กับดักรักซ่อนปมปริศนา•ตอนที่ 29

เส้นขนานที่บรรจบ

ผลงานโดย พยานปากเอก
เสียงฝีเท้าคู่โขกลงบนพื้นพรมราคาแพงด้วยจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับเป็นเข็มนาฬิกาแห่งความตายที่กำลังเดินหน้าเข้าสู่ช่วงเวลาชี้ชะตา ดวงตาของผมหรี่ลงทันทีก่อนจะหันขวับไปมองที่หน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ที่สะท้อนเงาความมืดมิดของค่ำคืนภายนอก ขณะที่เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งกำลังดังขึ้นเรื่อยๆ จากทางเดินด้านนอกสำนักงาน—มุ่งตรงมาที่ประตูห้องนี้อย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย ทว่า สิ่งที่สะท้อนอยู่ในเงากระจกนั้น ไม่ได้มีแค่ความมืดของรัตติกาล ร่างเพรียวบางในชุดสูทสีชาโคลของลีลานายืนนิ่งอยู่เบื้องหลังผม ไหล่ของเธอผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับความตึงเครียดเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน มือเรียวไม่ได้กุมด้ามปากกาหรือแฟ้มเอกสารคดีฆาตกรรมที่พวกเราเพิ่งร่วมกันเผาทำลายหลักฐานเท็จเพื่อความยุติธรรมอีกต่อไป แต่เธอกำลังถือแก้วกาแฟอุ่นๆ สองใบ กลิ่นหอมกรุ่นของคาเฟอีนเคล้าคลอไปกับกลิ่นไอฟนฝนที่ซัดสาดเข้ามาทางระเบียงก่อนหน้า ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง—สั้นกระชับ และเด็ดขาด "ดูเหมือนว่าแขกยามวิกาลของเราจะตรงต่อเวลาเสียยิ่งกว่าหมายศาลเสียอีกนะครับ ท่านทนายความ" ผมเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเจือรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ทว่าสายตายังคงจับจ้องไปที่บานประตูไม้สักทอง "ถ้ามันเป็นหมายศาลจริงๆ คุณคงไม่ต้องมานั่งทำหน้าเครียดอยู่ตรงนี้หรอกครับ อัยการคณิน" ลีลานาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น เธอก้าวเท้าเดินเข้ามาเคียงข้างผมอย่างเป็นธรรมชาติ ระยะห่างระหว่างเราในตอนนี้ไม่ใช่เส้นแบ่งเขตระหว่างโจทก์และจำเลย หรือแม้แต่คู่ปรับในศาลอีกต่อไป แต่มันคือพื้นที่ปลอดภัยที่ถูกถักทอขึ้นจากความลับที่เราต่างกุมไว้ร่วมกัน ผมไม่ได้เอ่ยปากห้าม เปล่อยให้เธอเป็นผู้เดินไปหมุนลูกบิดประตูด้วยมือของเธอเอง แกร็ก... บานประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปรดของสารวัตรภาคภูมิ นายตำรวจผู้กุมกุญแจดอกสุดท้ายของคดีนี้ สีหน้าของเขาอิดโรย แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายแห่งชัยชนะ มือขวาซ่อนบางสิ่งไว้ด้านหลังเสื้อแจ็คเก็ตหนัง "ผมคิดว่าพวกคุณคงยังไม่ได้นอน" สารวัตรภาคภูมิกล่าวด้วยเสียงแหบพร่า ก่อนจะก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตห้องทำงาน พร้อมกับเหวี่ยงซองเอกสารสีน้ำตาลหนาปึกกลิ้งลงบนโต๊ะทำงานกระจกเสียงดังทึบ ผมหันกลับไปมองเอกสารแผ่นนั้น ชำเลืองมองลีลานาเล็กน้อย เธอนิ่งเงียบ ทว่าแววตาคู่คมกริบนั้นกำลังคำนวณความเป็นไปได้ทั้งหมดภายในเสี้ยววินาที "นี่คืออะไรครับ สารวัตร" ผมถาม น้ำเสียงเรียบสนิทราวกับผิวน้ำในยามไร้ลม "มันคือหลักฐานตัวจริงที่อธิบดีกรมพละต้องการทำลายทิ้งตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน... และเป็นสิ่งเดียวที่จะลากคอมหาเศรษฐีตระกูลวรกุลเข้าตารางได้โดยไม่มีข้อแม้" สารวัตรภาคภูมิยิ้มหยัน พลางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังฝั่งตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ "ผมเอาชีวิตไปเสี่ยงมาเพื่อสิ่งนี้... และพวกคุณสองคน ก็คือคนที่ผมเลือกจะเดิมพันด้วย" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ทว่าบรรยากาศกลับอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันมหาศาล เอกสารในซองสีน้ำตาลนั้นคือหลักฐานที่สามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้ แต่มันก็พร้อมจะบดขยี้อนาคตของพวกเราทุกคนให้แหลقคามือเช่นกัน หากก้าวเดินผิดแม้แต่ก้าวเดียว ลีลานาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวล เสียงกระทบเบาๆ ทำลายความเงียบงัน เธอยื่นมือเรียวออกไปแตะที่มุมซองเอกสารนั้นอย่างถือสิทธิ์ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาผม ชั่วขณะนั้น ผมอ่านความนัยในดวงตาคู่นั้นออกอย่างทะลุปรุโปร่ง—เราจะไม่ถอยหลังกลับอีกแล้ว "คุณเชื่อใจเขาไหม... คิน" เธอเอמהชื่อเล่นของผมเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน น้ำเสียงนั้นแผ่วเบา ทว่ามั่นคงอย่างยิ่งยวด ผมหันไปสบตาเธอ รอยยิ้มที่มุมปากจางหายไป เหลือเพียงความจริงจังที่สะท้อนผ่านแววตาคมกริบของอัยการหนุ่มผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ ผมเอื้อมมือไปทาบทับมือของเธอที่วางอยู่บนซองเอกสาร ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอส่งผ่านความรู้สึกนึกคิดที่ประสานเป็นหนึ่งเดียว "ผมไม่เคยเชื่อใจใครในวงการนี้... ยกเว้นคุณครับ, ลีลา" ผมตอบเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "และเพราะเป็นคุณ... เราจึงไม่มีวันแพ้" ลีลานานิ่งงันไปชั่วขณะ แก้มเนียนใสขึ้นสีระเรื่อจางๆ ทว่าเธอไม่ได้ชักมือกลับ เธอกลับเป็นฝ่ายกระชับมือผมแน่นขึ้น เป็นการยืนยันคำตอบที่ทรงพลังยิ่งกว่าถ้อยคำทางกฎหมายใดๆ บนโลกใบนี้ เส้นขนานที่เคยวิ่งสวนทางกันด้วยอุดมการณ์อันแข็งกร้าว บัดนี้ได้หักเหเข้าหากันจนสนิทแน่น กลายเป็นเส้นตรงสายเดียวที่พุ่งตรงสู่อิสรภาพและความยุติธรรมที่แท้จริง ผมละสายตาจากเธอ หันไปพยักหน้ารับสารวัตรภาคภูมิ ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงซองเอกสารสีน้ำตาลนั้นเข้ามาหาตัว พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ปิดตายทางหนีทีไล่ของศัตรูทั้งหมด "เปิดมันออกมาดูซิครับ... ว่าเกมนี้ ใครกันแน่ที่จะต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้" นิ้วเรียวของผมกำลังจะเกี่ยวลิ้นซองเอกสารให้เปิดออก ทว่าจังหวะนั้นเอง... ไฟนีออนบนเพดานห้องทำงานก็กะพริบวูบไหวติดต่อกันสามครั้ง ก่อนจะดับสนิทลงพร้อมกันทั้งชั้น! ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งในห้องชั่วพริบตา มีเพียงแสงไฟนีออนจากตึกสูงฝั่งตรงข้ามที่สาดส่องเข้ามาผ่านกระจกใส เผยให้เห็นเงาดำทะมึนสายหนึ่งที่ยืนขวางอยู่ที่ประตูห้อง—พร้อมกับเสียงกระซิบเย็นเยียบที่ดังขึ้นจากความมืด "เสียใจด้วยนะ... อัยการคณิน ทนายลีลานา เอกสารชิ้นนั้น เป็นของปลอมครับ" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กับตัวละครสีเทาทั้งสองดวงนี้มาจนถึงบทรองสุดท้ายด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนปมปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%