เอกสารสัญญาหุ้นส่วนแผ่นนั้นถูกฉีกทิ้งต่อหน้าต่อตา เศษกระดาษราคาถูกร่วงหล่นลงราวกับใบไม้แห้งไร้ค่า ในห้องทำงานหรูหราใจกลางเมืองหลวง กลิ่นอายของความสำเร็จที่รินรดาก่อร่างสร้างขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อตลอดห้าปี ถูกฮุบเอาไปอย่างไร้ยางอายด้วยฝีมือของคนที่เธอเคยเรียกว่า ‘พี่ชายร่วมสายเลือด’ และ ‘หุ้นส่วนผู้รู้ใจ’
“อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นเลยรินรดา เธอมันก็แค่เชฟฝีมือดีที่ไม่มีหัวทางธุรกิจ โลกนี้นิตยสารการอาหารเขาไม่สนหรอกว่าใครคือคนทำซอส เขาดูว่าใครคือเจ้าของร้านต่างหาก”
เสียงหัวeเราะเยาะหยันของ ‘กรณ์’ ดังบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท ผู้ชายที่เธอยอมอดหลับอดนอนช่วยคิดสูตรอาหารจนห้องครัวกลายเป็นบ้านหลังที่สอง กลับถีบหัวส่งเธอออกนอกร้านอาหารระดับมิชลินที่เธอร่วมปลุกปั้นมากับมือ เพียงเพราะเธอปฏิเสธที่จะเซ็นสัญญาโอนสิทธิ์สูตรอาหารตระกูลทั้งหมดให้เขาแต่เพียงผู้เดียว
รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อฝ่ามือ ความเจ็บปวดไม่ได้มาจากความพ่ายแพ้ แต่มันคือความโง่เขลาของตัวเองที่เชื่อใจคนผิด ทว่าในวินาทีที่หยดน้ำตาปริ่มขอบตา เธอกลับสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวราวกับคมมีดสเตนเลสชั้นดี
“จำคำวันนี้ไว้ให้ดีนะกรณ์... สิ่งที่นายแย่งไปจากฉัน ฉันจะทำให้มันกลายเป็นแค่เศษเหล็กไร้ค่า และจำไว้ว่า วันที่นายต้องคลานกลับมาขอร้องฉัน มันจะไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวความปรานีจากผู้หญิงคนนี้”
รินรดาหันหลังให้ภาพความสำเร็จจอมปลอมนั้นทันที เธอไม่หันกลับไปมองอีกเลย
ห้าวันต่อมา รถกระบะคันเก่าสีซีดที่บรรทุกข้าวของเครื่องใช้จนล้นทะลัก แล่นเข้ามาจอดสนิทหน้าบ้านไม้ชั้นเดียวหลังคามุงสังกะสีที่ขึ้นสนิมเขรอะ ที่ดินมรดกผืนสุดท้ายที่แม่ทิ้งไว้ให้ก่อนสิ้นใจ มันตั้งอยู่สุดปลายเขตชายป่า อำเภอไกลปืนเที่ยงที่สัญญาณโทรศัพท์แทบจะขาดหาย บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยหญ้ารกชัฏและดินลูกรังแห้งผาก สมกับคำเย้ยหยันของญาติๆ ที่ส่งเสียงหัวเราะเยาะตามหลังมาว่า *“หนีไปตายเอาดาบหน้าในไร่ร้าง”*
รินรดาก้าวลงจากรถ สูดกลิ่นอายดินชื้นและกลิ่นใบไม้ป่าที่โชยมาตามลม เธอไม่ได้รู้สึกสิ้นหวังอย่างที่ใครคาดคิด ตรงกันข้าม หัวใจดวงนี้กลับเต้นแรงด้วยความท้าทาย เพราะในห้วงลึกของจิตใจ เธอกลับได้ยินเสียงกระซิบประหลาดจาก ‘มิติลับ’ ที่ตื่นขึ้นพร้อมๆ กับความคับแค้นใจ—มิติพิเศษที่บรรจุเมล็ดพันธุ์พืชหายาก น้ำทิพย์แห่งความอุดมสมบูรณ์ และดินวิเศษที่สามารถย่นระยะเวลาการเติบโตได้เป็นร้อยเท่า
“คิดจะให้ฉันอดตายในไร่ร้างงั้นเหรอ... ฝันไปเถอะ” รินรดาพึมพำกับตัวเองขณะปาดเหงื่อที่ข้างขมับ
“ระวังหน่อยแม่คุณ! เดินใจลอยแบบนั้น เดี๋ยวก็ได้ไปนอนให้หญ้าขึ้นหน้าก่อนจะได้ทำไร่หรอก”
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นกะทันหันจากด้านหลัง ทำเอารินรดาผวาเฮือก หมุนตัวกลับไปตั้งการ์ดอัตโนมัติด้วยความระแวง
ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารพรานเก่าซีด กางเกงขายาวเนื้อหนาและรองเท้าคอมแบทที่เลอะคราบดิน บ่งบอกถึงความบึกบึนผ่านมัดกล้ามเนื้อใต้ร่มผ้าที่ขยับไหวตามการเคลื่อนไหว ใบหน้าคมเข้มมีหนวดเคราครึ้มรับกับดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรี ทว่ายามนี้สายตาสีเข้มคู่นั้นกำลังมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความประเมินและระแวกระวังไม่แพ้กัน
“คุณเป็นใคร?” รินรดาเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความระแวดระวังเต็มพิกัด
“ภูผา... อยู่ไร่ติดกันนี่แหละ” ชายหนุ่มตอบสั้นๆ น้ำเสียงห้วนห้าวไร้การประจบสอพลอ สายตาคมกวาดมองไปที่กองลังสัมภาระและสภาพร่างบอบบางที่ดูอย่างไรก็ไม่น่าจะรอดพ้นฤดูฝนในไร่ร้างแห่งนี้ได้ “เห็นรถขับมาติดหล่มอยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้าน เลยเดินมาดู... นึกว่าพวกโจรหรือพวกหนีคดี ที่แท้ก็คุณหนูตกอับนี่เอง”
คิ้วเรียวของรินรดากระตุกเข้าหากันทันที ‘คุณหนูตกอับ’ อย่างนั้นหรือ? ชายคนนี้นี่ปากร้ายชะมัด!
“ขอบคุณสำหรับความหวังดีค่ะ แต่ฉันไม่ใช่คุณหนู และฉันก็ไม่มีทางเป็นภาระให้ใครมาสมเพช” รินรดาเชิดหน้าขึ้นตอบโต้ด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ดวงตาคู่สวยจ้องมองตรงไปยังนัยน์ตาของเขาอย่างไม่เกรงกลัว
ภูผาชะงักไปเล็กน้อย แววตาคมปลาบฉายแววทึ่งวับหนึ่งก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว ผู้หญิงในเมืองหลวงส่วนใหญ่ที่พลัดหลงมาที่นี่มักจะร้องไห้งอแงตั้งแต่เห็นสภาพบ้าน แต่นี่... กลับยืนมองเขาด้วยสายตาดุดันราวกับแมวป่าที่พร้อมจะตะปบมือคนที่เข้ามาใกล้
“ก็ดี... ถ้างั้นก็เก่งให้รอดตลอดก็แล้วกัน” ภูผาแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะสาวเท้ายาวๆ เข้ามาประชิดตัวรินรดาโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว มือหนาหยาบกร้านจากการจับอาวุธและจอบเสียมคว้าหมับเข้าที่กล่องลังไม้หนักอึ้งที่เธอกำลังจะยกขึ้นคนเดียวอย่างง่ายดาย “ยืนบื้ออยู่ทำไม หลบไป ขืนปล่อยให้เธอแบกเอง คืนนี้หลังหักตายคาบ้านพอดี”
รินรดาอ้าปากค้าง จะปฏิเสธแต่ร่างสูงใหญ่ก็เดินดุ่มๆ หิ้วลังไม้เข้าบ้านไปเสียแล้ว ทิ้งให้เธอยืนกะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงงกับท่าทางปากร้ายแต่ใจดีแบบนักเลงโบราณของเพื่อนบ้านคนใหม่
เวลาล่วงเลยจนเข้ายามพลบค่ำ ภูผาช่วยซ่อมแซมกลอนประตูและหน้าต่างที่ผุพังให้จนเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะก้าวเดินออกไปโดยไม่เอ่ยคำลา ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายบุรุษเพศจางๆ และความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในอกของเชฟสาวผู้เย็นชา
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เธอเดินเข้าไปในห้องครัวเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยหยากไย่ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับเคาน์เตอร์ไม้เก่า มิติลับในห้วงสำนึกก็สั่นไหว แสงเรืองรองสีเขียวมรกตสาดส่องเข้ามาในจิตนาการ พร้อมกับเมล็ดพันธุ์ ‘มะเขือเทศราชินีเพลิงสุริยะ’ และ ‘ข้าวโพดหวานหิมะ’ ที่ส่องประกายระยิบระยับอยู่ภายใน
ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ ในเมื่อคนพวกนั้นอยากให้เธอล่มจม เธอก็จะใช้พืชวิเศษในมิตินี้สร้างอาณาจักรอาหารที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศให้ดู!
ทว่า... ในขณะที่รินรดากำลังจะหลับตาลงเพื่อพักผ่อน เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวสามครั้งติดกัน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
รินรดาสะดุ้งเฮือก เปิดประตูออกไปดูด้วยความระแวง ท่ามกลางความมืดมิดของคืนเดือนมืด ภูผายืนตระหง่านอยู่หน้าประตูด้านนอก ในมือข้างหนึ่งถือปิ่นโตสแตนเลสเก่าๆ ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรป่าเตะจมูกทันทีที่ฝาถูกเปิดออก ส่วนมืออีกข้าง... กำลังถือห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ห่อปูนาตัวเขื่องนับสิบตัวที่ยังดิ้นขยุกขยิก
“เอานี่ไปกินซะ... พรุ่งนี้เช้าฉันจะมาลุยถางหญ้าหน้าบ้านให้ เตรียมตัวตื่นแต่เช้าล่ะ อย่าให้ฉันต้องไปลากคอถึงเตียง”
พูดจบ นายทหารพรานร่างยักษ์ก็วางของไว้บนโต๊ะแล้วหมุนตัวเดินหายไปในความมืดทันทีโดยไม่รอให้เธอได้ปฏิเสธ รินรดายืนนิ่งค้าง กลิ่นหอมเย้ายวนของแกงป่าฝีมือผู้ชายเถื่อนๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส ท้องของเธอกลับส่งเสียงร้องโครกครากออกมาอย่างน่าอาย
ทว่า... ก่อนที่เธอจะได้เอื้อมมือไปหยิบปิ่นโตนั้น สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาดำทะมึนกลุ่มหนึ่งกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างเงียบเชียบทางหลังไร่ พร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบที่คุ้นหูของคนจากตระกูลเดิมที่ตามมาคุกคามเธอถึงที่นี่!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ จุดเริ่มต้นนี้ และเตรียมพบกับความฟิน ความแซ่บ และความสะใจในตอนต่อไปด้วยกันนะครับ!
เชฟสาวมือโปรกับฟาร์มผักออร์แกนิกของนายทหารพรานสุดเถื่อน•ตอนที่ 1
ทิ้งรุ่งโรจน์สู่ไร่ร้าง
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวมือโปรกับฟาร์มผักออร์แกนิกของนายทหารพรานสุดเถื่อน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
