ตราประทับสีแดงฉานบนแผ่นหนังแท้ชิ้นนั้นแห้งกรังไปนานแล้ว แต่กลิ่นอายความอัปยศยังคงลอยอบอวลอยู่บนปลายนิ้วของลูคัส ราวกับรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย
"ตระกูลเวนเดลไม่เคยมีบุตรชายที่ไร้ซึ่งพลังธาตุแสง... เจ้ามันก็แค่เศษสวะที่เกิดมาเพื่อสร้างความด่างพร้อยให้แก่ชื่อเสียงของเรา"
ถ้อยคำพิพากษาของผู้นำตระกูลผู้เป็นบิดา ยังคงสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท ยามที่ลูคัสกวาดสายตามองห้องพักคับแคบอันมืดมิดในเขตก้นบึ้งของสถาบันเวทมนตร์อาร์케เลีย ที่นี่คือสถานที่ที่ถูกลืมเลือน ห่างไกลจากความหรูหราเจิดจรัสของหอคอยหลักหลายร้อยโยชน์ กลิ่นอายอับชื้นของดินโคลนและเศษซากเวทมนตร์เสื่อมสภาพคละคลุ้งอยู่ในอากาศราวกับสุสานใต้ดิน
เด็กหนุ่มร่างโปร่งในชุดคลุมสีเทาเก่าคร่ำคร่าไม่ได้หลั่งน้ำตาล Mคตินิยมของขุนนางชั้นสูงสอนให้เขารู้ว่า ความอ่อนแอคือบาป และการคร่ำครวญคือความไร้ประโยชน์ ลูคัสเลือกที่จะนั่งนิ่งอยู่บนเตียงไม้แข็งๆ ปล่อยให้ความเงียบงันกัดกินความเจ็บปวดทีละน้อย ดวงตาสีดำสนิททอดมองไปยังแผ่นกระดาษประกาศขับไล่ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานไม้ผุๆ
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง ทำลายความเงียบงันภายในห้อง ลูคัสไม่ขยับตัว สีหน้าของเขายังคงเรียบเฉย ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ในยามที่คนเราสูญสิ้นทุกสิ่งแม้กระทั่งฐานะและความหวัง ความกลัวต่อสิ่งแปลกปลอมก็พลอยมลายหายไปด้วย
เมื่อไม่มีเสียงตอบรับ ประตูไม้บานเก่าก็ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างเพรียวบางของหญิงสาวในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ตัดกับขลิบทองอันเป็นเอกลักษณ์ของภาควิชาคาถาแสง เส้นผมสีเงินยวงสะท้อนกับแสงตะเกียงริบหรี่ ใบหน้างดงามราวกับรูปสลักทว่าเย็นชาไร้ความรู้สึก ไอรีนกวาดสายตามองสภาพห้องทรุดโทรมแวบหนึ่ง ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่ร่างของเด็กหนุ่ม
"เจ้ายังไม่ตายสินะ... ลูคัส" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่ราบเรียบ ไร้ซึ่งร่องรอยของความเยาะเย้ย หรือแม้แต่ความเห็นอกเห็นใจ
"ข้ายังไม่มีธุระต้องไปยมโลกตอนนี้หรอกครับ คุณไอรีน" ลูคัสตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่แพ้กัน เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นบนหัวเข่าเบาๆ "แปลกใจเสียจริงที่อัจฉริยะแห่งภาควิชาคาถาแสง ผู้มีอนาคตสดใสถึงกับยอมลดตัวมาเหยียบย่างในเขตก้นบึ้งที่แม้แต่แมลงสาบยังเมินหนี"
ไอรีนสาวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะไม้ เธอก้มลงมองกระดาษประกาศขับไล่แผ่นนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่สวยมีความซับซ้อนบางอย่างวาบผ่าน "ข่าวลือเรื่องที่เจ้าถูกตัดออกจากกองมรดกและถูกเนรเทศแพร่สะพัดไปทั่วสถาบันแล้ว... คนพวกนั้นคิดว่าเจ้าคงจะตรอมใจตายในห้องนี้ไปเสียแล้ว"
"พวกเขาคงประเมินความด้านชาในจิตใจของข้าต่ำไปหน่อยนะครับ" ลูคัสแย้มยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "คนเราเมื่อไร้ค่าในสายตาผู้อื่น การได้อิสระจากกรงทองอันจอมปลอม... ก็นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ไม่เลว"
"อิสระ?" ไอรีนทวนคำ น้ำเสียงของเธอเจือแววเย้ยหยันเล็กน้อย "ในสถาบันอาร์เคเลียแห่งนี้ ความอ่อนแอหมายถึงความตาย โลกภายนอกเขตกำแพงเวทมนตร์เต็มไปด้วยสัตว์อสูรและภัยพิบัติ ขาดการสนับสนุนจากตระกูลเวนเดล เจ้าคิดว่าจะเอาชีวิตรอดได้สักกี่น้ำ?"
ลูคัสไม่ได้โต้เถียง เขาเพียงแค่ลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงของเขาทำให้ต้องก้มมองเด็กสาวเล็กน้อย แววตาของเด็กหนุ่มฉายแววประกายบางอย่างที่คมกริบและล้ำลึกเกินกว่าวัย
"บางที... เส้นทางที่ไร้ซึ่งแสงสว่าง อาจจะมีบางสิ่งที่น่าสนใจซ่อนอยู่มากกว่าที่ท่านคิดก็ได้นะครับ คุณไอรีน"
ไอรีนชะงักไปเล็กน้อย นางสัมผัสได้ถึงบรรยากาศรอบตัวของลูคัสที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความสิ้นหวังของคนแพ้ แต่เป็นความเยือกเย็นอันน่าสะพรึงกลัวราวกับห้วงลึกของมหาสมุทรที่ไร้ก้นบึ้ง ก่อนที่เธอจะทันได้เอաբAคำพูดใดออกมา เสียงระฆังเตือนภัยเวทมนตร์จากหอคอยกลางก็ดังสนั่นหวั่นไหว!
*กริ๊งงงงงงงงงงงงง!*
แรงสั่นสะเทือนสะท้านไปทั่วพื้นดิน ฝุ่นผงร่วงหล่นลงมาจากเพดานห้อง ไอรีนขมวดคิ้วแน่น "เกิดอะไรขึ้น? แรงกดดันนี่มัน..."
ก่อนที่ลูคัสจะได้ตอบคำถาม ทันใดนั้นเอง... อากาศเบื้องหน้าของเขาก็ิดระเบิดออกเป็นละอองแสงสีดำทมิฬ!
มิติเบื้องหน้าบิดเบี้ยวกลายเป็นรอยแยกสีม่วงเข้ม พร้อมกับเสียงก.ซิบแหบพร่าราวกับมาจากขุมนรกที่ดังขึ้นในหัวของลูคัสโดยตรง มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่มันคือเสียงสะท้อนนับล้านที่เต็มไปด้วยความแค้น ความตาย และความกระหายเลือด!
[ ตรวจพบเงื่อนไขลับสมบูรณ์: จิตวิญญาณที่ถูกปฏิเสธโดยแสงสว่าง และความมืดมิดที่ถูกกดขี่ถึงขีดสุด ]
[ ระบบเนโครแมนเซอร์ฝึกหัด ทำการเชื่อมต่อสำเร็จ... ]
[ โฮสต์: ลูคัส เวนเดล ]
[ อาชีพ: เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด (ระดับ - ศูนย์) ]
[ พลังวิญญาณ: 12 / 100 (อยู่ในภาวะวิกฤต) ]
[ ทักษะติดตัวเริ่มต้น: "เนตรมรณะ (Eye of the Dead)" - ระดับ SSS, "หัตถ์ดูดกลืนวิญญาณ" - ระดับ A ]
หน้าต่างโปร่งแสงสีแดงเลือดปรากฏขึ้นกลางอากาศ ต่อหน้าต่อตาของทั้งลูคัสและไอรีน แสงเรืองรองสีโลหิตสาดส่องใบหน้าของเด็กหนุ่มให้ดูราวกับปีศาจจำแลง
ไอรีนผอยถอยหลังไปกึ่งก้าว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง "นะ... นั่นมันเวทมนตร์บทไหนกัน? พลังงานความมืดบริสุทธิ์ระดับนี้..."
ลูคัสไม่ได้สนใจท่าทีตกใจของสหายสาว นิ้วเรียวยาวของเขายื่นออกไปสัมผัสกับหน้าต่างระบบล่องหนเบื้องหน้าอย่างมั่นคง หัวใจที่เคยด้านชาและว่างเปล่ากลับเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นเร้าใจเป็นครั้งแรกในชีวิต
เสียงกระซิบจากความตายครั้งนี้ ไม่ใช่คำสาปแช่ง... แต่มันคือเสียงก้องกังวานแห่งอำนาจที่กำลังรอคอยให้เขาเป็นผู้ควบคุม
[ ภารกิจเร่งด่วนระดับ SSS ปรากฏขึ้น: "การตื่น ฏของราชาแห่งความตาย" ]
[ รายละเอียด: กำจัดสิ่งมีชีวิตที่หลุดรอดจากรอยแยกมิติภายในรัศมี 100 เมตร และเก็บเกี่ยวดวงวิญญาณแรกเพื่อปลุกเสกข้าราชบริพารแห่งความตายตนแรก ]
[ ระยะเวลาจำกัด: 10 นาที ]
[ บทลงโทษหากล้มเหลว: วิญญาณของโฮสต์จะถูกผนึกในห้วงนรกนิรันดร์ ]
ดวงตาสีดำสนิทของลูคัสหรี่ลงเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มขึ้นอย่างเยือกเย็น
ในขณะที่สถาบันเวทมนตร์อาร์เคเลียกำลังโกลาหลจากภัยคุกคามเบื้องหน้า รอยแยกมิติตรงหน้าเขาก็กำลังฉีกกว้างขึ้น พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของอสูรกายจากก้นบึ้งที่เตรียมตะกุยขึ้นมาสู่โลกมนุษย์...
---
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงลึกแห่งความตายไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ระบบเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดกับสถาบันเวทมนตร์ก้นบึ้ง•ตอนที่ 1
เสียงกระซิบจากความตาย
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดกับสถาบันเวทมนตร์ก้นบึ้ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
