นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวผู้ล่าความจริง•ตอนที่ 1

ศพที่ไม่มีชื่อ

ผลงานโดย พยานปากเอก
กลิ่นฟอร์มาลีนเข้มข้นจนแสบจมูกคือเครื่องหอมชนิดเดียวที่ ดร.อคิน ไว้วางใจ แสงไฟนีออนสีขาวโพลนจากเพดานสเตนเลสสะท้อนบนพื้นห้องผ่าศพจนเกิดเงาวาววับราวกับกระจกเงาแห่งความตาย ร่างบนเตียงสเตนเลสเบื้องหน้าไม่ได้ส่งเสียงร้อง ไม่มีความโกรธเกรี้ยว และที่สำคัญที่สุด... มันไม่มีร่องรอยของการถูกกระทำ อคินขยับแว่นสายตาเล็กน้อย นิ้วเรียายาวภายใต้ถุงมือยางสีดำกำลังคีบชิ้นเนื้อเยื่อบางเฉียบใต้กล้องจุลทรรศน์ ดอกเตอร์หนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเย็นชาที่สุดแห่งสถาบันนิติเวชกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายที่แพทย์ทุกคนหวาดกลัวที่สุด นั่นคือความสมบูรณ์แบบที่ผิดธรรมชาติ ศพไร้ชื่อหมายเลข 407 ถูกส่งมาจากอพาร์ตเมนต์หรูใจกลางเมือง ไม่มีรอยช้ำ ไม่มีรอยแผลเป็น ไม่มีสารพิษในกระแสเลือด ไม่มีร่องรอยการขาดอากาศหายใจ และไม่มีแม้กระทั่งรอยขีดข่วนจากการต่อสู้ หากมองด้วยตาเปล่า นี่คือการตายอย่างสงบที่สุดในวัยสามสิบปี แต่ในมุมมองของนักนิติเวชผู้ผ่านคดีมานับร้อย... ความไร้ร่องรอยนี่แหละ คือร่องรอยของการฆาตกรรมที่แยบยลที่สุด "คุณกำลังมองหาอะไรในความว่างเปล่าหรือคะ... หรือว่ากำลังหาทางกลบเกลื่อนร่องรอยที่ตัวเองอาจจะมองข้ามไปกันแน่ ดร.อคิน" เสียงฝีเท้าเบาหวิวบนพื้นยางไม่ทำให้แพทย์หนุ่มสะดุ้ง เขารู้ว่าเธอมาถึงตั้งแต่ประตูเหล็กบานใหญ่เปิดออกแล้ว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าเจือจางที่ลอยปะปนกับกลิ่นสารเคมี มีเพียงผู้หญิงคนเดียวเท่านั้นที่กล้าเดินเข้ามาในเขตกัก S-Level ของสถาบันนิติเวชยามวิกาลเช่นนี้ อคินยังคงไม่เงยหน้าขึ้นจากกล้องจุลทรรศน์ น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท ไร้คลื่นอารมณ์ราวกับพื้นผิวน้ำในคืนไร้จันทร์ "คุณรินรดา เขตนี้ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ามารบกวนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ... หวังว่าคุณคงจำข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการได้นะ" รินรดา ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของเตียงผ่าศพ ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองร่างไร้วิญญาณเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ต่างจากเขาโดยสิ้นเชิง เธอไม่ได้มองมันเป็นแค่วัตถุทางวิทยาศาสตร์ แต่มองมันเป็นเรื่องราวที่ถูกพรากเสียงไป เธอยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่แฝงความท้าทายและคมกริบราวกับใบมีด "เจ้าหน้าที่รัฐมักจะซ่อนความจริงไว้ใต้พรมเสมอค่ะ ด็อกเตอร์... โดยเฉพาะเมื่อความจริงนั้นมันชี้ไปที่คนใหญ่คนโตในแวดวงที่คุณกำลังร่วมงานด้วย" รินรดาโน้มตัวลงเล็กน้อย ศอกค้ำขอบโต๊ะสเตนเลส ดวงตาคมกริบจ้องทะลุผ่านเลนส์แว่นของเขา "ศพนี้ไม่มีรอยแผล ใช่ไหมคะ? ผลตรวจเลือดเป็นลบ ผลพิษวิทยาเป็นศูนย์... แต่วงการข่าวกำลังสะพัดว่าผู้ตายคือคนสุดท้ายที่ถือแฟ้มข้อมูลลับโครงการสร้างท่าเรือน้ำลึก ก่อนที่เขาจะหัวใจวาย 'กะทันหัน' ในห้องนอนของตัวเอง" อคินผละออกจากกล้องจุลทรรศน์ช้าๆ เขาถอดถุงมือยางออกทีละข้างอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง แววตาของแพทย์หนุ่มมีความเยียบเย็นที่สามารถแช่แข็งทุกคำพูดของเธอได้ทันที "วิทยาศาสตร์ไม่ทำงานตามข่าวลือของคุณ รินรดา" อคินพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่นิ่งงัน "หัวใจวายเฉียบพลันเกิดได้จากหลายสาเหตุ ระบบไฟฟ้าในหัวใจลัดวงจรเองได้โดยไม่ต้องมีใครไปแตะต้องมัน มนุษย์เราเปราะบางกว่าที่คุณคิด... และบางครั้ง ความตายก็ไม่ได้ต้องการฆาตกร" "แต่ฆาตกรรมที่สมบูรณ์แบบที่สุด คือการทำให้คนดูเหมือนตายเองต่างหากล่ะคะ" รินรดาโต้กลับทันควัน น้ำเสียงของเธอไม่มีความเกรงกลัวต่อท่าทีคุกคามของเขาแม้แต่น้อย เธอยื่นสมาร์ทโฟนหน้าจอเปิดสว่างขึ้นมา วางไว้ใกล้กับถาดเครื่องมือแพทย์ "นี่คือภาพถ่ายจากที่เกิดเหตุที่คุณอาจจะพลาดไป... สังเกตแจกันดอกไม้บนโต๊ะทำงานของผู้ตายไหมคะ? มันคือดอกลิลลี่หุบเขา... และเกสรของมันสามารถทำให้ระบบประสาทส่วนกลางหยุดทำงานได้ภายในสามวินาทีโดยไม่ทิ้งคราบในเลือด หากใช้ในปริมาณที่แม่นยำพอดี" อคินก้มมองหน้าจอสมาร์ทโฟน ภาพถ่ายโคลสอัปแจกันดอกไม้ในห้องของผู้ตายถูกขยายจนเห็นรายละเอียดชัดเจน ดวงตาของแพทย์หนุ่มไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นที่รินรดาก็จับสังเกตได้ ความเงียบเข้าปกคลุมห้องผ่าศพชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว อคินรู้ดีว่าในฐานะนิติเวช เขาสมควรจะต้องตรวจพบร่องรอยของสารพิษจากดอกไม้ชนิดนั้น หากเขาลำเลียงตรวจสอบอย่างละเอียดรอบคอบกว่านี้ แต่ประเด็นคือ... ผลการตรวจแล็บก่อนหน้านี้ของเขาระบุชัดเจนว่า 'เป็นลบ' ถ้าไม่ใช่เพราะเขาประมาท ก็แสดงว่า... มีใครบางคนจงใจลบมันออกไปก่อนที่ศจะมาถึงมือเขา "คุณกำลังเล่นกับไฟ รินรดา" อคินพูดเสียงต่ำ ดวงตาคมเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ข้อมูลที่คุณมี... มันอันตรายเกินกว่าที่คุณจะเอาชีวิตตัวเองมาทิ้งไว้ตรงนี้" "ฉันไม่กลัวไฟหรอกค่ะ ด็อกเตอร์... ถ้าไฟดวงนั้นมันส่องให้เห็นความจริงที่พวกคุณพยายามกวาดซุกไว้ใต้พรม" รินรดาก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นน้ำหอมจางๆ ปะปนกับกลิ่นอายความตึงเครียดระหว่างคนทั้งสอง "เรามาแลกเปลี่ยนกันเถอะ คุณมีห้องแล็บและอำนาจในการตรวจพิสูจน์ศพนี้อย่างละเอียดอีกรอบ... ส่วนฉัน มีข้อมูลว่าใครเป็นคนสั่งย้ายศพนี้เข้ามาที่นี่ก่อนเวลาอันควร" อคินหรี่ตาลง ประเมินหญิงสาวตรงหน้า เธอไม่ใช่แค่นักข่าวสายอาชญากรรมธรรมดา แต่เธอคือผู้ล่าที่กระหายความจริงยิ่งกว่าชีวิตตัวเอง เคมีบางอย่างระหว่างความถูกต้องตามกฎเกณฑ์ของเขา กับความบ้าบิ่นนอกกรอบของเธอ กำลังปะทะกันจนเกิดประกายไฟในความมืดของห้องนิติเวช ก่อนที่อคินจะได้เอ่ยปากปฏิเสธหรือตกลง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอก—มันไม่ใช่เสียงเดินปรกติของเจ้าหน้าที่เวรยาม แต่เป็นเสียงรองเท้าคอมแบทที่พยายามเร่งรีบและเงียบเชียบในเวลาเดียวกัน ประตูห้องแล็บสั่นสะเทือนเบาๆ จากแรงกระแทกภาระ พร้อมกับไฟนีออนบนเพดานที่กะพริบไหวสองครั้งก่อนจะดับลงเหลือเพียงแสงไฟสำรองสีส้มสลัว รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย เธอขยับเข้าไปใกล้โต๊ะผ่าศพมากขึ้น มือเรียวคว้าแขนเสื้อกาวน์สีขาวของอคินโดยสัญชาตญาณ "นั่นไม่ใช่เจ้าหน้าที่เวร... พวกมันมาเร็วกว่าที่ฉันคิด" อคินไม่ได้สะทกสะท้านกับความมืด เขาหันไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงเรืองแสงสีฟ้าบนโต๊ะทำงาน และในวินาทีที่ระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติแจ้งเตือนการรีเซ็ตฐานข้อมูลห้องแล็บจากภายนอก... หน้าจอทั้งหมดก็ถูกแทนที่ด้วยข้อความบรรทัดเดียวที่สลักตัวอักษรสีแดงฉาน *“ยุติการชันสูตรทันที มิฉะนั้นศพต่อไปจะเป็นคุณ”* -------------------------------------------------- ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดของความจริงกับผมนะครับ **พยานปากเอก**
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวผู้ล่าความจริง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%