“ถ้าแฟ้มนี้มันสะอาดบริสุทธิ์จริง ป่านนี้คงไปนอนสงบอยู่บนโต๊ะอัยการสูงสุด ไม่ใช่ถูกโยนมาให้ทนายตกอับอย่างฉันเขี่ยเล่นแก้เบื่อหรอกค่ะคุณเลขาฯ”
ลินินกระแทกแฟ้มหนังสีดำสนิทลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส เสียงทึบหนักหน่วงสะท้อนก้องห้องทำงานส่วนตัวที่ตกแต่งด้วยโทนสีเข้ม ปลายเล็บที่เคลือบเจลสีแดงก่ำเคาะเป็นจังหวะบนสันปกที่มีตราประทับสีแดงฉานคำว่า *‘ความลับสูงสุด’* ตัวอักษรเอียงลาดนั่นบาดตาเสียจนคนมองรู้สึกแสบผิว
เลขาฯ สาวหน้าซีดเผือด กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ก่อนจะถอยหลังกรูดไปหนึ่งก้าว “ท่านประธานสำนักงานส่งมาโดยตรงค่ะคุณลินิน... เขาบอกว่าคดีฆาตกรรมตระกูลดังเมื่อสามปีก่อน กำลังจะหมดอายุความในอีกเจ็ดวันข้างหน้า และ... และมีแค่คุณเท่านั้นที่กล้าพอจะรับมัน”
“กล้า หรือบ้ากันแน่” ลินินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาแฟชั่นฉายแววเย้ยหยัน เธอกวาดตามองหน้ากระดาษเอกสารคดีฆาตกรรมปิดตายบนคฤหาสน์ตระกูลจิระกุล ที่อัยการสั่งไม่ฟ้องด้วยเหตุผลว่า ‘หลักฐานไม่เพียงพอ’ แต่กลิ่นอายความเน่าเฟะของอำนาจเงินกลับลอยคละคลุ้งออกมาจากตัวอักษรทุกบรรทัด
ความผิดพลาดจากคดีแรกในอดีตยังคงฝังรากลึกอยู่ในอก มันคือแผลเป็นที่คอยเตือนใจว่าระบบยุติธรรมนี้มันเน่าเฟะแค่ไหน แต่ยิ่งระบบมันห่วยแตกเท่าไหร่ เปลวไฟแห่งความท้าทายในตัวทนายสาวอย่างเธอก็ยิ่งโหมกระพือแรงขึ้นเท่านั้น
“ออกไปได้แล้วค่ะ แล้วก็สั่งห้ามใครมารบกวนฉันจนกว่าจะถึงเวลาค่ำ” ลินินออกคำสั่งเสียงเรียบแต่เฉียบขาด ไล่เลขาฯ ออกจากห้องไปอย่างไร้เยื่อใย
ทว่าความเงียบสงบในห้องทำงานยังไม่ทันได้โอบกอดเธอนานเท่าไหร่ เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าก็ดังขึ้นสามครั้งแบบไม่เกรงใจเจ้าของบ้าน ตามมาด้วยบานประตูที่ถูกผลักเปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะ
ร่างสูงโปรดในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มก้าวเข้ามาอย่างมั่นใจ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นฝนจางๆ ลอยมาแตะจมูกก่อนที่เจ้าตัวจะหย่อนกายลงนั่งไขว่ห้างบนโซฟาหนังฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ดวงตาคมกริบภายใต้ขนตางอนงามคู่นั้นมองตรงมาที่ลินินด้วยรอยยิ้มมุมปากที่น่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก
“ทนายฝีปากกล้าแห่งปี... สภาพดูยับเยินกว่าที่คิดนะคะเนี่ย”
น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงความเย้ยหยันแบบฉบับของ ‘รินรดา’ นักสืบเอกชนสาวอิสระผู้กุมความลับครึ่งเมืองเอาไว้ในมือ ทำให้ลินินต้องตวัดสายตากลับไปมองด้วยความหงุดหงิดทันที
“คุณเข้ามาในห้องฉันได้ยังไง รินรดา! ที่นี่สำนักงานกฎหมาย ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่คุณจะเดินเข้าออกตามอำเภอใจ!” ลินินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือเรียวเท้าสะเอว จ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาดุดลาน
“ประตูไม่ได้ล็อก และที่สำคัญ...” รินรดาไหวไหล่เบาๆ ก่อนจะหยิบบัตรสมาร์ทการ์ดสีดำพาดไว้บนปลายนิ้ว “ฉันมีคีย์การ์ดสำรองที่ท่านประธานส่งให้... แปลว่าฉันมีสิทธิ์นั่งตรงนี้มากกว่าคุณเสียอีกค่ะ คุณทนาย”
“คุณ!” ลินินกัดฟันกรอด ความซุนและกวนประสาทของอีกฝ่ายทำให้เลือดในกายสูบฉีดพล่าน เธอเกลียดรอยยิ้มเย็นชาบนใบหน้านั้นเกลียดท่าทางเย่อหยิ่งที่เหมือนรู้ทันเธอไปเสียทุกเรื่อง ตั้งแต่รู้จักกันมา ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยทำให้เธอรู้สึกสงบสุขได้เลยสักวินาทีเดียว
“หยุดทำหน้าเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อฉันสักทีเถอะค่ะ” รินรดาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกวางบนเข่า ประสานมือเข้าหากัน สายตาคมกริบเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาจนน่าใจหาย “แฟ้มในมือคุณ... มันไม่ใช่แค่คดีฆาตกรรมธรรมดา แต่เป็นตั๋วเดินทางเที่ยวเดียวลงนรก”
ลินินชะงักไปเล็กน้อย แต่ยังคงเชิดหน้าขึ้นสูง “กลัวเหรอคะ? ถึงได้วิ่งแจ้นมาหาฉันถึงที่นี่”
“เปล่าเลย...” รินรดาลุกขึ้นยืน ช้าๆ ก้าวเท้าเข้าหาโต๊ะทำงานทีละก้าว จนกระทั่งระยะห่างระหว่างพวกเธอลดลงเหลือเพียงแค่โต๊ะกระจกคั่นกลาง “ฉันแค่มารubเตือนในฐานะ ‘คนเตือนสติ’ ว่าถ้าคุณยังดึงดันจะรื้อคดีนี้ขึ้นมา คนที่จะไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันจะไม่ใช่ฆาตกรตัวจริง... แต่จะเป็นตัวคุณเอง”
“ถ้าฉันกลัวตาย ฉันคงไม่มานั่งอยู่ตรงนี้หรอกค่ะ” ลินินก้าวเข้าไปประชิดขอบโต๊ะฝั่งตรงข้ามบ้าง ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ใกล้เสียจนได้ยินเสียงลมหายใจ รินรดาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมไหววับเป็นประกายแปลกประหลาดเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่ดื้อรั้นและไม่ยอมก้มหัวให้ใครของทนายสาว
“ดื้อด้าน... สิ้นดี” รินรดากระซิบเสียงพร่า แววตาคมกริบฉายแววความกังวลที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชาอย่างแนบเนียน “คุณไม่รู้หรอกว่าคนพวกนั้นมันเหี้ยมอำมหิตแค่ไหน ลินิน”
“แล้วคุณล่ะ รู้ดีนักหรือไง?” ลินินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความท้าทาย “หรือว่าคุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ด้วย ถึงได้พยายามวิ่งเต้นขัดขวางฉันทุกวิถีทางแบบนี้?”
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันตาเห็น รินรดานิ่งเงบไป ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความนิ่งงึมที่อ่านไม่ออก
ก่อนที่รินรดาจะทันได้อ้าปากตอบโต้ เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของลินินก็แผדเสียงกรีดร้องแหลมสูงทำลายความเงียบขึ้นเสียก่อน
ลินินละสายตาจากใบหน้าคมคายของนักสืบสาวอย่างไม่เต็มใจนัก เธอยื่นมือไปหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏว่าเป็นเบอร์แปลกที่ไม่แสดงตัวตน
“ฮัลโหลค่ะ” ลินินกรอกเสียงรับด้วยความหงุดหงิด
*“คุณทนาย... ถ้าไม่อยากให้แฟ้มคดีบนโต๊ะของคุณกลายเป็นใบมรณบัตรของตัวเองและคนใกล้ตัว... จงหยุดเสือกซะ!”* ปลายสายเป็นเสียงดัดแปลงทุ้มต่ำที่ฟังไม่ออกว่าเป็นชายหรือหญิง ก่อนที่สายจะตัดไปอย่างไร้เยื่อใย
ลินินขมวดคิ้วแน่น เธอหันกลับไปมองรินรดาที่ยืนอยู่ตรงหน้า ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยปากพูดอะไร รินรดากลับคว้าข้อมือของเธอไว้ด้วยความเร็วจนน่าตกใจ แรงบีบที่แน่นหนาทำให้ลินินต้องนิ่วหน้า
“เกิดอะไรขึ้น?” รินรดาถามเสียงเครียด
“มีคนโทรมาขู่...” ลินินยังไม่ทันพูดจบประโยค
*ปัง!*
เสียงกระจกหน้าต่างห้องทำงานฝั่งระเบียงแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ แรงกระแทกมหาศาลทำให้เศษแก้วคมกริบปลิวว่อนไปทั่วห้อง พร้อมกับรูกระสุนปริศนาที่เจาะทะลุกำแพงด้านหลังไปอย่างเฉียดฉิว!
“หมอบลง!” รินรดาไม่รอช้า เธอพุ่งเข้าชาร์จร่างของลินินเต็มแรง ผลักทนายสาวให้ล้มลงไปหลบหลังโต๊ะทำงานด้วยกัน น้ำหนักตัวของนักสืบสาวทาบทับลงมาปกป้องร่างของเธอไว้มิดชิด กลิ่นวานิลลาจางๆ ปะปนกับกลิ่นดินปืนลอยคละคลุ้งในอากาศ
หัวใจของลินินเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัวต่อกระสุนนัดนั้น แต่เป็นเพราะสัมผัสแนบชิดและลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอของคนด้านบน
รินรดาตรึงร่างของเธอไว้กับพื้นเย็นเฉียบ ปลายจมูกโด่งรั้นอยู่ห่างจากแก้มของเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร สายตาคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่ถูกซ่อนไว้ใต้ความดุดัน
“บอกแล้วใช่ไหมคะ...” เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมหูของลินิน ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองคนเต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน “ว่าเกมนี้... มันอันตรายเกินกว่าที่คุณจะเล่นคนเดียว”
—โปรดติดตามตอนต่อไป—
ขอบคุณที่แวะมาอ่านผลงานชิ้นนี้นะคะ รีดเดอร์ที่น่ารักของโรสแมรี่พิษทุกคนเตรียมใจรับความแซ่บและปมร้อนระอุในตอนหน้ากันไว้ได้เลยค่ะ! ❤️
ทนายสายวีนกับพยานปากแข็งในคดีปิดตาย•ตอนที่ 1
แฟ้มคดีที่ไม่ได้รับเชิญ
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสายวีนกับพยานปากแข็งในคดีปิดตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
