ทายาทตระกูลอิศรากับทนายสาวผู้ไม่ก้มหัวให้ใคร•ตอนที่ 1

เงาแห่งการแต่งงานไร้รัก

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
เสียงของกระจกคริสตัลเจียระไนที่กระทบกันดังเพล้ง! บนพื้นหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลีไม่ได้ทำให้ร่างสูงสง่าของคณิน อิศรา สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีคู่นั้นยังคงจดจ้องมองเอกสารทางกฎหมายตรงหน้าด้วยความเย็นชา ราวกับสิ่งที่เพิ่งแตกสลายลงไปเมื่อครู่ไม่ใช่ความพยายามตลอดสามปีที่ผ่านมา แต่เป็นเพียงเศษฝุ่นผงไร้ค่า "คุณคิดว่าใบหย่าฉบับนี้ จะแลกกับอิสรภาพที่คุณโหยหานักได้จริงๆ หรือ มัญชิการ์" เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมานั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและรAวดร้าวในคราเดียวกัน คณินไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาตามกฎหมาย ผู้หญิงที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเขาด้วยชุดราตรีสีดำสนิท ราวกับกำลังไว้ทุกข์ให้กับความตายของชีวิตคู่ของเราทั้งสองคน มัญชิการ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก เธอยืดกายขึ้นตรงอย่างสง่างาม ทนายความสาวผู้ผ่านคดีความใหญ่โตมานักต่อนัก ปราดเปรื่องและไม่เคยหวาดหวั่นต่ออำนาจเงินตราใดๆ ในโลก ปัจจุบันกำลังยืนหยัดอยู่บนเรียวขาของตนเองด้วยหัวใจที่ด้านชาจนไร้รอยแผล "มันไม่ใช่แค่ใบหย่าค่ะคุณคณิน แต่มันคือเครื่องเตือนใจว่าความโง่เขลาของฉันได้สิ้นสุดลงแล้ว สามปีที่คุณปล่อยให้ฉันเป็นเพียงภาพประดับในคฤหาสน์อิศรา สามปีที่คุณใช้ความเงียบงันและสายตาดูแคลนเหยียบย่ำศักดิ์ศรี... พอทีค่ะ ฉันเหนื่อยเกินกว่าจะวิ่งไล่จับเงาของสามีที่ไม่เคยมีหัวใจให้กันอีกต่อไปแล้ว" คำพูดนั้นบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของคณิน ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของทายาทมหาเศรษฐีผู้ไม่เคยต้องก้มหัวให้ใคร เขาคือกฎเกณฑ์ เขาคืออำนาจ และผู้หญิงคนนี้เป็นเพียงคนเดียวที่กล้าอาจหาญท้าทายอำนาจนั้น คืนนี้คือวันครบรอบแต่งงานปีที่สาม... ค่ำคืนที่ควรจะเป็นดินเนอร์หรูหราใต้แสงเทียน กลับกลายเป็นสนามประลองที่เต็มไปด้วยเศษซากความร้าวฉาน คณินก้าวเท้าเข้าไปประชิดร่างบางอย่างคุกคาม กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นไวน์จางๆ ลอยเข้าแตะนาสิก มัญชิการ์ถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องกระจกเย็นเฉียบ แต่ทว่าแววตาคู่สวยที่มองเขากลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความแข็งกร้าวที่ท้าทาย "คุณกล้ามากนะมัญช์ ที่กล้าทิ้งผม" คณินโน้มใบหน้าลงมาจนชิด ลมหายใจอุ่นร้อนปัดป่าวอยู่ที่ข้างแก้มเนียนนุ่ม สัมผัสที่ใกล้ชิดนี้เคยเป็นสิ่งที่มัญชิการ์โหยหาจนแทบขาดใจ แต่ในยามนี้มันกลับสร้างความสะท้านสะเทือนที่เธอต้องรีบผลักไส "ปล่อยค่ะ! อย่ามาแตะต้องตัวฉันด้วยมือคู่นี้" เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด พยายามใช้สองมือดันแผงอกกว้างเอาไว้ แต่มีหรือที่เรียวแรงของผู้หญิงจะต้านทานแรงมหาศาลของบุรุษเพศได้ คณินรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย ดวงตาคมปลาบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริกด้วยความโกรธ ก่อนที่ความอดทนเส้นสุดท้ายในตัวเขาจะขาดผึ่งลง ความหมางเมินที่สะสมมานานนับปีระเบิดออกเป็นเปลวเพลิงแห่งความเร่าร้อนและบ้าคลั่ง คณินก้มลงบดริมฝีปากลงบนเรียวปากนุ่มของเธออย่างไร้ความปรานี จูบนั้นทั้งดิบเถื่อน ดุดัน และเรียกร้อง ราวกับต้องการลงทัณฑ์หญิงสาวที่กล้าอาจหาญปฏิเสธเขา มัญชิการ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอดิ้นรนสุดแรงเกิด พยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสวาบหวามที่ปลุกเร้าไฟในกายให้ลุกโชนขึ้นอย่างน่าละอาย "อื้อ... ปล่อย... ปล่อยนะ!" เสียงททท้วงของเธอถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานล้ำที่เขาเคยเมินเฉยมาตลอด รสจูบที่ทั้งเจ็บปวดและโหยหาผสานกันจนกลายเป็นความเร่าร้อนที่แผดเผาประสาทสัมผัส มือหนาที่เคยว่างเว้นจากการโอบกอด เริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดราตรีสีดำอย่างถือวิสาสะ ความคุ้นเคยในเรือนร่างของกันและกันปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนให้ตื่นขึ้น มัญชิการ์รู้สึกราวกับโลกหมุนควอน สติสัมปชัญญะของเธอเริ่มพร่าเลือนเมื่อเรียวปากของเขาไล่ต่ำลงมาซุกไซร้ที่ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มสร้างรอยกุหลาบสีเข้มเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเอาแต่ใจ ลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่ประสานกันเป็นจังหวะเดียวกับเสียงหัวใจที่เต้นรำด้วยความโกรธเกรี้ยวและเสน่หา มือแกร่งปลดรูดซิปชุดราตรีด้านหลังลงอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่สะท้อนกับแสงไฟสลัวในห้องทำงานส่วนตัว แม้สมองจะร่ำร้องให้ขัดขืน แต่ร่างกายทรยศกลับตอบสนองสัมผัสอันช่ำชองนั้นอย่างน่าเจ็บใจ ความโหยหาในอดีตที่ถูกกดทับไว้ระเบิดออกมาในค่ำคืนแห่งการอำลา คณินประคองร่างอ่อนระทวยของเธอลงบนโซฟาหนังแท้ตัวยาว น้ำหนักกายที่ทาบทับลงมาทำให้มัญชิการ์แทบหายใจไม่ออก ทว่าความลึกซึ้งที่เกิดขึ้นในวินาทีนั้นกลับเต็มไปด้วยความร้าวรานและความต้องการที่จะครอบครองและทำลายล้างกันและกันให้แหลกคามือ ความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่ที่ยินยอมพร้อมใจแต่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและรอยแผลเป็น ดำเนินไปท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนอันโหดร้าย รสชาติของความสุขสมผสมปนเปไปกับความเจ็บปวดจนแยกไม่ออกว่าสิ่งใดจริงหรือลวง คณินกอดรัดร่างบางไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปในอากาศ หากแต่เมื่อบทเพลงรักอันร้อนแรงจบลง ความเงียบงันอันน่าอึดอัดก็เข้าปกคลุมอีกครา มัญชิการ์รีบดึงเสื้อผ้าเข้าหาตัว หยาดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ไหลรินลงอาบแก้มเงียบๆ เธอหยิบเอกสารใบหย่าที่ยับยู่ยี่ขึ้นมา วางมันลงบนโต๊ะทำงานต่อหน้าเขาด้วยมือที่สั่นเทา "จำไว้ค่ะคุณคณิน... ร่างกายนี้ คุณอาจจะใช้อำนาจกักขังมันไว้ได้ในคืนนี้ แต่หัวใจของฉัน... มันตายไปจากคุณตั้งแต่วินาทีที่คุณเลือกที่จะไม่แยแสฉันแล้วค่ะ" เธอหมุนตัวเตรียมก้าวเดินออกจากห้องนั้น ทว่าเสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ประตูห้องทำงานเปิดผางออกพร้อมกับร่างของธนภัทร เพื่อนสนิทและทนายร่วมสำนักงานที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "มัญช์! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... เด็กที่บ้านพักรับรอง... ลูกของคุณ... ถูกคนของตระกูลอิศราพาตัวไป!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับรสชาติแห่งความเจ็บปวดและการเอาคืนอันแสนเร่าร้อนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ * * *
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลอิศรากับทนายสาวผู้ไม่ก้มหัวให้ใคร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%