"ถ้ามึงเปิดได้คลาสนี้ กูยอมกราบตีนหมากลางเมืองหลวงเลยไอ้เรน!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นจนน้ำในแก้วกระเซ็นเป็นวงกว้าง ฝูงชนนับร้อยในลานพิธีปลุกเสกแห่งมหานครอาร์เคเดียต่างพากันส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ยจนเซ็งแซ่ แสงสีฟ้าพาสเทลของลูกแก้วบรรพกาลสะท้อนเข้ากับใบหน้าของชายหนุ่มผู้ตกเป็นเป้าสายตา เรนไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขายังคงยืนเอามือซ้ายล้วงกระเป๋ากางเกง ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ดูราวกับกำลังชมละครสัตว์ราคาถูก มากกว่าจะเผชิญหน้ากับพิธีกรรมเปลี่ยนคลาสครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต
โลกใบนี้ *‘โครโนส ออนไลน์’* ไม่ใช่แค่เกมอีกต่อไป แต่มันคือมหานครแห่งความเป็นจริงที่มนุษยชาติถูกบังคับให้อาศัยอยู่หลังจากโลกเก่าล่มสลาย การสุ่มคลาสตอนอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์คือตั๋วใบเดียวที่จะกำหนดว่าใครจะเป็นผู้ล่า หรือใครจะเป็นเหยื่อ
เรนเหลือบมองเพื่อนสนิทที่ยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ข้างเสาหิน เซร่า อดีตอัศวินศักดิ์สิทธิ์ผู้สูญเสียพลังและถูกถอดสมญานาม กำลังกัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสันนูน มือหนาของเธอกำด้ามดาบไม้ที่เหน็บไว้ข้างเอวแน่นเสียจนข้อต่อขาวโพลน
"เงียบปากแล้วรอดูเถอะน่า เซร่า" เรนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรื่อยเปื่อย ราวกับกำลังสั่งกาแฟในร้านสะดวกซื้อ "คนเรามักจะดูถูกสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก่อนที่มันจะถล่มใส่หัวเสมอแหละครับ"
"ยิ่งใหญ่บ้านแกส(ร)ะซิ! นั่นมันลูกแก้วระดับทมิฬ ลูกแก้วที่แม้แต่ขอทานยังไม่ชายตาแล!" เซร่ากระซิบลอดไรฟันด้วยความหัวเสีย "แกไม่รู้หรือไงว่าไอ้คนสุดท้ายที่แตะลูกแก้วลูกนั้น ตอนนี้กลายเป็นปุ๋ยบำรุงแปลงแครอทหลังเมืองไปนานแล้ว!"
เรนหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาไม่สนใจเสียงซุบซิบของฝูงชนที่เริ่มส่งเสียงไล่หลังเขาให้รีบไสหัวไปพ้นๆ แท่นพิธี นักบวชชั้นสูงผู้ทำหน้าที่ควบคุมพิธีถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเบื่อหน่าย มือเหี่ยวย่นโบกไล่ส่งอย่างไม่ไยดี
"หมดเวลาเล่นแล้วเจ้าหนู ถ้าไม่มีปัญญาจ่ายค่าธรรมเนียมพิธีรอบสอง ก็ไสหัวลงไปซะ คนข้างหลังเขารอ..."
*ป้าบ!*
ฝ่ามือเรียวยาวของเรนวางทาบลงบนลูกแก้วสีดำสนิทก่อนที่นักบวชชราจะพูดจบ ประโยคที่เหลือจึงกลืนหายไปในลำคอเมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นทันที
บรรยากาศรอบตัวนิ่งงันไปชั่วขณะ อุณหภูมิในรัศมีสิบเมตรลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ลูกแก้วที่เคยขุ่นมัวและไร้ค่า กลับเปล่งประกายแสงสีม่วงเข้มตัดกับความมืดมิด เสียงคำรามต่ำราวกับเสียงกู่ร้องของวิญญาณนับล้านดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของทุกคนที่ยืนอยู่ ณ ที่นั้น รอยแตกร้าวสีแดงฉานแผ่ขยายไปทั่วผิวลูกแก้ว ท่ามกลางความตกตะลึงของฝูงชนที่อ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปทำรัง
นักบวชชราก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ดวงตาเบิกกว้างจนแทบหลุดจากเบ้า "นะ... นั่นมันเกิดอะไรขึ้น? ลูกแก้วเสื่อมสภาพงั้นเหรอ?"
ไม่ใช่ความผิดพลาดของอุปกรณ์ แต่มันคือการตอบสนองของระบบ
[ติ๊ง! ตรวจพบเงื่อนไขลับ 'จิตวิญญาณแห่งความตายที่ไร้ความกลัว']
[ท่านได้รับการยอมรับจาก 'มหาคัมภีร์แห่งความอาดูร']
[ขอแสดงความยินดี! ท่านได้รับคลาสระดับตำนานขั้นสูง: 'เนโครแมนเซอร์' (Necromancer)]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของเรน พร้อมกับหน้าต่างสถานะสีดำสนทนาปรากฏขึ้นตรงหน้า ทว่า สิ่งที่ทำให้เรนต้องเลิกคิ้วสูงด้วยความสนใจ ไม่ใช่ชื่อคลาสที่คนทั้งเซิร์ฟเวอร์รังเกียจเดียดฉันท์ แต่เป็นรายละเอียดปลีกย่อยที่ระบบแถมมาให้ต่างหาก
เซร่าพุ่งเข้ามาคว้าไหล่เรนไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงเสียจนเรนรู้สึกเจ็บแปลบ "คะ... คลาสอะไร? ไอ้เรน! แกได้คลาสอะไร บอกฉันมาเดี๋ยวนี้!"
เรนหันไปมองเพื่อนสาวที่หน้าซีดเผือด ยิ้มกริ่มแล้วเอ่ยตอบเสียงใส "เนโครแมนเซอร์ครับ... คลาสยอดฮิตที่ทำเอาคนทั้งลานพิธีทำหน้าเหมือนคนกินยาขมหม้อใหญ่เลยล่ะครับ"
"เนโครแมนเซอร์เรอะ! บ้าไปแล้ว!" เซร่าทรุดฮวบลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นหินอย่างไร้เรี่ยวแรง มือทั้งสองข้างทึ้งผมตัวเองด้วยความสิ้นหวัง "นั่นมันคลาสสายซับพอร์ตที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาคลาสทั้งหมดแถมยังเป็นที่รังเกียจของสมาคมผู้กล้า! แบบนี้พวกเราไม่ต้องหวังจะได้เข้าดันเจี้ยนระดับสูงแล้ว ตลอดชีวิตนี้คงได้แค่ขุดศพหมาข้างถนนขายไปวันๆ แน่!"
เรนย่อตัวลงใช้มือตบไหล่เพื่อนสนิทเบาๆ สองสามทีอย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นใสฉายแววเจ้าเล่ห์ที่เซร่าเห็นแล้วต้องขนลุกเกรียว
"ใครบอกว่าผมจะเป็นเนโครแมนเซอร์แบบที่คนอื่นเขาเป็นกันล่ะครับ?" เรนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตาทอดมองไปยังหน้าต่างระบบที่ลอยอยู่กลางอากาศ ซึ่งตอนนี้ตัวอักษรสีแดงเลือดกำลังเปลี่ยนรูปร่างไปตามความคิดของเขา
[สกิลพื้นฐาน: 'อัญเชิญโครงกระดูก' ถูกดัดแปลงโดยอัตโนมัติ...]
[คำเตือน: การกระทำนี้ฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ของระบบหลัก ท่านต้องการดำเนินการต่อหรือไม่?]
เรนแย้มยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด นิ้วเรียวกดปุ่มยืนยันอย่างไร้ความลังเล
"ในเมื่อโลกนี้มันบอกว่าขยะก็คือขยะ..." เรนพึมพำเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน "งั้นผมก็จะใช้ไอ้กองขยะพวกนี้นแหละ สร้างอาณาจักรที่พวกมันจะต้องกราบกรานเท้าผมเอง"
ทันใดนั้น ท้องฟ้าเหนือมหานครอาร์เคเดียที่เคยโปร่งใส กลับถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆสีดำทะมึนในพริบตา เสียงระฆังเตือนภัยดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทุกเขต พื้นดินสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ และก่อนที่ใครจะได้ตั้งตัว ร่างของโครงกระดูกนับร้อยตัวก็ผุดขึ้นมาจากรอยแตกของพื้นผิวถนนรอบตัวเรนและเซร่า
ทว่า สิ่งที่ทำให้เซร่าและเหล่านักบวชต้องเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวจนหัวใจแทบหยุดเต้น ไม่ใช่จำนวนของกองทัพซากศพเหล่านั้น... แต่เป็นอาวุธในมือของพวกมัน
โครงกระดูกแถวหน้าสุดไม่ได้ถือดาบขึ้นสนิมหรือโล่ผุพังเหมือนในตำราเรียนเวทมนตร์ แต่มันกำลังถือ 'ปืนกลรัวกระสุนเวทมนตร์' ที่เรนเพิ่งจะออกแบบโครงสร้างและเขียนโค้ดสกิลทับลงไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อสามวินาทีที่แล้ว!
"ยินดีต้อนรับสู่ยุคสมัยใหม่ครับ ทุกคน" เรนหันไปฉีกยิ้มหวานหยดย้อยให้กับกล้องถ่ายทอดสดของสมาคมที่กำลังแพร่ภาพเหตุการณ์นี้ไปทั่วทั้งเซิร์ฟเวอร์
[ติ๊ง! ภารกิจลับระดับ SSS: 'การล้างบางสมาคมผู้กล้า' เริ่มต้นขึ้นแล้ว]
[ระยะเวลาจำกัด: 72 ชั่วโมง หากล้มเหลว วิญญาณของท่านจะถูกลบออกจากเซิร์ฟเวอร์ถาวร]
[ผู้เล่นระดับสูง 'คาร์ลอส' หัวหน้ากิลด์ดาบศักดิ์สิทธิ์ กำลังมุ่งหน้ามายังตำแหน่งของท่านด้วยความเร็วสูง...]
ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านตอนแรกไปพร้อมกับผม แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้าว่า "เนโครแมนเซอร์สายปืนกล" คนนี้จะรับมือกับผู้กล้าอันดับหนึ่งอย่างไรนะครับ!
เนโครแมนเซอร์สายบวก กับก๊วนกู้โลกสุดป่วน•ตอนที่ 1
เริ่มต้นในฐานะขยะ
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนโครแมนเซอร์สายบวก กับก๊วนกู้โลกสุดป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
