บัณฑิตสาวจอมป่วนกับท่านอ๋องผู้เยือกเย็น•ตอนที่ 1

การพบกันที่ไม่น่าจดจำ

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
“ถ้าท่านยังไม่ยอมปล่อยมือจากกิ่งหลิวทองคำต้นนี้ ข้าจะถือว่าท่านมีใจให้มัน จนอยากจะแต่งตั้งให้มันเป็นชายารองเอกของจวนอ๋องแล้วนะเพคะ!” เสียงใสราดรดด้วยความกวนประสาทดังขึ้นท่ามกลางความชุลมุนของตลาดหลวง ลู่ชิงเซียนในอาภรณ์บุรุษเนื้อดีสีฟ้าคราม ปักลวดลายไผ่พลิ้วไหวตามเรือนร่างระหง นางกำลังใช้สองมือยื้อยุดฉุดกระชากพู่หยกขาวลายมังกรห้าเล็บกับบุรุษลึกลับผู้หนึ่งอย่างไม่เกรงกลัวฟ้าดิน ดวงตากลมโตเป็นประกายเจ้าเล่ห์ยามจ้องมองใบหน้าบึ้งตึงที่หล่อเหลาราวกับเทพเซียนสลักของอีกฝ่าย รอบกายของพวกเขามีชาวบ้านและพ่อค้าแม่ขายยืนล้อมวงมุงดูเหตุการณ์ด้วยความระทึกใจ ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีบัณฑิตหนุ่มรูปงามหน้าตาจิ้มลิ้มผู้หนึ่ง กล้าอาจหาญถึงขั้นยื้อแย่งของรักของหวงกับ ‘เทพมรณะแห่งสนามรบ’ ผู้นี้ มู่หรงอี้ขมวดคิ้วแน่นจนแทบจะผูกเป็นปม ดวงเนตรคมกริบดั่งใบมีดน้ำแข็งทอดมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ ตั้งแต่เกิดมาจนอายุเข้าเบญจเพส นอกจากฮ่องเต้และไทเฮาแล้ว ยังไม่เคยมีมนุษย์หน้าไหนกล้าอาจหาญมาต่อปากต่อคำกับเขาด้วยน้ำเสียงระคายหูเช่นนี้ แถมมือเรียวบางของนางยังกำรอบข้อมือของเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเขาจะชิงของกลางหนีหายไปเสียอย่างนั้น “ปล่อย” สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเปล่งออกมาเพียงคำเดียว แต่กลับเย็นเยียบจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา บรรยากาศรอบตลาดที่เคยครึกครื้นพลันเงียบกริบลงทันตาเห็น ผู้คนต่างพากันถอยร่นออกห่างด้วยความหวาดกลัว ทว่าลู่ชิงเซียนกลับหาได้สะท้านสะเทือนไม่ นางแย้มรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่เคลือบยาพิษไว้จนมิดชิด ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความสนุกสนานยามได้เห็นอาการคิ้วกระตุกของท่านอ๋องผู้เยือกเย็น “โอ๊ะ! คำก็ปล่อย สองคำก็ปล่อย ท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์... ท่านช่วยใช้สมองส่วนหน้าคิดทบทวนดูให้ดีเสียก่อนดีกว่าไหมคะว่า ใครกันแน่ที่เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ พุ่งเข้ามาชนข้าจนเกือบทำให้ตำราล้ำค่าของข้าต้องตกท่อระบายน้ำเน่าเหม็นเบื้องล่างนั่น?” นางเชิดคางขึ้นเล็กน้อยอย่างถือดี พร้อมกับใช้นิ้วเรียวอีกข้างเคาะลงเบาๆ บนอกเสื้อผ้าไหมปักดิ้นทองราคาแพงลิบลิ่วของเขาอย่างไร้มารยาท มู่หรงอี้สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นโทสะที่กำลังตีรื้นขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เขาคือชินอ๋องผู้มีอำนาจล้นฟ้า ทหารกล้าในมือเป็นแสน คนนับล้านต่างก้มหัวให้ยามที่เขาเดินผ่าน แต่สตรีสวมรอยเป็นบัณฑิตนางนี้กลับกล้าใช้ปลายนิ้วสกปรกของนางมาแตะต้องเนื้อตัวเขาซ้ำยังต่อว่าเขาต่อหน้าธารกำนัล! “เจ้ากล้าดียังไงมาแตะต้องตัวเปิ่นหวาง?” มู่หรงอี้กัดฟันกรอด น้ำเสียงลอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างน่ากลัว ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวนางโดยอัตโนมัติ สร้างเงาสูงตระหง่านทาบทับร่างระหงจนมิดชิด ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนลู่ชิงเซียนรู้สึกได้ถึงความอันตรายที่คืบคลานเข้ามา ทว่าสตรีเจ้าเล่ห์มีหรือจะยอมถอย นางไม่เพียงแต่ไม่ถอยหลังหนี แต่กลับก้าวเท้าเดินหน้าเข้าไปอีกหนึ่งก้าว จนปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะชนเข้ากับแผงอกกว้างของเขา ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นอายชาอวี้เฉียนเจือจางปะทะเข้ากับพวงแก้มใสของนาง “อ๋องผู้เยือกเย็นอะไรกันเพคะ? ตัวก็แข็งทื่อเป็นท่อนไม้ แถมยังพูดจาไร้เหตุผลอีกต่างหาก ข้าบอกท่านแล้วไงคะว่าพู่หยกชิ้นนี้ร่วงหล่นมาจากแผงลอยของพี่ชายข้างๆ ต่างหากเล่า ท่านต่างหากที่เดินชนข้าจนมันกระเด็นมาติดอยู่กับสายคาดเอวของท่านเอง!” ลู่ชิงเซียนเถียงฉอดๆ ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นสบประสานกับนัยน์ตาคมกริบของเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ภายในใจจะแอบหวั่นไหวกับความหล่อเหลาที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมมือจนแทบหายใจไม่ออกก็ตาม ให้ตายเถอะ... ผู้ชายบ้าอะไร หน้าตาคมคายราวกับสลักจากหยกชั้นดี ยิ่งมองใกล้ๆ ยิ่งมีเสน่ห์จนน่าหมั่นไส้! “สามหันนัก!” มู่หรงอี้คำรามต่ำในลำคอ มือหนาข้างที่ว่างยื่นออกไปหมายจะคว้าจับต้นคอระหงของคนอวดดีเพื่อสั่งสอนให้หลาบจำเสียบ้าง กล้าดียังไงมาต่อล้อต่อเถียงกับเขาซึ่งๆ หน้าเช่นนี้ ทว่าในจังหวะที่ปลายนิ้วแข็งแกร่งกำลังจะสัมผัสโดนผิวเนื้อ ลู่ชิงเซียนกลับไวกว่าแสง นางย่อตัวลงมุดลอดแขนแกร่งของเขาอย่างคล่องแคล่วราวกับปลาไหล พร้อมกับฉวยโอกาสกระชากพู่หยกเจ้าปัญหาออกจากสายคาดเอวของท่านอ๋องมาถือไว้ในมือได้อย่างแม่นยำ! “ข้าขอตัวลาไปท่องตำราก่อนนะเพคะท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ วันหน้าวันหลังเดินก็หัดเอาตามาไว้บนหัวบ้างนะคะ จะได้ไม่เดินชนใครเขาอีก!” เสียงหัวเราะคิกคักใสราดกังวานดั่งระฆังเงินดังขึ้นท่ามกลางฝูงชน ก่อนที่ร่างระหงในชุดบุรุษสีฟ้าครามจะพุ่งตัวหายลับเข้าไปในตรอกซอกซอยแคบๆ ของตลาดอย่างรวดเร็วราวกับภูตผี มู่หรงอี้ชะงักค้าง มือที่ยื่นออกไปคว้าได้เพียงความว่างเปล่า ใบหล่อเหลาบึ้งตึงดำมืดสนิทราวกับก้นหม้อ ดวงเนตรคมกริบมองตามทิศทางที่ร่างบางหายตัวไปด้วยประกายไฟลุกโชน ตั้งแต่เกิดมาในราชสำนัก... นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนกล้าขโมยของต่อหน้าต่อตาเขาแล้วยังกล้าทิ้งวาจาเยาะเย้ยถากถางไว้ให้เจ็บใจเล่น “ท่านอ๋อง... จะให้กระหม่อมตามตัวนางกลับมาหรือไม่พยะค่ะ?” องครักษ์เงาเฟิง치ที่เพิ่งเร็วจี๋ตามมาสมทบเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง พร้อมกับก้มหน้าลงต่ำเพื่อหลบสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อของผู้เป็นนาย มู่หรงอี้แค่นเสียง “หึ” ออกมาคำหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น ดวงตาสีเข้มหรี่ลงอย่างใช้ความคิด “ไม่ต้องตาม...” สุ้มเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความหมายล้ำลึก “ในเมื่อนางกล้าอาจหาญถึงเพียงนี้... อีกไม่นาน นางจะต้องคลานเข่าเอาพู่หยกชิ้นนี้มาคืนให้เปิ่นหวางถึงจวนด้วยตัวเองแน่” ทว่า ในขณะที่ท่านอ๋องหนุ่มกำลังวาดแผนการเอาคืนอยู่ในใจอย่างเงียบๆ นั้น จู่ๆ เสียงฝีเท้าเร่งรีบของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตกใจของพ่อค้าคนเดิม “แย่แล้วคุณชาย! ของในร้านของข้าหายไปหมดเลย!” มู่หรงอี้ขมวดคิ้วอีกครั้งด้วยความสังหรณ์ใจบางอย่าง พลันก้มมองลงที่มือข้างขวาของตนเองที่ว่างเปล่า... ถุงเงินกำมะหยี่สีทองปักลายอินทรีย์ ซึ่งเป็นถุงเงินส่วนพระองค์ที่บรรจุตั๋วเงินมูลค่ามหาศาล บัดนี้... มันได้มลายหายวับไปจากเอวของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้! ใบหน้าหล่อเหลาของท่านอ๋องผู้เยือกเย็นพลันแข็งค้าง ดวงตาสีเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรกในรอบสิบปี ยายตัวแสบนั่น... นอกจากจะฉกพู่หยกไปแล้ว นางยังบังอาจล้วงกระเป๋าเงินของเขาไปต่อหน้าต่อตาอีกรึ! เสี่ยวเถาฮวาขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามความสนุกสุดแสบนี้ด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัณฑิตสาวจอมป่วนกับท่านอ๋องผู้เยือกเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%