"ถ้าสมการนี้ถูกต้องตามที่ตำราหลวงบัญญัติไว้ ป่านนี้สถาบันอคาเดมี่เซนต์ลูเซียนคงระเหยกลายเป็นไอไปนานแล้วล่ะครับคุณไคล์... น่าเสียดายที่ความจริงมักใจร้ายกว่าตัวเลขบนหน้ากระดาษเสมอ"
ปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมถุงมือหนังสีดำสนิทเคาะลงบนแผ่นกระดานชนวนเวทมนตร์สามครั้ง เสียงก๊อก ๆ ก้องกังวานอยู่ในห้องบรรยายส่วนตัวที่เงียบสงัด ฝุ่นละอองยามบ่ายลอยวนอยู่กลางลำแสงที่สาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกสีโบราณ ทว่าบรรยากาศภายในกลับเย็นเยียบราวกับอยู่ในห้องเก็บศพ
ไคล์ (Kyle) ไม่ได้ขยับตัว เขายังคงยืนนิ่งอยู่หน้ากระดานดำขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยตัวเลขและสัญลักษณ์ทางเวทมนตร์ซับซ้อนราวกับใยแมงมุม นัยน์ตาสีเทาเข้มภายใต้กรอบแว่นใสสะท้อนภาพสมการที่เขาเพิ่งเขียนแก้ไปเมื่อคร่าวนี้ ปลายปากกาขนนกในมือซ้ายยังคงหยดหมึกสีดำสนิทลงบนพื้นพรม ขัดแย้งกับความนิ่งสงบภายนอก สมองส่วนหน้าของเขากำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลด้วยความเร็วสูง
ในฐานะนักเรียนทุนอัจฉริยะผู้ยึดมั่นในตรรกะและวิทยาศาสตร์มากกว่าความเชื่อเรื่องปาฏิหาริย์ ไคล์ไม่ได้มองว่าเวทมนตร์เป็นเรื่องงมงายไร้เหตุผล แต่เขามองว่ามันคือ 'พลังงานฟิสิกส์รูปแบบหนึ่ง' ที่ยังไม่มีใครค้นพบสูตรคำนวณที่แท้จริงต่างหาก
และนั่นคือปัญหา...
"ผมตรวจสอบอัตราการไหลเวียนของมานา (Mana Flow) ในเขตอาคมรอบหอพักทิศเหนือสามรอบแล้วครับ ดร. อีเลน่า" ไคล์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นและเต็มไปด้วยความมั่นใจแบบฉบับของคนที่ถือไพ่เหนือกว่าในเชิงตรรกะ "ค่าความหนาแน่นของอนุภาคเวทมนตร์สูงเกินกว่าขีดจำกัดโครงสร้างฐานรากถึงสิบสองจุดสามเปอร์เซ็นต์ หากมองในแง่ของความเสถียร นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดจากการคำนวณของระบบ แต่เป็นการ 'บิดเบือน' โดยเจตนา"
ดร. อีเลน่า (Dr. Elena) อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์ผู้มีชื่อเสียงในด้านความเข้มงวดและเก็บตัว ชะงักมือที่กำลังจัดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงาน เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันที่ยืนอยู่ตรงหน้า เส้นผมสีเงินยวงสะท้อนแสงไฟเล็กน้อย แววตาคู่คมกริบของเクルคู่ดูแปลกใจระคนหวาดระแวงเล็กน้อย—ประกายความรู้สึกที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเย็นชามาตลอด
ไม่มีใครในสถาบันแห่งนี้กล้าท้วงติงโครงสร้างอาคมป้องกันของโรงเรียน โดยเฉพาะเด็กใหม่ที่เพิ่งก้าวเท้าเข้ามาเป็นวันแรก
"นายกำลังบอกว่า... เสาหลักทั้งสี่ของเซนต์ลูเซียนกำลังเสื่อมสภาพอย่างนั้นหรือ?" อีเลน่าถามเสียงต่ำ เธอวางเอกสารในมือลงอย่างช้า ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เสื้อคลุมสีดำสนิทสะบัดตามการเคลื่อนไหว
"เปล่าเลยครับอาจารย์" ไคล์ส่ายหัวช้า ๆ รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างกวนประสาทเล็กน้อย "เสาหลักไม่ได้เสื่อมสภาพ... แต่มันกำลังถูกสูบพลังงานไปใช้ในทิศทางอื่นต่างหาก และถ้าสมมติฐานของผมไม่ผิด เส้นทางการไหลเวียนของมานานั้นไม่ได้มุ่งสู่ห้องใต้ดินหรือเตาปฏิกรณ์เวทมนตร์ของสถาบัน แต่มันกำลังพุ่งตรงไปยัง... 'ห้องสมุดต้องห้ามชั้นใต้ดิน' ที่ถูกปิดตายมาสามร้อยปีต่างหากครับ"
สิ้นคำพูดนั้น อุณหภูมิภายในห้องก็ราวกับลดฮวบลงอีกหลายองศา
อีเลน่าไม่ตอบทันที เธอก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ไคล์ทีละน้อย กลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกจูนิเปอร์และกระดาษเก่าลอยมาแตะจมูก ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงก้าวเดียว สายตาของอาจารย์สาวจ้องลึกเข้าไปในดวงตานอกจากความฉลาดเฉลียวแล้ว เธอกลับมองเห็นเงาบางอย่างที่คุ้นเคย—เงาของใครบางคนในอดีตที่หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยในมิติปิดตายเมื่อหลายปีก่อน
"นายรู้มากเกินไปแล้วนะ ไคล์" เสียงของอีเลน่าแผ่วเบา รา-กระซิบผ่านสายลมหนาว "การตั้งคำถามกับกฎของชะตาชีวิตในโรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้... บางครั้งมันก็อันตรายยิ่งกว่าการเดินเข้าไปในรังของมังกรเพลิงเสียอีก"
"ความรู้ไม่มีคำว่าอันตรายหรอครับอาจารย์ มีแต่ความโง่เขลาต่างหากที่ทำให้คนเราตายก่อนเวลาอันควร" ไคล์ตอบกลับทันควันโดยไม่หลบสายตา รอยยิ้มมุมปากยังคงอยู่ ทว่าแววตาคมกริบจริงจัง "อีกอย่าง... ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำตามกฎที่ถูกบิดเบือน แต่ผมมาเพื่อหาคำตอบว่า... ใครเป็นคนเขียนกฎพวกนี้ขึ้นมาต่างหากล่ะครับ"
บรรยากาศระหว่างทั้งสองตึงเครียดจนแทบจะหยดเป็นน้ำแข็ง เสียงลมหายใจสอดประสานกับเสียงเข็มนาฬิกาโบราณที่ดังติ๊ก ๆ ราวกับกำลังนับถอยหลังสู่หายนะ
ทว่า... ในวินาทีที่อีเลน่ากำลังจะอ้าปากเอ่ยเตือนอะไรบางอย่างนั้นเอง
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนประหลาดที่ดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของไคล์คนเดียวเท่านั้น ก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าครามที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศตรงหน้า
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความผิดปกติของค่าเวทมนตร์ระดับวิกฤตในเขตพื้นที่ "หอคอยบรรพกาล"]
[เงื่อนไขภารกิจลับระดับ SSS: "ไขปริศนาตรรกะแห่งความตาย" ถูกปลดล็อกโดยสมบูรณ์]
[คำเตือนจากระบบ: เป้าหมายที่ไม่ได้รับเชิญกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ห้องทำงานของคุณ... และมันไม่ใช่ "มนุษย์"]
ไคล์หุบยิ้มทันที ดวงตาสีเทาเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความบนหน้าต่างระบบที่ปรากฏขึ้น
ก่อนที่เขาจะได้ทันขยับตัว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับเหล็กกล้าลากถูไปกับพื้นหินนอกประตูห้อง ก็ดังขึ้น... *ครืน... ครืน...* พร้อมกับด้ามจับประตูทองเหลืองที่ค่อย ๆ หมุนวนด้วยตัวเองอย่างช้า ๆ
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาบทแรกไปกับผมนะครับ!
บันทึกวิชาตรรกะที่บิดเบือนกฎแห่งชะตาชีวิต•ตอนที่ 1
ทฤษฎีที่ไร้ผู้ครอบครอง
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวิชาตรรกะที่บิดเบือนกฎแห่งชะตาชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!