างามเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรีของสายเลือดตระกูลขุนนางใหญ่ที่ถูกขัดเกลามาอย่างดี "ลี่อิน เจ้าจำกลิ่นของดอกอวี้หลันที่บานสะพรั่งยามค่ำคืนได้หรือไม่? มันช่างหอมหวล... แต่น่าเสียดาย ที่บางครั้งความหอมนั้นมักซ่อนพิษร้ายแรงเอาไว้ภายในกลีบดอกอันบอบบาง" "พระชายาตรัสสิ่งใดกันเพคะ บ่าว... บ่าวไม่เข้าใจ" ลี่อินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง "เจ้าไม่ต้องเข้าใจหريكหรอก เพียงแค่ทำตามที่ข้าสั่งก็พอ" จูหลานปรายตามองสะดึงปักผ้าในมือของนางกำนัล ดวงตาดอกท้อคู่สวยหรี่แคบลงเล็กน้อย ประเมินสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว คืนนี้คือคืนก่อนงานเลี้ยงปักผ้าถวายในวังหลวง เซียวอวี้หลาง—องค์ชายรองผู้ทะเยอทะยาน ย่อมต้องหาทางส่งคนแอบเข้ามาสับเปลี่ยนอาภรณ์ หรือไม่ก็ใส่ร้ายป้ายสีนางด้วยข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกบฏเพื่อใช้ตระกูลหลี่เป็นบันไดไต่เต้าสู่อำนาจ หมากกระดานนี้ถูกเดินไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่น่าเสียดายที่ผู้เล่นฝั่งสีดำในรอบนี้ หาใช่ลูกไก่ในกำมือเช่นชาติก่อนอีกต่อไป "ลี่อิน เจ้าจงหยิบถุงหอมลายมังกรทะยานฟ้าที่ท่านพี่รอง... องค์ชายรองส่งมาให้ข้าเมื่อยามบ่ายมานี่ซิ" ลี่อินรีบพยักหน้ารับคำ แม้จะรู้สึกประหลาดใจที่อยู่ๆ พระชายาก็เรียกขานสวามีด้วยน้ำเสียงห่างเหินไร้เยื่อใยเช่นนั้น นางรีบเดินไปหยิบถุงหอมปักดิ้นเงินประณีตบรรจงจากโต๊ะเครื่องแป้งมาถวาย จูหลานรับถุงหอมนั้นมาถือไว้ในมือสัมผัสเบาๆ นางรู้ดีว่าภายในถุงหอมนี้ไม่ได้บรรจุเพียงสมุนไพรบำรุงครรภ์ตามที่อีกฝ่ายอ้าง หากแต่มีผงพิษ "เหมันต์สลาย" ที่จะค่อยๆ ซึมซับเข้าสู่ผิวหนัง ทำให้สตรีผู้สวมใส่อาภรณ์ที่ผ่านการรมควันจากถุงหอมนี้หมดสติและสิ้นใจลงอย่างเงียบเชียบโดยแพทย์หลวงไม่สามารถตรวจพบร่องรอย ช่างเป็นแผนการที่แยบยลและเลือดเย็นยิ่งนัก! "องค์ชายรองทรงห่วงใยพระชายายิ่งนัก ทรงให้คนนำถุงหอมนี้มาประทานให้ถึงเรือน เพื่อให้พระชายาทรงพระสำราญและบรรเทาความเหนื่อยล้าจากการปักผ้าเพคะ" ลี่อินเอ่ยด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสา จูหลานแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ราบเรียบแต่กลับแฝงไปด้วยเพลิงโทสะที่ถูกกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งของดวงจิต "ห่วงใยอย่างนั้นหรือ... หึ เขารักความตายของข้าต่างหากเล่า" นางสะบัดข้อมือเบาๆ โยนถุงหอมนั้นลงบนโต๊ะเครื่องแป้งดัง "กริ๊บ" ก่อนที่นางจะทันได้เอวาจาใดต่อ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเร่งรีบขององครักษ์ประจำเรือนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือนพัก ตามด้วยเสียงเคาะประตูดังรัวและน้ำเสียงร้อนรนของขันทีประจำตำหนักองค์ชายรอง "พระชายา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! องค์ชายรองทรงมีรับสั่งด่วนให้เชิญเสด็จพระชายาไปยังห้องโถงใหญ่เดี๋ยวนี้!" จูหลานนิ่งงันไปชั่วพริบตา ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มอันตราย มาเร็วกว่าที่คิดเสียจริง... นางหันไปมองเงาสะท้อนของตนเองในกระจกสำริด ดวงตาดอกท้อคู่นั้นไม่มีความตื่นตระหนกหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายแสงสีชาดของหงส์เพลิงที่พร้อมจะกางปีกแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้าให้มอดไหม้เป็นจุล "ลี่อิน เปิดประตู" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจจนนางกำนัลต้องรีบทำตาม "เราจะไปดูซิว่า... ละครฉากใหญ่ที่สวามีผู้แสนดีของข้าจัดเตรียมไว้นั้น สนุกสนานสมกับที่ข้ารอคอยหรือไม่" ในขณะที่หลี่จูหลานก้าวเท้าเดินพ้นธรณีประตูเรือนออกไป ท่ามกลางความมืดมิดของราตรีที่รายล้อมด้วยกลิ่นอายอันตราย นางกลับไม่ได้สังเกตเลยว่า ที่มุมระเบียงชั้นสองของตำหนักฝั่งตรงข้าม ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทของบุรุษผู้หนึ่งกำลังยืนกอดอกพิงเสาไม้จันทน์ สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีจ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของนางผ่านความมืด พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก "น่าสนใจยิ่งนัก..." เซียวอวี้เจ๋อ องค์ชายสามผู้ถูกเนรเทศและซ่อนตัวอยู่ในเงามืด เอ่ยพึมพำกับความว่างเปล่า ขณะที่ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนด้ามกระบี่ประจำกายเบาๆ "สตรีผู้นี้... เหตุใดจึงมีแววตาของคนตายที่ปีนกลับขึ้นมาจากขุมนรกเช่นนั้นกัน?" .................................................................. ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและทวงคืนความแค้นไปพร้อมกับจูหลานนะคะ ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ หงส์เพลิงหวนคืนรักรี้ดทุกคนค่ะ!
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ด้ายโลหิตทออาภรณ์หวนคืนบัลลังก์แค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%