กลิ่นควันบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นไม้สนราคาแพงอบอวลอยู่ในอากาศเย็นเฉียบภายในห้องทำงานส่วนตัวของศิลา มันไม่ใช่กลิ่นที่ทำให้ผ่อนคลาย แต่มันกดทับประสาทสัมผัสจนนาราแทบหยุดหายใจ
นาราขยับแว่นสายตาให้เข้าที่ มือที่ถือสมุดบันทึกสั่นน้อยๆ จนเธอต้องกำมันไว้แน่น เธอไม่ได้มาที่นี่ในฐานะแขก แต่มาในฐานะ ‘ผู้รักษา’ ที่กำลังจะถูกเขารักษาเสียเอง
“คุณหมอครับ... การจ้องมองคนไข้โดยไม่ละสายตาแบบนั้น ในทางจิตวิทยาเขาเรียกว่าอะไรนะ?”
เสียงทุ้มต่ำดั่งเสียงคำรามของสัตว์ร้ายในเงามืดดังขึ้น ศิลาไม่ได้เงยหน้าจากเอกสารตรงหน้า เขายังคงตวัดปากกาเขียนบางอย่างลงบนกระดาษด้วยความเร็วและหนักหน่วง ราวกับกำลังลงทัณฑ์ใครสักคน
นาราเม้มริมฝีปากแน่น เธอกระชับเสื้อกาวน์สีขาวที่สวมทับชุดทำงานจนตึงมือ “มันเรียกว่าการสังเกตการณ์พฤติกรรมค่ะคุณศิลา ฉันต้องการวิเคราะห์... ภาวะความผิดปกติที่คุณกำลังเผชิญ”
ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงที่ปราศจากความขบขันสิ้นดี เขาปิดแฟ้มลงดัง *ปัง* เสียงนั้นดังสะท้อนไปทั่วห้องทำงานที่กว้างขวางราวกับคุกส่วนตัว ก่อนที่ชายหนุ่มจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาร่างสูงใหญ่ของเขาบดบังแสงไฟจนนารารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังมืดมิดลง
เขาเดินช้าๆ อ้อมโต๊ะทำงานตัวใหญ่เข้ามาหาเธอ ทุกย่างก้าวดูมั่นคงและทรงอำนาจจนนาราเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว แต่แผ่นหลังของเธอกลับปะทะเข้ากับผนังห้องเย็นเยียบเสียก่อน
“ภาวะความผิดปกติงั้นหรือ?” ศิลาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างเพียงไม่กี่นิ้วทำให้นาราได้กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ที่แฝงไปด้วยความอันตรายจากกายเขา “นารา... คุณคิดว่าความปรารถนาที่อยากจะครอบครองทุกอย่างบนโลกใบนี้ มันคือ ‘ความผิดปกติ’ หรือว่าเป็นเพียง ‘ความทะเยอทะยาน’ ของผู้ชนะกันแน่?”
นาราเงยหน้าสบตากับดวงตาคมปลาบสีนิลสนิทคู่นั้น ในใจของเธอเต้นรัวราวกับกลองศึก เธอรู้ดีว่านี่คือเกมที่เขาเป็นผู้คุมกฎ แต่ในฐานะจิตแพทย์ เธอต้องไม่แสดงความอ่อนแอออกมา
“ความทะเยอทะยานที่ไร้ขอบเขตนำไปสู่การทำลายล้างค่ะ และคุณ... กำลังทำลายตัวเองด้วยการปิดกั้นความรู้สึกที่มนุษย์ควรจะมี” เธอโต้ตอบอย่างกล้าหาญ แม้เสียงจะสั่นพร่าเล็กน้อย
ศิลาโน้มตัวลงมา ใบหน้าหล่อเหลาที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งอยู่ใกล้จนนาราสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดผิวแก้ม นิ้วเรียวยาวของเขายื่นมาแตะที่ปลายคางของเธอ บังคับให้เธอเชิดหน้าขึ้นรับสัมผัสจากสายตาที่จ้องมองลึกเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตวิญญาณ
“มนุษย์ควรมีความรู้สึกงั้นหรือ? น่าขัน...” เขาหยัน “คุณกำลังพูดถึงความรัก? หรือความเห็นอกเห็นใจ? สิ่งเหล่านั้นก็แค่โซ่ตรวนที่ผูกมัดคนอ่อนแอไว้กับความล้มเหลว... เหมือนที่คุณกำลังเป็นห่วงน้องสาวที่เพิ่งผ่าตัดเสร็จในโรงพยาบาลรัฐแห่งนั้น ใช่ไหม?”
นาราหน้าถอดสีทันที หัวใจเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม “คุณ... คุณไปรู้เรื่องนั้นมาได้ยังไง!”
“ในโลกของผม ไม่มีอะไรที่เป็นความลับ” เขาไล้นิ้วผ่านแนวขากรรไกรของเธออย่างแผ่วเบา แต่แฝงไปด้วยความหมายที่ทำให้ขนลุกซู่ “ถ้าคุณอยากให้ครอบครัวของคุณปลอดภัย หากอยากให้น้องสาวคุณมีเงินรักษาตัวจนหายดี... คุณก็แค่ต้องทำตัวเป็น ‘ผู้ฟังที่ดี’ ให้ผม ในที่ที่ไม่มีใครเข้ามารบกวนเราสองคนได้”
ความหวาดกลัวเข้าจู่โจมจิตใจจนนาราน้ำตาคลอ แต่เธอก็พยายามกลั้นมันไว้ด้วยศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด “คุณใช้วิธีสกปรกเพื่อบีบบังคับคนอื่นแบบนี้หรือคะ?”
ศิลาไม่ตอบ เขาเปลี่ยนจากการจับคางมาเป็นโอบรอบเอวบางของเธอแน่นขึ้น รั้งร่างเธอให้แนบชิดกับอกแกร่งราวกับกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันทลาย
“ผมไม่ได้ใช้วิธีสกปรก... ผมแค่กำลังสร้าง ‘ทางเลือก’ ให้คุณต่างหากล่ะคุณหมอ” เขาโน้มใบหน้าลงมาจนริมฝีปากอยู่ห่างจากใบหูของเธอเพียงไม่กี่มิลลิเมตร “จะยอมเป็นส่วนหนึ่งในเกมของผมด้วยความเต็มใจ หรือจะให้ผมใช้ ‘วิธีอื่น’ ที่ทำให้คุณไม่มีวันไปไหนได้อีกเลย... เลือกเอาเถอะ”
น้ำเสียงที่กระซิบข้างหูนั้นไม่ได้มีความเมตตาอยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือคำสั่งที่เฉียบคมและเลือดเย็น นาราหลับตาแน่น พยายามเรียกสติกลับมา แต่สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่ลูบไล้หลังคอเบาๆ กลับทำให้สติของเธอแตกกระเจิงจนเกือบจะพังทลาย
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างแรง ตามมาด้วยการพังประตูเข้ามาของชายชุดดำที่ดูรีบร้อน
“นายครับ! รวินท์ส่งคนมาป่วนที่ท่าเรือแล้วครับ พวกมันกำลังข้ามเส้นเขตแดนที่เราตกลงกันไว้!”
ศิลาชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด เขาละมือออกจากตัวนาราอย่างช้าๆ ก่อนจะหันไปตวาดสั่งลูกน้องด้วยเสียงที่เย็นเยียบกว่าน้ำแข็ง “เตรียมกำลังไปที่นั่น เดี๋ยวนี้! แล้วส่งคนไปเฝ้าคุณหมอคนนี้ไว้... อย่าให้คลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว”
ก่อนที่ศิลาจะหันหลังเดินจากไป เขากลับหันมามองนาราด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น
“อย่าได้คิดหนีเชียวล่ะนารา... เพราะนอกจากชีวิตน้องสาวคุณแล้ว ตอนนี้ผมยังค้นพบ ‘ความลับอีกอย่าง’ ที่จะทำให้คุณไม่มีวันสลัดผมพ้นไปได้ตลอดกาล”
เขาหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทแล้วโยนมันลงบนโต๊ะก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้นาราทรุดตัวลงหยิบรูปถ่ายนั้นขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นเทา... ในรูปนั้นคือเธอกับผู้ชายคนหนึ่งที่เธอไม่เคยเปิดเผยให้ใครรู้มาก่อน... ผู้ชายที่ศิลาต้องตามล่าตัวไปฆ่าให้ตาย!
...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ความปรารถนาอันมืดมิดไปพร้อมกับละอองดาวเดือนเก้านะคะ
กับดักนัยน์ตาปีศาจ•ตอนที่ 1
รอยร้าวในกำแพงน้ำแข็ง
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักนัยน์ตาปีศาจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
