เสียงแฟลชจากกล้องนับร้อยตัวสาดวาบเข้ามาราวกับจะเผาไหม้ทุกสิ่งให้เป็นจุล ค่ำคืนนี้ในห้องบอลroomสุดหรูของโรงแรมระดับเจ็ดดาว แชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับสะท้อนภาพสังคมชั้นสูงที่กำลังจิบแชมเปญราคาแพงเคลือบด้วยรอยยิ้มจอมปลอม แต่สำหรับรินรดาแล้ว บรรยากาศรอบตัวกลับร้อนระอุราวกับเธอกำลังยืนอยู่กลางกองเพลิง
ชุดราตรีผ้าไหมสีมรกตเข้ารูปขับเน้นรูปร่างเพรียวระหงและท่าทีองอาจไม่ยอมก้มหัวให้ใคร เธอยืนเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ทรงอิทธิพลโดยมีไมโครโฟนไร้สายสั่นสะเทือนอยู่ในมือเรียว
“คุณรินรดาคะ มีกระแสข่าวหลุดออกมาว่า โปรเจกต์มูนไลท์ของคุณกำลังจะล่มสลายเพราะถูกถอนสปอนเซอร์รายใหญ่ จริงไหมคะที่ทางคุณธันวาใช้อำนาจมืดบีบบังคับบริษัทคู่ค้าไม่ให้สนับสนุนแบรนด์อิสระของคุณ?”
เสียงนักข่าวสาวจากสำนักพิมพ์ชื่อดังยิงคำถามใส่ทันทีราวกับไฮยีน่าได้กลิ่นเลือด ทุกสายตาในห้องโถงหันมาจับจ้องเป็นตาเดียว ความเงียบสงัดชั่วขณะเข้าปกคลุมราวกับทุกคนกำลังรอคอยดูละครฉากใหญ่ที่จะตัดสินชะตากรรมของดีไซเนอร์สาวโนเนมคนนี้
รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นไม่ได้มีความหวาดกลัว เจือจาง หรือสั่นเทาแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มแห่งความเย้ยหยันที่ถูกส่งตรงไปยังร่างสูงสง่าของประธานหนุ่มผู้ยืนกอดอกอยู่มุมห้อง—ธันวา
ชายหนุ่มในชุดสูททักซิโด้ตัดเย็บพิเศษรับกับไหล่กว้างและเอวสอบ ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวคู่นั้นมองกลับมาด้วยแววตาเรียบเฉย เย็นชา และเปี่ยมด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จ เขาคือซีอีโอมหาเศรษฐีผู้ควบคุมเม็ดเงินหมุนเวียนนับแสนล้าน และเป็นคนที่ใครๆ ก็รู้ว่า ‘เกลียดการต่อรอง’ มากที่สุด
แต่รินรดาหาได้แคร์ไม่
“อำนาจมืดเหรอคะ?” รินรดาทวนคำ เสียงหวานใสแต่ทรงพลังก้องกังวานผ่านไมโครโฟน “ดิฉันต้องขอขอบคุณสำหรับคำถามนี้นะคะ มันทำให้ดิฉันได้มีโอกาสชี้แจงความจริงให้พวกคุณที่นั่งฟังอยู่ตรงนี้ ได้ตาสว่างเสียที”
เธอปรายตามองไปยัง กวินทร์ ศัตรูตัวฉกาจของธันวาที่ยืนยิ้มเยาะอยู่ไม่ไกล กวินทร์เป็นคนปล่อยข่าวลือนี้เพื่อหวังทำลายทั้งชื่อเสียงของโปรเจกต์มูนไลท์และสั่นคลอนความน่าเชื่อถือของธันวาในเวลาเดียวกัน
“โปรเจกต์มูนไลท์ไม่ได้ล่มสลายค่ะ และไม่เคยมีใครหน้าไหน—ไม่ว่าจะใช้อำนาจเงินหรือใช้วิธีสกปรกแค่ไหน—มาบีบบังคับสปอนเซอร์ของเราได้สำเร็จ” รินรดาเน้นเสียงหนักแน่นในทุกพยางค์ “เพราะสปอนเซอร์ที่ถอนตัวไปเมื่อบ่ายวันนี้ ไม่ใช่เพราะถูกบีบ... แต่เป็นเพราะดิฉัน ‘ยกเลิกสัญญา’ กับพวกเขาก่อนต่างหากค่ะ”
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทันที นักข่าวต่างกระซิบกระซาากกันด้วยความตื่นตะลึง ใครเล่าจะกล้าหาญชาญชัยถึงขนาดฉีกสัญญากับพาร์ทเนอร์รายใหญ่ในงานกาลาการกุศลระดับประเทศแบบนี้
ธันวาที่ยืนนิ่งสงบมาตลอด ขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาคมกริบหรี่ลงมองหญิงสาวตรงหน้า ร่องรอยความประหลาดใจฉายชัดขึ้นในแววตาคู่คมเป็นครั้งแรก เขาคาดเดาไว้แล้วว่าเธอจะสู้กลับ แต่ไม่คิดว่าเธอจะเลือกวิธีที่เด็ดเดี่ยวและไร้ทางถอยเช่นนี้
“คุณรินรดากำลังหมายความว่าอย่างไรคะ? การยกเลิกสัญญากลางคันแบบนั้นหมายถึงความเสียหายระดับสิบ миллиоон นะคะ คุณเอาความมั่นใจมาจากไหน?” นักข่าวคนเดิมถามแทรกขึ้นด้วยความตกใจ
รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจจนน่าหมั่นไส้ เธอก้าวเท้าเข้าไปใกล้แท่นโพเดียมมากขึ้น แสงไฟสปอตไลท์สาดส่องลงมาทาบทับร่างของเธอจนเปล่งประกาย
“เพราะดิฉันไม่ต้องพึ่งพาเงินสกปรกของใครไงคะ” เธอกวาดสายตามองไปรอบห้อง “และถ้าพวกท่านอยากรู้ว่าใครกันแน่ที่กำลังดิ้นรนอยู่บนความพินาศ... เชิญหันไปมองหน้าจอโปรเจกต์ด้านหลังได้เลยค่ะ”
สิ้นเสียงของเธอ หน้าจอ LED ขนาดยักษ์ด้านหลังเวทีก็ดับวูบลงชั่วพริบตา ก่อนจะสว่างวาบขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเอกสารทางการเงินและคลิปเสียงสนทนาลับที่ถูกอัปโหลดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ชื่อของกวินทร์และรายการโอนเงินใต้โต๊ะปรากฏหราอยู่บนจออย่างชัดเจน
สีหน้าของกวินทร์เปลี่ยนจากสีเลือดเป็นสีขาวซีดเผือดทันที เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผม เขาอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก ร่างกายสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อความลับอันดำมืดถูกกระชากหน้ากากประจานต่อหน้าคนนับร้อยในพริบตา
“นี่มันอะไรกันวะ!” กวินทร์ตวาดลั่นด้วยความสติแตก พยายามพุ่งตัวเข้าไปเพื่อแย่งไมค์ แต่ย่อมช้ากว่าบอดี้การ์ดร่างยักษ์ของธันวาที่ก้าวเข้ามาขวางเอาไว้ได้อย่างรวดเร็วดั่งภูผา
รินรดายืนกอดอกมองภาพความพินาศตรงหน้าด้วยแววตาสะใจ เธอหันกลับมาสบตากับธันวาอีกครั้ง คราวนี้ระยะห่างระหว่างเขากับเธอนั้นใกล้เสียจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ ธันวามองเธอด้วยสายตาที่ลึกซึ้งขึ้น—มันไม่ใช่ความโกรธเคืองอย่างที่ควรจะเป็น แต่เป็นประกายความเร่าร้อนและความทึ่งที่ถูกจุดติดขึ้นในอก
ประธานหนุ่มจอมเผด็จการยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ยิ้มที่ไม่ได้มีให้ใครง่ายๆ ก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นตบเบาๆ สองสามครั้งเพื่อเป็นการแสดงความชื่นชมต่อผลงานชิ้นเอกของคู่หมั้นสาวหมาดๆ ของเขา
ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าเกมนี้จบลงแล้วและความจริงได้ปรากฏแก่สายตาประชาชน เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากสมาร์ตโฟนในมือของนักข่าวทุกคนและแขกเหรื่อในงานก็ดังขึ้นพร้อมเพรียงกันอย่างน่าขนลุก
หน้าจอโทรศัพท์ทุกเครื่องสว่างวาบพร้อมข้อความประกาศิตจากตลาดหลักทรัพย์และธนาคารกลางที่ส่งตรงถึงโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องในห้องโถง
‘ประกาศด่วน: หุ้นในเครือบริษัทของธันวากำลังถูกเทขายอย่างหนักหน่วงด้วยวงเงินมหาศาล และบัญชีหลักของโปรเจกต์มูนไลท์ถูกอายัดโดยคำสั่งศาลสูงสุด เนื่องจากพบหลักฐานการฟอกเงิน...’
รินรดารuTขมวดคิ้วแน่น รอยยิ้มแห่งชัยชนะบนใบหน้าเลือนหายไปในเสี้ยววินาที เธอหันขวับกลับไปมองธันวา ทว่าสิ่งที่เธอเห็นไม่ใช่ความตื่นตระหนก หากแต่เป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ซ่อนเร้นความลับอันน่ากลัวเอาไว้
ธันวาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก กระซิบบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำข้างใบหู
“เกมเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเองค่ะที่รัก... ดูซิว่าคุณจะแก้เกมนี้ยังไง เมื่อคนที่สั่งอายัดบัญชีคุณ ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น ‘สามี’ ในนามอย่างฉันเอง”
ไอศกรีมมินต์ช็อกขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและร่วมอินไปกับความแซ่บนี้ด้วยกันนะคะ!
ทายาทพันล้านกับสาวโปรเจกต์มูนไลท์•ตอนที่ 1
ศึกแรกที่งานกาลา
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทพันล้านกับสาวโปรเจกต์มูนไลท์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!