ดารากระบี่วิปลาสกับนางเซียนผู้ตื่นจากนิทรา•ตอนที่ 1

หุบเขาไร้ลักษณ์

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โลหิตระดูดซับอักขระ เก้าหยด... มิใช่เพื่อบูชายัญฟ้าดิน แต่เป็นการสังเวยความโง่เขลาของสำนักกระบี่มารทมิฬที่บังอาจส่งมือสังหารระดับหลอมรวมวิญญาณมาจบชีวิตเยี่ยชิงในสถานที่อับจนหนทางเช่นนี้ "ช่างน่าขันนัก..." เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากที่เหยียดยิ้มเยาะของบุรุษหนุ่มชุดคลุมสีดำสนิท นัยน์ตาของเยี่ยชิงกวาดมองซากศพสามร่างที่นอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นหินอัคนีเบื้องล่าง รอบกายของเขาปรากฏร่องรอยของค่ายกลดาราโลหิตที่เพิ่งมอดดับลง ไอสังหารยังคงคุกกรุ่นอยู่ในอากาศราวกับหมอกพิษยามค่ำคืน แต่สำหรับผู้ที่เชี่ยวชาญการชักนำพลังแห่งฟ้าดินและอักขระโบราณเช่นเขา การฆ่าคนเหล่านี้ก็ไม่ต่างจากการดีดปัดฝุ่นละอองบนบ่า ยุทธภพแห่งนี้ล้วนขับเคลื่อนด้วยความโลภ ปราณยุทธ์และเคล็ดวิชาคือสิ่งล่อตาล่อใจให้มนุษย์ฆ่าฟันกันราวกับฝูงสุนัขแย่งชิ้นเนื้อ ทว่าเยี่ยชิงหาได้สนใจเศษสวะเหล่านั้นไม่ เป้าหมายของเขาในครานี้คือ "หุบเขาไร้ลักษณ์" หุบเขาต้องห้ามที่แม้แต่ยอดฝีมือระดับบรรพจารย์ยังต้องหลั่งเลือดเมื่อย่างกรายเข้ามา ก้าวแรกที่เหยียบย่างผ่านม่านหมอกสีครามทึบ บรรยากาศรอบด้านก็แปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันราวกับหลุดพ้นจากโลกมนุษย์ ปราณกระบี่ในร่างกายของเยี่ยชิงพลันสั่นไหวอย่างรุนแรง มันมิใช่ความหวาดกลัว แต่เป็นความตื่นเต้นเร้าใจของคมกระบี่ที่สัมผัสได้ถึงคู่ต่อสู้ที่คู่ควร—ไม่ใช่คน แต่เป็นภูมิปัญญาแห่งยุคบรรพกาลที่ถูกผนึกไว้ด้วยกาลเวลา "เยี่ยชิง... เจ้ายังกล้าหาญชาญชัยเช่นเคย ทะยานเข้าสู่แดนสนธยาโดยไม่เกรงกลัวความตาย" เสียงหนึ่งดังแว่วมาจากความว่างเปล่า น้ำเสียงนั้นเยียบเย็นดั่งน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดู แต่มันกลับแฝงไว้ด้วยความกังวานล้ำลึกที่สั่นสะเทือนจิตวิญญาณ เยี่ยชิงไม่ได้หันกลับไปมอง เขายังคงก้าวเดินอย่างมั่นคง มือข้างขวากุมด้ามกระบี่บินนภาไว้หลวมๆ ขณะที่สายตาคมกริบกวาดสำรวจผนังผาศิลาเบื้องหน้า ซึ่งเต็มไปด้วยรอยขูดขีดและคราบตะไคร่น้ำแห่งกาลเวลา "ความตายหรือ?" เยี่ยชิงหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความทระนงอันเปี่ยมล้น "สำหรับข้า เยี่ยชิงแล้ว ความตายเป็นเพียงการเดินทางไปสู่ดินแดนที่ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ หากข้าหวาดกลัวต่อหุบเขาไร้ลักษณ์นี้ ป่านนี้กระบี่ในมือข้าคงขึ้นสนิมกลายเป็นเศษเหล็กไร้ค่าไปนานแล้ว" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เงาร่างโปร่งแสงสีขาวบริสุทธิ์จะค่อยๆ ปรากฏขึ้นกลางอากาศ นางคือเซียนอวี๋จี นางเซียนผู้สง่างามและเย็นชาดั่งเทพธิดาน้ำแข็ง นางเพิ่งจะตื่นจากการหลับใหลอันยาวนานนับพันปีด้วยพลังปราณอักขระที่เยี่ยชิงเป็นผู้ปลดปล่อย อาภรณ์สีขาวพลิ้วไหวแม้ไม่มีสายลมพัดพา ดวงตาดั่งหงส์คู่นั้นจับจ้องมองบุรุษเบื้องล่างด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งเยือกเย็น ทั้งหวาดระแวง และ... เจือประกายความชื่นชมที่นางมิอาจปฏิเสธได้ "เจ้าเด็กโง่... ความทะนงตนจะนำพาความหายนะมาสู่ตัวเจ้าเอง" อวี๋จีเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก "สิ่งที่ซ่อนอยู่หลังม่านหมอกนี้ไม่ใช่สมบัติ แต่เป็นคำสาปแช่งจากทวยเทพที่ถูกลืมเลือน" "คำสาปหรือสัจธรรม ข้าต้องเป็นผู้พิสูจน์ด้วยตาตนเอง" เยี่ยชิงก้าวเท้าเข้าไปใกล้ผนังศิลาเบื้องหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งปลายนิ้วสัมผัสกับพื้นผิวที่เย็นเยียบ ทันใดนั้นเอง! ศิลาจารึกอักขระโบราณที่เคยหลับใหลก็พลันเปล่งแสงสีทองเจิดจ้าบาดตา! *ครืนนน—!* พื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ม่านพลังไร้ลักษณ์นับพันสายพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ราวกับมังกรคำรามที่ถูกปลุกให้ตื่นจากนิทรา อักขระโบราณนับหมื่นตัวลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ แผ่แรงกดดันมหาศาลจนกระดูกทั่วร่างของเยี่ยชิงส่งเสียงลั่นกรอบ นี่คือค่ายกลบรรพกาลที่หลงเหลือจากยุคสร้างโลก! หากเป็นจอมยุทธ์ทั่วไป คงถูกแรงกดดันนี้บดขยี้จนร่างแหลกสลายกลายเป็นผุยผงไปในพริบตาแล้ว อวี๋จีขมวดคิ้วมุ่น นางขยับกายวาบเข้ามาประชิดเบื้องหลังของเขาโดยไม่รู้ตัว มือเรียวดั่งหยกขาวเตรียมจะซัดพลังปราณเซียนเข้าช่วยเหลือ ทว่าเยี่ยชิงกลับยกมือขึ้นห้ามด้วยสีหน้าสุขุมนิ่งสนิท "อย่าขยับ..." เสียงของเขากระซิบแผ่วเบาแต่หนักแน่น ทรงพลัง และเปี่ยมด้วยความมั่นใจอย่างประหลาด "ข้าบอกแล้วว่า... ปัญหานี้ต้องแก้ด้วยสมอง มิใช่กำลัง" เยี่ยชิงหลับตาลง ปราณกระบี่ในตันtian (ตันเถียน) หมุนวนอย่างรวดเร็ว สมองของเขาประมวลผลวิถีการโคจรของอักขระนับหมื่นตัวในเสี้ยววินาที ดวงตาเปิดโพรงขึ้นอีกครั้งพร้อมกับประกายแสงสีทองคำขาวที่ฉายชัดในนัยน์ตา มือซ้ายสะบัดออก ปลดปล่อยโลหิตหยดสุดท้ายลงบนปลายนิ้ว ก่อนจะวาดเขียนอักขระต้านทานกลางอากาศอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด! *เปรี้ยง! ตูม!* การปะทะกันระหว่างอักขระโบราณและยันต์อักขระที่เยี่ยชิงเขียนขึ้นสดๆ ร้อนๆ ก่อให้เกิดคลื่นกระแทกกระจายออกไปเป็นวงกว้าง ต้นไม้ใบหญ้ารอบรัศมีร้อยลี้ราบเป็นหน้ากลอง หุบเขาไร้ลักษณ์สั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินแยก ทว่า ท่ามกลางพายุพลังงานที่บ้าคลั่งนั้น ศิลาจารึกโบราณกลับค่อยๆ สงบลง อักขระทองคำนับหมื่นตัวไหลทะลักเข้าสู่กลางหน้าผา เผยให้เห็นช่องลับขนาดใหญ่ที่มืดมิดและไร้ซึ่งก้นบึ้ง... และที่ใจกลางช่องลับนั้น มีบางสิ่งกำลังส่งเสียงสะท้อนก้องกังวานราวกับเสียงหัวใจเต้น *ตึบ... ตึบ... ตึบ...* เซียนอวี๋จีสูดลมหายใจเข้าลึก นางมองแผ่นหลังของบุรุษหนุ่มผู้นี้ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ได้มีดีแค่ความทะนงตน แต่เขามีสติปัญญาที่เหนือล้ำกว่าผู้ใดในใต้หล้า "เจ้า... เปิดมันได้จริงๆ หรือ?" นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เจือความประหลาดใจเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี เยี่ยชิงไม่ได้ตอบคำถามทันที เขาลดมือลง ปัดฝุ่นตามอาภรณ์เล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาสบตากับนาง รอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์แบบฉบับสุภาพบุรุษผู้กุมความลับของโลกถูกส่งออกไป "นั่นเป็นเพียงแค่การทักทายแรกเท่านั้น แม่นางอวี๋จี..." เยี่ยชิงเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในความมืดมิดของช่องลับเบื้องหน้า ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของนางสะดุด "เพราะสิ่งที่รอเราอยู่ข้างล่างนั้น... ดูเหมือนจะตื่นจากการหลับใหลมารอเราอยู่ก่อนแล้ว และมันไม่ได้มากันแค่คนเดียว..." สิ้นเสียงพูดของเยี่ยชิง เงาดำนับร้อยสายก็พุ่งทะยานขึ้นมาจากก้นบึ้งของช่องลับ พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่สั่นประสาท และหนึ่งในเงาร่างเหล่านั้น... กลับถือครองกระบี่เล่มเดียวกับที่สำนักกระบี่มารทมิฬใช้! โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ --- ด้วยความเคารพในวิถีแห่งอักษรและยุทธภพ **หมึกทองคำข้ามภพ**
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดารากระบี่วิปลาสกับนางเซียนผู้ตื่นจากนิทรา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%