อัลกอริทึมไร้พ่ายกับสถาปนิกโลกเสมือน•ตอนที่ 27

กลยุทธ์ป้องกันแบบไร้กำแพง

ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
เสียงกระหึ่มของฝีเท้าม้าเหล็กนับร้อยตัวจากกิลด์ ‘อัศวินโล่เหล็กกล้า’ สะท้านสะเทือนผืนป่าสนหมอกจนใบไม้ร่วงกราว อาคเนย์ยืนนิ่งอยู่บนชะง่อนผาสูงชัน สายตาคมกริบใต้กรอบแว่นโลหะกวาดมองขบวนทัพแถวหน้าของศัตรูที่กำลังเคลื่อนพลเข้ามาในหุบเขาแคบอย่างเป็นระเบียบ พวกมันใช้รูปแบบกระบวนทัพ ‘ลิ่มทะลวง’ ที่ผ่านการคำนวณความหนาแน่นและพลังป้องกันมาอย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อบดขยี้แนวป้องกันของเขาให้แหลكเป็นจุลในคราวเดียว แต่ทว่า ในมุมมองของวิศวกรซอฟต์แวร์ผู้มองโลกผ่านโครงสร้างอัลกอริทึม การจัดเรียงกำลังพลที่สมบูรณ์แบบเช่นนั้น กลับมีจุดบอดที่เปราะบางที่สุดซ่อนอยู่ "มาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้สามนาทีสิบสองวินาทีนะ เรย์" อาคเนย์พึมพำกับตัวเองเบาๆ ขณะเหลือบมองหน้าต่างสถานะระบบที่แสดงเวลาเคาน์ดาวน์ เรย์ที่นั่งพิงลำต้นสนใหญ่อยู่ไม่ไกล ส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอประกายความสนุกสนานอย่างปิดไม่มิด "ก็บอกแล้วว่าพวกมันเป็นพวกยึดติดกับตำราพิชัยสงครามโบราณ นายคาดหวังอะไรกับคนที่ใช้แต่กำลังเข้าแลกล่ะ อาคเนย์... ว่าแต่แผน ‘ไร้กำแพง’ ของนายเนี่ย จะทำให้พวกเรากลายเป็นปุ๋ยหมักใต้ตีนม้าพวกนั้นก่อน หรือว่าพวกมันจะหัวคะมำจนหาทางกลับเมืองไม่ถูกกันแน่" "สถาปัตยกรรมที่ดี ไม่จำเป็นต้องมีกำแพงหนาเตอะเพื่อป้องกันตัวหรอกครับ" อาคเนย์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น นิ้วเรียวยาวกดลงบนแผงควบคุมโฮโลแกรมกลางอากาศเพื่อปลดล็อกเงื่อนไขบางอย่าง "สิ่งที่นายต้องทำตอนนี้ คือการรักษาเวลาให้อยู่ในกรอบที่กำหนด อย่าให้ใครหลุดออกนอกเส้นทางที่ฉันคำนวณไว้เด็ดขาด" เบื้องล่าง หุบเขาหินปูนที่ดูเหมือนไม่มีอะไรพิเศษกำลังถูกแปรเปลี่ยนเป็นห้องทดลองทางฟิสิกส์ขนาดยักษ์ กิลด์อัศวินโล่เหล็กกล้าภายใต้การนำของ ‘แบดดอน’ รองหัวหน้ากิลด์ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเหี้ยมโหดและรอบคอบ กำลังควบม้าเข้าสู่เขตแดนที่อาคเนย์เลือกไว้ แบดดอนยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้กองกำลังทั้งหมดหยุดชะงัก เมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง "หยุด! ตั้งแนวตั้งรับ!" เสียงคำรามของแบดดอนสะท้อนก้องผ่านเวทมนตร์ขยายเสียง ไม่มีกำแพงหิน ไม่มีคูเมือง ไม่มีกับดักเวทมนตร์ระเบิดตูมตามอย่างที่กิลด์ใหญ่มักจะเตรียมไว้ต้อนรับผู้บุกรุก สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาของกองทัพนับร้อยมีเพียงผืนดินโล่งกว้าง ลาดชันลงไปสู่ลำธารสายเล็กๆ ที่มีก้อนหินน้อยใหญ่กระจัดกระจายอย่างไร้ระเบียบ ทว่า หากมองด้วยมุมมองของสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านกลศาสตร์ของไหลและแรงโน้มถ่วง พื้นที่นี้คือ ‘ความตาย’ ที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีต อาคเนย์ไม่ได้พึ่งพิงระบบสกิลต่อสู้โจมตีโดยตรง แต่เขาใช้ความเข้าใจในเอนจิ้นของเกมและสภาพภูมิประเทศมาเป็น ‘อาวุธ’ "เริ่มขั้นตอนที่หนึ่ง... เปลี่ยนแปลงสัมประสิทธิ์ความเสียดทานของพื้นผิว" เสียงแจ้งเตือนระบบทำงานเบาๆ ใต้ฝ่าเท้าของกองทัพม้าเหล็ก ดินเลนใต้ชั้นใบไม้แห้งถูกแทนที่ด้วยชั้นดินเหนียวเปียกชื้นที่อาคเนย์แอบปรับแต่งค่าความชื้นผ่านการสะสมเวทมนตร์ธาตุน้ำในระดับจุลภาคตั้งแต่วันก่อน แรงกดทับจากน้ำหนักของชุดเกราะเหล็กและตัวม้า ทำให้ชั้นดินสูญเสียความสามารถในการรับน้ำหนักทันที *อี๊ด—! พรวด!* ม้าศึกตัวนำส่งเสียงร้องด้วยความตื่นตระหนกเมื่อกีบเท้าจมดิ่งลงไปในโคลนดูดขนาดย่อม แรงเหวี่ยงจากการเคลื่อนพลด้วยความเร็วสูงทำให้แถวหน้าของกระบวนทัพ ‘ลิ่มทะลวง’ เสียการทรงตัว ล้มระเนระนาดทับถมกันเองราวกับตัวต่อโดินอยด์ที่ถูกผลลัพธ์จากปฏิกิริยาลูกโซ่ เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว เสียงโวยวายด้วยความตกใจและเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงมขึ้นทันที "เกิดอะไรขึ้นวะ! ใครขุดหลุมบ่อแถวนี้!" แบดดอนแผดเสียงลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด ขณะพยายามควบคุมม้าของตนเองไม่ให้ล้มคว่ำ "ตั้งสติไว้! ถอยร่นกลับไปตั้งหลักด้านหลัง!" "พวกมันถอยตามตารางเวลาเป๊ะๆ" เรย์รอยยิ้มมุมปาก พลางดีดนิ้วส่งสัญญาณให้เงาร่างจำนวนหนึ่งที่ซ่อนอยู่ตามยอดไม้เริ่มเคลื่อนไหว "นายคำนวณแม้กระทั่งมุมตกกระทบและความเร็วในการถอยทัพของพวกมันเลยสินะ อาคเนย์ นายนี่มัน... ร้ายกาจเป็นบ้าเลย" "ไม่ใช่ความร้ายกาจครับ เรย์ แต่มันคือตรรกะ" อาคเนย์ดันแว่นตาขึ้นเล็กน้อย สายตาจับจ้องภาพความอลหม่านเบื้องล่างอย่างใจเย็น "เมื่อมนุษย์ตกอยู่ในภาวะวิกฤต สัญชาตญาณจะสั่งให้พวกเขาเลือกเส้นทางที่สั้นที่สุดและดูปลอดภัยที่สุดเสมอ ซึ่งในที่นี้... คือการถอยกลับไปทางช่องแคบที่พวกมันเพิ่งเดินเข้ามา" และนั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญ อาคเนย์ไม่ได้ปล่อยให้พวกมันถอยกลับไปได้ง่ายๆ เขากดสั่งการทำงานของ ‘ระบบระบายน้ำฉับพลัน’ ที่เขาแอบสร้างคันดินกั้นน้ำขนาดเล็กไว้เหนือต้นน้ำของหุบเขาตั้งแต่สามชั่วโมงก่อน ด้วยการใช้เวทมนตร์ดินทำลายคันดินนั้นเพียงจุดเดียว มวลน้ำมหาศาลจึงทะลักลงมาตามร่องผาหินราวกับเขื่อนแตก มวลน้ำสีขุ่นไหลบ่าเข้าสู่หุบเขาแคบอย่างรุนแรง ปะทะเข้ากับกองทัพอัศวินที่กำลังพยายามตะเกียกตะกายขึ้นจากโคลน ความเร็วและแรงดันของน้ำทำให้ม้าศึกและผู้เล่นระดับสูงที่ไม่ทันตั้งตัวถูกพัดพาหมุนเคว้งไปกับกระแสน้ำ ไม่มีกำแพงเหล็ก ไม่มีอาวุธเวทมนตร์ใดๆ ปกป้องพวกเขาได้ เพราะสิ่งที่พวกเขากำลังต่อสู้ด้วย ไม่ใช่ผู้เล่นฝีมือฉกาจ แต่คือ ‘ธรรมชาติ’ ที่ถูกบิดเบือนด้วยรหัสคำสั่งอันแยบยลของสถาปนิกโลกเสมือน "น่าสนุกชะมัด..." เรย์พึมพำพร้อมกับกระชับดาบสั้นในมือ "ถึงตาฉันลงไปเก็บกวาดเศษซากที่เหลือแล้วสินะ?" "อย่าเพิ่งครับ เรย์" อาคเนย์เอื้อมมือไปแตะแขนของอีกฝ่ายไว้เบาๆ แววตาจริงจังทอดมองไปยังจุดลึกสุดของหุบเขาที่กระแสน้ำกำลังไหลผ่าน "งานของพวกเรายังไม่จบ... ดูนั่นสิ" เรย์ชะงัก หันกลับไปมองตามปลายนิ้วของอาคเนย์ บนหน้าจอโฮโลแกรมแสดงค่าพลังงานความร้อนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติจากใต้พื้นดินบริเวณกว้าง รอยแยกของหินปูนที่ถูกน้ำกัดเซาะกำลังเปล่งแสงสีแดงฉานออกมา ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างที่หลับใหลอยู่ใต้หุบเขานี้กำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากแรงสั่นสะเทือนและการไหลบ่าของกระแสน้ำ [คำเตือนระบบ: ตรวจพบความผิดปกติของชั้นธรณีวิทยาในเขตหุบเขาอสุรกาย] [ระบบกำลังปลดล็อกพื้นที่ลับ: 'ห้องโถงบรรพกาล' - เงื่อนไขการกระตุ้น: สำเร็จ] [ผู้เล่นอาคเนย์และเรย์ ได้รับผลกระทบจาก 'เขตอาคมต้องห้าม' - ไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้จนกว่าจะสิ้นสุดการสนทนา] เสียงแจ้งเตือนระบบดังขึ้นติดต่อกันรัวๆ พร้อมกับร่างของเงาดำมหึมาที่ผุดขึ้นมาจากรอยแยกของพื้นดินเบื้องล่าง แรงกดดันมหาศาลแผ่ขยายออกมาราวกับคลื่นกระแทก จนอาคเนย์และเรย์ต้องถอยหลังไปคนละก้าวด้วยความตกใจ ดวงตาสีแดงฉานคู่โตคู่หนึ่งเปิดขึ้นท่ามกลางกลุ่มควันและไอความร้อน พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่ฉีกกระชากความเงียบงันของหุบเขาให้แหลกสลาย ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับผมนะครับ --- ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมไร้พ่ายกับสถาปนิกโลกเสมือน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%