เสียงไม้กระดานบ้านทรุดตัวดังเอี๊ยดอ๊าดใต้ฝ่าเท้าหนักอึ้ง ตามมาด้วยแรงกระชากประตูห้องครัวจนบานพับแทบหลุดจากวงกบ กลิ่นอับชื้นของโคลนตมและกลิ่นสาบเหงื่อไคลโชยเข้ามากระทบจมูกทันที ก่อนที่เสียงแหลมสูงของ "หลินเฉียง" ผู้เป็นอาสะใภ้จะแผดลั่นจนแก้วหูแทบแตก
"หลินว่านหลิง! นังเด็กขี้เกียจ! สายโด่งป่านนี้แล้วยังนอนอืดอยู่อีก! ข้าวสารในกระสอบบ้านรองของพวกแก เหลือไว้บูชาบรรพบุรุษหรืออย่างไร? ถึงได้ไม่ยอมเอาออกมาส่งให้บ้านใหญ่เสียที!"
ในร่างที่นอนอยู่บนเตียงไม้แข็งกระด้าง เปลือกตาที่ปิดสนิทพลันขยับไหว หลินว่านหลิงสูดลมหายใจลึก กลิ่นอย่างหนึ่งที่คุ้นเคยและไม่คุ้นเคยตีรวนขึ้นมาในอก สมองของเซียนปรุงยาผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนโอสถโบราณกำลังประมวลผลความทรงจำมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาดั่งกระแสน้ำป่า นางทะลุมิติมาอยู่ในร่างของหญิงสาวชาวนาในยุคสาธารณรัฐ 1975 ยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพง ผู้คนอดอยาก และตระกูลเดิมพันด้วยคะแนนแรงงานและความอยู่รอดในแต่ละวัน
แต่ที่แย่ยิ่งกว่าความยากจนข้นแค้น คือ "ญาติผู้ใหญ่" เหล่านี้ที่สูบเลือดสูบเนื้อครอบครัวของนางและสามีจนแทบไม่เหลือแม้แต่กระดูก
ว่านหลิงค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาที่เคยอ่อนแอและหวาดกลัวของเจ้าของร่างเดิมบัดนี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงประกายตาสีดำสนิทที่ลุ่มลึก เยียบเย็น และเปี่ยมไปด้วยพลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัว นางยันกายลุกขึ้นช้าๆ จัดเสื้อผ้าฝ้ายเก่าๆ สีซีดให้เข้าที่ ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกไปเผชิญหน้ากับต้นเสียงด้วยท่าทีสุขุมราวกับราชสีห์ย่างก้าวเข้าสู่เขตอาณา
กลางห้องโถงคับแคบ แม่เฒ่าหลินนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ ใบหน้าเหี่ยวย่นเต็มไปด้วยความริษยาและรอยยิ้มหยัน ขณะที่หลินเฉียงอาสะใภ้กำลังใช้มือหยาบกร้านเอื้อมไปคว้ากระสอบข้าวสารใบสุดท้ายที่มุมห้องเพื่อจะยกออกไปดื้อๆ
"มือที่เอื้อมไปจับของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต... ระวังมันจะเน่าจนต้องตัดทิ้งนะคะ อาสะใภ้"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้น ทำเอาหลินเฉียงชะงักมือที่กำลังจะลากกระสอบข้าว หลินเฉียงหันขวับมามองหน้าหลานสาวด้วยความตกตะลึง นังเด็กนี่ปกติเห็นหน้าแม่เฒ่ากับนางทีไรก็ตัวสั่นงันทราบซึ้งจนแทบกราบกราน แต่วันนี้เหตุใดแววตาและท่าทีถึงได้เปลี่ยนไปราวกับคนละคนเช่นนี้?
"แก! นังหลานอกตัญญู! กล้าดียังไงมาพูดจาอวดดีกับผู้หลักผู้ใหญ่!" แม่เฒ่าหลินกระแทกไม้เท้าลงกับพื้นเสียงดังลั่น ดวงตาตี่เล็กจ้องเขม็ง "ข้าวสารพวกนี้ถือเป็นส่วนกลางของตระกูลหลิน! พวกแกสองผัวเมียอาศัยแผ่นดินบ้านใหญ่ซุกหัวนอน จะแบ่งข้าวสารครึ่งหนึ่งให้บ้านใหญ่ไม่ได้หรือไง? หรืออยากให้ฉันไปประกาศประจานความเนรคุณของพวกแกให้ชาวบ้านทั้งคอมมิวนิตี้ได้ยินกันหมด!"
คำขู่เดิมๆ ที่ใช้กดขี่ข่มเหงมานับครั้งไม่ถ้วน แต่สำหรับเซียนปรุงยาผู้ผ่านศึกสงครามแย่งชิงสมุนไพรล้ำค่ามานับไม่ถ้วน คำพูดเหล่านี้ไม่ต่างอะไรกับเสียงเห่าหอนของสุนัขข้างถนน
ว่านหลิงแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่ปิดบัง นางเดินเข้าไปใกล้หลินเฉียงทีละก้าว แรงกดดันไร้รูปจากจิตวิญญาณเซียนแผ่ซ่านออกไปจนอาสะใภ้ถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว
"ส่วนกลางของตระกูลหลินอย่างนั้นหรือคะ?" ว่านหลิงทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "ตอนที่ครอบครัวเราต้องก้มหน้าก้มตาทำงานในแปลงนาข้ามวันข้ามคืนจนกระดูกแทบหลุดเป็นชิ้นๆ เพื่อแลกกับคะแนนแรงงาน พวกท่านเคยแบ่งข้าวมาให้เราสักเม็ดไหม? ตอนที่สามีฉัน 'สวี่กั๋วเฉียง' ไปตัดไม้บนภูเขาจนขาเกือบหัก นำเงินค่าจ้างทั้งหมดมารักษาตัวและจุนเจือครอบครัว พวกท่านเคยส่งยามาให้เราสักเม็ดหรือเปล่าคะ?"
"นะ... นังนี่!" หลินเฉียงหน้าซีดเผือดด้วยความโกรธและตกใจ ประโยคยอกย้อนที่ฉาดฉานและตรงจุดนี้ทำให้นางหาคำเถียงไม่ออก
"จำใส่สมองไว้นะคะ" ว่านหลิงก้าวเข้าไปประชิดตัวหลินเฉียง ดวงตาหงส์คมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ลุกลี้ลุกลน "ข้าวสารในกระสอบนี้ คือหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อของสามีฉัน ไม่มีส่วนไหนที่เกี่ยวข้องกับพวกปลิงที่คอยแต่จะอ้าปากรอรับผลประโยชน์อย่างพวกท่านเลยแม้แต่น้อย ถ้าวันนี้พวกท่านยังกล้าแตะต้องข้าวในบ้านฉันแม้แต่เมล็ดเดียว... อย่าหาว่าฉันไม่เตือนก็แล้วกัน ว่าผลลัพธ์ที่จะตามมามันจะไม่ใช่แค่การเดินมือเปล่ากลับออกไปแน่ๆ"
แม่เฒ่าหลินทนดูหลานสาวต่อปากต่อคำไม่ไหว นางลุกพรวดขึ้นชี้หน้าด่ากราดด้วยความโมโหจัด "ไอ้เด็กเปรต! สามแกมันก็แค่ไอ้ช่างไม้ซื่อบื้อไร้ค่าคนหนึ่ง ส่วนแกก็เป็นแค่นังตัวกินข้าวกินปลา! วันนี้ฉันจะสั่งสอนพวกแกให้รู้สำนึกเอง!"
ว่านหลิงหรี่ตาลง ร่างกายเตรียมพร้อมที่จะใช้เคล็ดวิชาโอสถลึกลับจัดการคนแก่ไร้ยางอายพวกนี้สั่งสอนให้จำไปจนวันตาย แต่ทว่า—
ทันใดนั้นเอง ประตูบ้านก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยมือหนาอันทรงพลัง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าทำงานเปื้อนฝุ่นไม้และหยาดเหงื่อของ "สวี่กั๋วเฉียง" ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่ากราดมองแม่เฒ่าหลินและหลินเฉียงด้วยรัศมีคุกคามที่ทำให้คนทั้งสองสะท้านเยือกในอกทันที
กั๋วเฉียงเดินตรงดิ่งมาหยุดยืนบังร่างของภรรยาไว้ด้านหลังอย่างปกป้อง มือหนาวางขวานตัดไม้ลงบนโต๊ะไม้ไผ่เสียงดังทึบจนโต๊ะแทบหักเป็นสองท่อน ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำและทรงพลังจะเอמהขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด
"ใครกล้าแตะต้องภรรยาผม... ลองก้าวขาออกไปจากบ้านหลังนี้ดูสิครับ"
บรรยากาศในห้องหยุดชะงักลงทันที ทว่าความตึงเครียดกลับพุ่งสูงถึงขีดสุดเมื่อร่างเงาของใครบางคนปรากฏขึ้นที่หน้าต่าง...
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับเส้นทางชีวิตใหม่ของว่านหลิงและกั๋วเฉียงนะคะ
เซียนปรุงยาข้ามภพ กับสามีช่างไม้ผู้ซื่อสัตย์ในยุค 75•ตอนที่ 1
โอสถพันปีสู่ควันไฟยุคเจ็ดสิบห้า
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนปรุงยาข้ามภพ กับสามีช่างไม้ผู้ซื่อสัตย์ในยุค 75 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
