“ถ้าคุณคิดว่าเช็คเงินสดใบนั้นจะซื้อจิตวิญญาณของที่นี่ได้ คุณคงประเมินค่าของ ‘ความสุข’ ต่ำไปหน่อยนะคะ”
รินวางถาดไม้ที่บรรจุ ‘ทาร์ตสตรอว์เบอร์รีป่าหมอกม่วง’ ลงบนโต๊ะไม้โอ๊คเก่าแก่ กลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวฟุ้งกระจายตัดกับบรรยากาศเคร่งเครียดในร้าน เสียงของเธอราบเรียบ หากทว่าแฝงด้วยกระแสความเย็นเยียบที่ทำให้ชายในชุดสูทราคาแพงที่นั่งฝั่งตรงข้ามถึงกับชะงัก
ผู้บริหารระดับสูงจากกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่กวาดสายตามองไปรอบคาเฟ่ที่ตอนนี้แน่นขนัดไปด้วยลูกค้าจากทุกเผ่าพันธุ์ ทั้งเงือกที่กำลังจิบลาเต้กุหลาบ ออร์คที่ละเลียดทานสโคนอย่างทะนุถนอม และชาวเมืองที่ร่วมกันป้องปรามไม่ให้คนของเขาก้าวเข้ามาวุ่นวายในพื้นที่เขตชุมชนแห่งนี้
“คุณริน คุณกำลังทำให้ตัวเองเสียโอกาสทอง” ชายคนนั้นแค่นยิ้มที่มุมปาก “ที่ดินตรงนี้มีค่ามากกว่าแค่ที่ตั้งร้านขนมหวานโทรมๆ คุณกำลังเลือกเส้นทางที่นำไปสู่จุดจบที่ไร้ทางออก”
“จุดจบเหรอคะ?” รินเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะผายมือไปทางกลุ่มลูกค้าที่กำลังส่งยิ้มให้กัน “สิ่งที่คุณเห็นอยู่นี่คือ ‘ปาฏิหาริย์’ ที่เกิดจากความตั้งใจค่ะ ไม่ใช่ผลกำไรในกระดาษที่คุณถืออยู่”
“เหลวไหล!” เขากระแทกมือลงกับโต๊ะจนถ้วยกาแฟดริปสั่นไหว ลูเมนที่แอบฟังอยู่บนชั้นวางขวดโหลเครื่องเทศถึงกับพองตัวจนกลายเป็นสีแดงจัด “คุณน่ะมันก็แค่นักโทษจากอดีตที่หนีมาซ่อนตัวในป่า ถ้าเรื่อง ‘ความผิดพลาด’ ของคุณในงานประมูลครั้งนั้นถูกแฉออกมา คิดว่าคนพวกนี้จะยังมองคุณด้วยสายตาชื่นชมแบบนี้อยู่ไหม?”
หัวใจของรินกระตุกวูบ เธอรู้สึกเหมือนลมหายใจหายไปจากปอดชั่วขณะ ปมในอดีตที่เธอพยายามฝังกลบด้วยแป้งสาลีและเนยสดกำลังถูกขุดขึ้นมาซ้ำเติม แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ตอบโต้ เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น ไม่ใช่เสียงจากแขกทั่วไป แต่เป็นเสียงฮึดฮัดของชาวบ้านกลุ่มใหญ่ที่นำโดยพ่อค้าอาวุธเก่าแก่และหัวหน้าเผ่าเอลฟ์ในละแวกนี้
“พวกเราไม่ได้มาเพื่อซื้อขนมวันนี้” หัวหน้าเผ่าเอลฟ์เอ่ยเสียงกังวาน สายตาของเขามองไปยังกลุ่มทุนด้วยความรังเกียจ “เรามาเพื่อบอกว่า ที่ดินผืนนี้มีเจ้าของคือ ‘จิตวิญญาณของชุมชน’ ไม่ใช่กลุ่มคนจากในเมืองที่จะเข้ามาฉกฉวยผลประโยชน์แล้วจากไป”
ความเงียบเข้าปกคลุมร้าน กลิ่นกาแฟคั่วบดที่อบอวลอยู่เริ่มเปลี่ยนเป็นความกดดันที่ทำให้กลุ่มทุนต้องถอยร่น รินมองเห็นความลังเลในแววตาของผู้บริหารคนนั้น เขาไม่ได้แพ้ให้กับเธอเพียงคนเดียว แต่เขาแพ้ให้กับ ‘พลังใจ’ ของคนที่เห็นค่าของสิ่งเล็กน้อยที่เธอสร้างขึ้น
“ถ้ายังไม่อยากให้เรื่องนี้กลายเป็นข่าวฉาวเรื่องการคุกคามชุมชน ก็เชิญออกไปเถอะค่ะ” รินเอ่ยพร้อมรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ “และช่วยเก็บเช็คใบนั้นไปด้วย เพราะที่นี่... ไม่มีอะไรที่คุณจะซื้อได้อีกแล้ว”
ชายคนนั้นหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด เขาคว้าเช็คใบนั้นขึ้นมา กระแทกเท้าเดินออกไปจากร้านโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย เสียงฮือฮาด้วยความโล่งใจดังขึ้นทั่วคาเฟ่ รินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ มือของเธอสั่นเทาเล็กน้อย ลูเมนบินลงมาเกาะที่ไหล่แล้วใช้ใบไม้เล็กๆ ลูบแก้มเธอเบาๆ เพื่อปลอบประโลม
“ริน... เธอชนะแล้วนะ ไม่ต้องกลัวแล้ว” ภูติน้อยกระซิบข้างหู
ทว่า รินกลับไม่ได้รู้สึกถึงชัยชนะที่สมบูรณ์แบบ ความเงียบงันเริ่มกลับมาอีกครั้งเมื่อลูกค้าทยอยกลับออกไป ทิ้งไว้เพียงแสงอาทิตย์ยามเย็นที่สาดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ เธอเดินไปปิดประตูร้าน ทันใดนั้น ร่างเงาสูงโปร่งที่คุ้นตาในชุดสูทสีเทาเข้มกลับยืนตระหง่านอยู่ที่มุมถนนฝั่งตรงข้าม เขาสวมหน้ากากครึ่งหน้าและถือซองเอกสารสีน้ำตาลไว้ในมือ
รินมองผ่านกระจกด้วยความไม่เข้าใจ และก่อนที่เธอจะทันได้ตั้งตัว ชายคนนั้นก็ก้าวเข้ามาใกล้ประตูร้าน พร้อมกับยื่นนามบัตรที่ขอบทองประดับตราสัญลักษณ์ที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี—ตราสัญลักษณ์ของสมาคมเชฟนานาชาติที่เธอเคยถูกขับไล่ออกมา
เขาวางเอกสารลงบนโต๊ะข้างประตูก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “คุณอาจจะชนะกลุ่มทุนที่เห็นแก่เงินได้ แต่นี่คือหมายศาลที่คุณหลีกหนีไม่ได้อีกต่อไป... อดีตคู่แข่งของคุณต้องการทวงคืนทุกอย่างที่คุณเคยขโมยไป”
รินหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นชื่อที่ประทับอยู่บนหัวกระดาษ—ชื่อของคนที่เธอคิดว่าตายไปแล้วในอุบัติเหตุเมื่อห้าปีก่อน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของคาเฟ่แห่งนี้นะคะ
คาเฟ่ปาฏิหาริย์ปลายภพ: ส่งกลิ่นหอมกรุ่นอุ่นหัวใจข้ามมิติ•ตอนที่ 31
ชัยชนะของความสุขที่แท้จริง
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่ปาฏิหาริย์ปลายภพ: ส่งกลิ่นหอมกรุ่นอุ่นหัวใจข้ามมิติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!