“ถ้าคุณยังยืนกรานจะเก็บคานรับน้ำหนักเดิมไว้ด้วยเหตุผลทางประวัติศาสตร์ ผมว่าเราควรเลิกคุยกันตั้งแต่วินาทีนี้ เพราะผมไม่อยากเห็นอาคารนี้กลายเป็นหลุมศพของใครเป็นครั้งที่สอง”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของรวิศดังแทรกผ่านความเงียบงันภายในห้องประชุมชั่วคราวที่ตั้งอยู่ใจกลางไซต์งานบูรณะ อาคารมรดกเก่าแก่ที่ดูเหมือนจะสั่นคลอนทุกครั้งที่ลมพัดผ่าน นิ้วเรียวยาวของเขากดปากกาลงบนแบบแปลนจนกระดาษยับย่น เป็นร่องรอยแห่งความหงุดหงิดที่เขามักจะซ่อนไว้ภายใต้ท่าทางเย็นชาเสมอ
ชายหนุ่มตรงข้ามเขา—คินน์—เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากหยักได้รูปเหยียดยิ้มที่ดูราวกับกำลังสนุกอยู่กับการเห็นอีกฝ่ายหลุดจากความนิ่งสงบ
“หลุมศพ? คำเปรียบเปรยดูสุ่มเสี่ยงจังนะครับ คุณสถาปนิก” คินน์เอนหลังพิงเก้าอี้ไม้เก่าๆ ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด สายตาคมกริบของเขากวาดมองรวิศตั้งแต่ปลายเท้าจรดศีรษะ “คุณตัดสินใจทุบโครงสร้างที่อยู่มานับศตวรรษทิ้งเพียงเพราะ ‘ความรู้สึก’ ว่ามันไม่ปลอดภัย โดยไม่มีแม้แต่การคำนวณแรงเค้นในจุดวิกฤตเนี่ยนะ ผมว่าเรากำลังทำงานกันคนละหลักการแล้วล่ะ”
“ผมไม่ได้ใช้ความรู้สึก แต่ผมใช้ ‘ประสบการณ์’ ที่คุณไม่เคยมี” รวิศลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงของเขาทำให้อีกฝ่ายดูเหมือนเล็กลงในเชิงจิตวิทยา “ผมอ่านรายงานการสืบสวนคดีตึกถล่มเมื่อสิบปีก่อนมาเป็นพันรอบ และจุดบกพร่องเดียวที่คนพวกนั้นมองข้าม คือความมั่นใจในโครงสร้างที่ถูกดัดแปลงแบบผิดๆ นี่ไงล่ะ”
คินน์ชะงักไปครู่หนึ่ง ประกายบางอย่างวูบไหวในดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความยียวน ก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็วแทนที่ด้วยความเย็นชาที่เท่าเทียมกัน “อ๋อ... ปมในใจเรื่องอดีตสินะครับ ถึงว่าทำไมคุณถึงพยายามจะทำลายทุกอย่างที่ดูเหมือนจะพังทลายลงมา”
“ระวังคำพูดหน่อยครับ คุณคินน์” รวิศก้าวเข้าไปใกล้ โต๊ะไม้ตัวใหญ่คั่นกลางระหว่างคนสองคนที่บรรยากาศรอบกายเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความกดดัน
“ผมก็แค่ตั้งข้อสังเกต” คินน์โน้มตัวมาข้างหน้าจนใบหน้าแทบชิดกัน กลิ่นกาแฟจางๆ ผสมกับกลิ่นความชื้นของปูนเก่าปะทะเข้าจมูกของรวิศ “แต่ถ้าคุณแน่ใจนักว่าโครงสร้างนี้มันคือกับดัก... งั้นช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยได้ไหม ว่าทำไมในช่องลับใต้พื้นคานตัวที่คุณจะสั่งทุบเนี่ย ถึงมี ‘บางอย่าง’ ซ่อนอยู่”
รวิศขมวดคิ้ว “คุณพูดเรื่องอะไร?”
คินน์ไม่ตอบ เขาควักสมาร์ทโฟนออกมาแล้วเลื่อนภาพถ่ายที่เพิ่งบันทึกได้เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมาวางลงบนแบบแปลน มันคือภาพถ่ายจากกล้องส่องทางไกลในช่องว่างระหว่างโครงเหล็กสนิมเขรอะ สิ่งที่เห็นไม่ใช่แค่เศษอิฐปูน แต่เป็นแฟ้มเอกสารเก่าสีน้ำตาลที่ถูกปิดผนึกด้วยตราประทับของบริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่ที่เคยเป็นคู่กรณีในคดีเมื่อสิบปีก่อน
“ผมได้รับอีเมลฉบับนี้มาจากเบอร์นิรนามเมื่อเช้า” คินน์กระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างจงใจ “มันบอกว่า ถ้าโครงสร้างนี้ถล่มลงมาอีกครั้ง ความจริงทั้งหมดที่ถูกฝังอยู่ใต้ตึกนี้จะถูกเปิดเผย รวมถึง ‘ชื่อ’ ของคนที่คุณตามหามาตลอดสิบปีด้วย”
รวิศตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึก ความเย็นวาบแล่นปราดไปตามไขสันหลัง โครงสร้างของอาคารมรดกที่เขาเคยมองว่าต้องรีบแก้ไขให้ปลอดภัย กลับกลายเป็นเพียงฉากหน้าของสนามรบที่เขากำลังถูกลากเข้าไปร่วมโดยไม่รู้ตัว
“ทำไมคุณถึงยอมบอกผม?” รวิศเค้นเสียงถาม ทั้งที่ในใจเริ่มสับสน
“เพราะถ้าผมจัดการเรื่องนี้คนเดียว ผมก็แค่ ‘วิศวกรที่ตายฟรี’ แต่ถ้าเป็นคุณ... สถาปนิกผู้เป๊ะทุกองศาคนนี้... บางทีเราอาจจะพอมีทางรอด”
ยังไม่ทันที่รวิศจะได้เอ่ยตอบ เสียงโครมครามจากด้านบนเพดานก็ดังสนั่น ตามด้วยเสียงเศษปูนร่วงกราวลงมาบนโต๊ะแบบแปลนจนฝุ่นฟุ้งกระจาย ทั้งคู่ต่างชะงัก หันไปมองที่เพดานไม้ที่เริ่มปริแตกออกอย่างช้าๆ รวิศมองเห็นเงาดำตะคุ่มผ่านช่องโหว่ของฝ้าเพดานที่พังลงมา มันไม่ใช่การถล่มของโครงสร้างตามธรรมชาติ แต่เป็นรอยเท้าของใครบางคนที่กำลังวิ่งอยู่บนนั้น
คินน์คว้าข้อมือรวิศไว้แน่น สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “เราถูกต้อนเข้ามุมแล้วครับคุณรวิศ... มีคนรู้ว่าเรากำลังจะพบอะไร”
ขณะที่คินน์กำลังจะดึงรวิศให้หลบเข้ามุมห้อง แสงเลเซอร์สีแดงจุดหนึ่งก็พาดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างไม้บานเก่าที่เปิดทิ้งไว้ มันหยุดนิ่งอยู่ที่หน้าอกของคินน์พอดีเป๊ะ ทั้งสองคนนิ่งสนิท ราวกับเวลาถูกหยุดไว้ด้วยความตายที่กำลังจ้องมองมาจากความมืดหลังกำแพง
รวิศเหลือบมองรอยเลเซอร์นั้น ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าสบตาคินน์ที่ดูเหมือนจะรู้อยู่แล้วว่านี่คือสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งที่ในใจควรจะหวาดกลัว แต่รวิศกลับรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่รุนแรงกว่า—ความลับที่เขารอคอยมาสิบปี กำลังถูกเปิดเผยผ่านวิถีของกระสุนที่เล็งมายังชายหนุ่มตรงหน้า
“ถ้าคุณคิดจะตายที่นี่...” รวิศเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงโครงสร้างที่เริ่มลั่นเปรี๊ยะราวกับเสียงกระดูกมนุษย์ “บอกชื่อคนที่บงการเรื่องนี้มา... แล้วผมจะช่วยคุณจัดการมันให้จบ”
คินน์ยิ้มรับความตายด้วยแววตาที่สั่นไหว ก่อนจะกระซิบชื่อหนึ่งที่ทำให้รวิศต้องเบิกตากว้าง... ชื่อของบุคคลที่เขาไม่มีวันคาดคิดว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในรอยร้าวของความลับครั้งนี้กับดาร์กไนท์นะครับ
สูตรวิศวกรสถาปัตย์กับรอยร้าวในโครงสร้างใจ•ตอนที่ 1
แบบแปลนที่ไม่ได้ตกลง
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรวิศวกรสถาปัตย์กับรอยร้าวในโครงสร้างใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
