อัลกอริทึมไร้พ่ายกับสถาปนิกโลกเสมือน•ตอนที่ 20

การเมืองในกิลด์ใหญ่

ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
เสียงถอนหายใจยาวนานที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของอาคเนย์ไม่ได้ช่วยลดทอนความอึดอัดภายในห้องประชุมลับชั้นใต้ดินของมหานครเซเลสเทียลลงได้แม้แต่น้อย เบื้องหน้าของเขามีโต๊ะประชุมหินอ่อนสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟนีออนสีฟ้าอมม่วงจากเพดานโค้งโคปูลา แสงนั้นตกกระทบลงบนใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความเหนื่อยล้าของชายหนุ่มผู้ยึดมั่นในตรรกะและโครงสร้าง รอบโต๊ะประชุมตัวยาวนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เขาและเรย์ สหายร่วมรบผู้ทำหน้าที่เป็นทั้งคู่คิดและตัวแปรอันคาดเดาไม่ได้ ทว่ายังมีเงาร่างอีกส้าร่างที่นั่งสอดประสานมือเข้าหากันด้วยท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและความกดดัน กิลด์ 'ดรากอน ไอออน' (Dragon Iron) หนึ่งในสามขั้วอำนาจดั้งเดิมที่ผูกขาดเศรษฐกิจและเส้นทางดันเจี้ยนระดับสูงของเกมเสมือนจริงแห่งนี้มานานกว่าสามปี ส่งตัวแทนระดับสูงมาเจรจา... หรือพูดให้ถูกคือ การยื่นคำขาด "คุณอาคเนย์ครับ... โค้ดสถาปัตยกรรมที่คุณเขียนขึ้นมาเพื่อปรับแต่งระบบสมดุลการดรอปไอเทมในชั้นที่สิบสอง มันกำลังสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจภาพรวมที่เราหล่อหลอมกันมาอย่างยากลำบาก" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นจากชายวัยกลางคนสวมชุดเกราะนักเวทประดับลวดลายทองคำ เขาคือ 'บารอน' รองหัวหน้ากิลด์ดรากอน ไอออน ผู้มีอิทธิพลทั้งในโลกจริงและโลกเสมือน ดวงตาหลังกรอบแว่นโลหะจ้องมองมาที่อาคเนย์ราวกับผู้พิพากษากำลังพิจารณาคดีนักโทษประหาร อาคเนย์ยังคงนิ่งเงียบ นิ้วเรียวยาวของเขาเคาะเบาๆ ลงบนขอบโต๊ะเป็นจังหวะสม่ำเสมอ—จังหวะเดียวกับอัลกอริทึมการคำนวณอัตราความเสี่ยงที่เขากำลังรันประมวลผลอยู่ในใจ "ระบบเศรษฐกิจที่พวกคุณพูดถึง... คือการผูกขาดราคาวัตถุดิบและรีดไถผู้เล่นอิสระสินะครับ บารอน" เรย์เป็นฝ่ายสวนกลับด้วยน้ำเสียงกึ่งยิ้มกึ่ง ริมฝีปากหยักยิ้มเยาะเล็กน้อยอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจเงินตราและกองกำลังนับหมื่นที่หนุนหลังคนกลุ่มนี้อยู่ เรย์เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ราวกับบรรยากาศตึงเครียดรอบตัวเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่าน บารอนหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากตัวละครระดับสูงจนอากาศรอบโต๊ะแทบจะบิดเบี้ยว "อย่ามาปากกล้าแถวนี้เลย เรย์ นายมันก็แค่พวกนอกคอกที่อาศัยช่องโหว่ของระบบหาประโยชน์เข้าตัว วันหนึ่งถ้าทางเราตัดสินใจปิดกั้นเส้นทางฟาร์มทั้งหมดของนาย นายจะรู้ซึ้งถึงคำว่าไม่มีที่ยืนในอาเซอร์ร็อธ" "คำขู่เหรอครับ?" อาคเนย์เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายโดยตรง แววตาของวิศวกรซอฟต์แวร์ผู้ผ่านความล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วนไม่มีความหวาดกลัวเจือปนเลยแม้แต่น้อย "ในมุมมองของสถาปนิก ระบบที่ถูกสร้างขึ้นมาบนความเหลื่อมล้ำและอำนาจผูกขาด ย่อมมีจุดอ่อนเชิงโครงสร้างที่พร้อมจะพังทลายลงได้เสมอเมื่อแรงกดดันถึงขีดจำกัด โค้ดที่ผมเขียนขึ้นมา ไม่ได้ทำลายเศรษฐกิจ แต่ผมกำลังคืนความยุติธรรมให้กับผู้เล่นอีกเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือต่างหาก" บรรยากาศในห้องประชุมพลันเงียบกริบลงทันที เสียงระบบปรับอากาศจำลองฮัมเบาๆ ราวกับรับรู้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่ปะทะกันทางความคิด สมาชิกอีกคนจากกิลด์ดรากอน ไอออน ซึ่งนั่งอยู่ทางซ้ายมือทุบโต๊ะเสียงดังสนั่น ลุกขึ้นยืนค้ำหัวอาคเนย์ด้วยความโมโห "แกเป็นแค่โปรแกรมเมอร์หน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามามีบทบาท อย่ามาอวดดีทำเป็นผู้กอบกู้หน่อยเลย! ถ้าไม่มีพวกเราคอยเคลียร์ทางให้ตั้งแต่เริ่มเกม ป่านนี้พวกแกคงเป็นแค่เศษขยะที่นอนตายอยู่ในเขตปลอดภัยเบื้องต้นไปนานแล้ว!" เรย์หุบยิ้มทันที แววตาคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองชายคนนั้นช้าๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นที่แฝงไปด้วยจิตสังหาร "ระวังคำพูดหน่อยนะครับ... คนที่อาศัยแต่บารมีกิลด์ใหญ่ไปวันๆ อย่างพวกคุณน่ะ มีสิทธิ์อะไรมาพูดเรื่องหยาดเหงื่อและการต่อสู้?" มือของเรย์ขยับไปแตะที่ด้ามมีดสั้นข้างเอวโดยสัญชาตญาณ แม้ในเขตห้องประชุมระบบจะไม่อนุญาตให้ใช้กำลัง แต่แรงกดดันจากจิตวิทยาของทั้งสองฝ่ายก็ทำให้ระบบความปลอดภัยของห้องส่งสัญญาณเตือนเป็นแสงสีแดงกะพริบถี่ๆ ที่มุมห้อง อาคเนย์ยกมือขึ้นห้ามเรย์เบาๆ เป็นเชิงปราม สายตาของเขายังคงนิ่งสงบ เขารู้ดีว่าการใช้กำลังในตอนนี้เท่ากับเดินเข้าสู่หลุมพรางที่อีกฝ่ายขุดรอไว้ กิลด์ใหญ่ต้องการข้ออ้างในการประกาศสงครามกิลด์และแบนพวกเขาออกจากเซิร์ฟเวอร์ถาวรด้วยข้อหาทำลายเสถียรภาพเกม "พวกเราไม่ได้ต้องการเป็นศัตรูกับกิลด์ดรากอน ไอออนนะครับ" อาคเนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น ทว่าแฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "แต่ในขณะเดียวกัน เราก็จะไม่ยอมถอยให้กับความไม่ถูกต้องเชิงระบบเช่นกัน หากพวกคุณต้องการเจรจาบนพื้นฐานของความเท่าเทียมและการเติบโตไปด้วยกัน ผมยินดีเปิดโต๊ะพิจารณาโค้ดร่วมกัน แต่ถ้าหากการมาในวันนี้คือการกดดันให้เราสยบยอมต่ออำนาจผูกขาด... ผมเกรงว่าคำตอบของผมและเรย์จะมีเพียงคำว่า 'ปฏิเสธ' ครับ" บารอนแค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธที่ถูกปฏิเสธต่อหน้าผู้ใต้บังคับบัญชา "สามหาว... นายคิดว่านายคุมเกมนี้ได้คนเดียวหรือไง อาคเนย์? จำเอาไว้ โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยตรรกะสวยหรูของนาย แต่มันขับเคลื่อนด้วยอำนาจและผลประโยชน์! ถ้าพวกแกยังดึงดันจะรันแพตช์ตัวนั้นต่อไป... เตรียมตัวรับมือกับความพินาศที่จะตามมาได้เลย!" สิ้นคำพูด บารอนและคณะก็ลุกขึ้นสะบัดผ้าคลุมเดินออกจากห้องประชุมลับไปอย่างไร้มารยาท แรงกระแทกจากการปิดประตูกลไกดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วโถงทางเดิน สะท้อนถึงความร้าวลึกที่ไม่มีวันประสานกันได้อีกระหว่างกลุ่มอำนาจเก่าและสถาปนิกผู้ต้องการเปลี่ยนแปลงโลก เมื่อประตูปิดสนิทลง เรย์ก็ทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้อีกครั้ง พร้อมกับเป่าปากยาวๆ ออกมาด้วยความโล่งอก "ให้ตายเถอะ นายเนี่ยใจเย็นเป็นบ้าเลยนะอาคเนย์ ถ้าเป็นฉัน ป่านนี้คงชักมีดแทงไอ้แว่นนั่นไปสักสามแผลแล้ว" อาคเนย์ยิ้มบางๆ ให้กับคำพูดติดตลกร้ายของสหายสนิท เขายืนขึ้นแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสที่จำลองวิวทิวทัศน์ของมหานครเซเลสเทียลยามค่ำคืน แสงไฟระยิบระยับนับล้านดวงส่องประกายราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า ทว่าเบื้องหลังแสงเหล่านั้น เขารู้ดีว่ามีสงครามลับๆ กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ "ความรุนแรงไม่เคยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้หรอกครับเรย์ มันทำได้แค่เลื่อนเวลาให้ปัญหาใหญ่ขึ้นเท่านั้นเอง" อาคเนย์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ลุ่มลึก "สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่คำขู่ของพวกเขา... แต่เป็นสัญญาณแปลกปลอมที่ผมเพิ่งตรวจพบระหว่างการประชุมต่างหาก" เรย์ขมวดคิ้วทันที ความขี้เล่นในแววตาหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความจริงจัง "สัญญาณแปลกปลอมอะไร?" อาคเนย์ไม่ได้ตอบทันที เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาแตะเบาๆ หน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงสีฟ้าก็ดีดตัวขึ้นแสดงเส้นกราฟการรับส่งข้อมูลมหาศาลที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างผิดปกติจากเขตต้องห้าม 'ซากปรักหักพังแห่งอัลทิมา' พื้นที่รกร้างนอกแผนที่ที่ไม่มีผู้เล่นคนใดเคยเข้าไปถึง ก่อนที่ทั้งสองจะได้วิเคราะห์ข้อมูลนั้น เสียงแจ้งเตือนระบบสีแดงฉานก็ดัง "ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!" แผดเสียงก้องกังวานไปทั่วทั้งห้อง พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากระบบหลักที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศด้วยตัวอักษรสีเลือด: [แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับสูงสุดจากเซิร์ฟเวอร์หลัก: ตรวจพบรหัสคำสั่งแปลกปลอมภายนอกกำลังเข้าควบคุม 'ศูนย์กลางแกนกลางเซเลสเทียล' - ระบบความปลอดภัยทั้งหมดกำลังถูกรีเซ็ตโดยผู้ใช้งานนิรนาม...] อาคเนย์เบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ก่อนที่ตัวอักษรประหลาดบรรทัดหนึ่งจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นช้าๆ ทีละตัว: *“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... สถาปนิกผู้ล้มเหลว”* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครในโลกใบนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมไร้พ่ายกับสถาปนิกโลกเสมือน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%