“กดตกลงเสียสิ ถ้าไม่อยากให้วิญญาณของเจ้าแตกสลายไปพร้อมกับเศษเสี้ยวของโลกใบนี้”
น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบ ดุจน้ำแข็งที่กรีดผ่านความว่างเปล่า มันไม่ได้ดังมาจากรอบข้าง แต่มันก้องสะท้อนอยู่ในมโนภาพที่มืดมิดของเรย์
เรย์ขมวดคิ้วแน่น ความเจ็บปวดราวกับถูกเข็มเรือนพันเล่มทิ่มแทงแล่นพล่านไปทั่วสมอง นี่ไม่ใช่ความฝัน... กลิ่นอับชื้นของดินและโลหะสนิมที่โชยแตะจมูกมันสมจริงเกินกว่าจะเกิดจากจินตนาการ เขาพยายามลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าพร่าเลือนสลับกับความคมชัดที่ค่อยๆ กลับคืนมา สิ่งแรกที่เขาเห็นไม่ใช่เพดานห้องนอนในคอนโดมิเนียมของเขา แต่เป็นเพดานหินขรุขระที่มีรอยร้าวลึกพาดผ่านราวกับใยแมงมุม
“นี่มัน... ที่ไหน?” เขาพึมพำ เสียงของเขาแหบแห้งและแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
เขายันกายลุกขึ้นด้วยความทุลักทุเล มือสัมผัสกับพื้นผิวที่เย็นเยียบและหยาบกร้าน เมื่อมองลงไปที่มือของตนเอง หัวใจของเขาก็แทบหยุดเต้น ผิวหนังที่เคยเนียนละเอียดจากการนั่งหน้าคอมพิวเตอร์นานนับปี บัดนี้เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและคราบเลือดแห้งกรัง นี่ไม่ใช่ร่างกายของเขา แต่มันคือร่างของใครบางคนที่ ‘ไร้ค่า’ ยิ่งกว่าเศษขยะ
“ยินดีต้อนรับสู่ความเป็นจริงที่เจ้าเคยสาปแช่งไว้ในคีย์บอร์ดอย่างไรล่ะ เรวิน”
เสียงนั้นกลับมาอีกครั้ง คราวนี้มันมาพร้อมกับแสงสีฟ้าจางๆ ที่ก่อตัวขึ้นกลางอากาศ กลายเป็นหน้าต่างสถานะโปร่งแสงที่เรย์คุ้นเคยดีจากเกมออนไลน์ที่เขาเล่นจนปรุโปร่ง แต่ทว่า... ข้อมูลที่ปรากฏอยู่บนนั้นกลับทำลายตรรกะทุกอย่างที่เขารู้จัก
[ชื่อ: เรย์ (ร่างสถิต)]
[สถานะ: ฮันเตอร์ไร้แรงก์ (Level 1)]
[พลังชีวิต: 1/100]
[ความสามารถพิเศษ: ?????]
[เงื่อนไขการเปิดใช้งาน: ความแค้นที่ถูกปิดผนึก]
“ฮันเตอร์ไร้แรงก์? ตลกสิ้นดี” เรย์แค่นยิ้มที่มุมปาก แม้ในใจจะตื่นตระหนกจนแทบเสียสติ แต่เขาก็ยังคงความเยือกเย็นตามนิสัยของนักยุทธศาสตร์ “ฉันเป็นคนคุมระบบหลังบ้านของเกมนี้มาห้าปี ไม่เคยมีโค้ดบรรทัดไหนที่บันทึกว่ามีร่างฮันเตอร์ไร้แรงก์สถิตอยู่จริง ถ้าไม่ใช่เพราะบั๊กที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ก็แสดงว่าผมกำลังถูกดึงเข้ามาในกรงที่ใครบางคนสร้างขึ้น”
เขากวาดสายตาสำรวจรอบกาย นี่คือซากปรักหักพังของหอคอยโบราณ บรรยากาศเงียบงันจนน่าขนลุก ทว่าในความเงียบนั้น เขากลับสัมผัสได้ถึง ‘ความผิดปกติ’ ของมิติอากาศ
เรย์สูดหายใจเข้าลึกๆ สติปัญญาที่ผ่านการฝึกฝนจากการแก้ปัญหาทางเทคนิคมานับไม่ถ้วนเริ่มทำงาน เขาไม่ได้สนใจความเจ็บปวดที่แผลบนร่างกาย แต่เขาเลือกที่จะมองหา ‘จุดเชื่อมต่อ’ ของระบบ เขาหยิบเศษเหล็กแหลมข้างตัวขึ้นมา แล้วกรีดลงบนปลายนิ้ว ก่อนจะใช้นิ้วที่เปื้อนเลือดแตะลงบนหน้าต่างสถานะสีฟ้านั้นอย่างจงใจ
แทนที่จะเป็นการทำลาย ระบบกลับตอบสนองด้วยการเปลี่ยนสีจากฟ้าเป็นแดงฉาน
[คำเตือน: ตรวจพบการพยายามแทรกแซง Root Code]
[คำเตือน: ยืนยันตัวตนผู้ใช้... ระบบตรวจพบความสอดคล้องกับ 'ผู้ดูแลสูงสุดที่หายสาบสูญ']
คิ้วของเรย์ขมวดเข้าหากันจนเป็นปม หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองศึก “ผู้ดูแลสูงสุดงั้นหรือ? ผมแค่ไอ้เด็กติดเกมที่เขียนสคริปต์กวนประสาทผู้พัฒนาในเว็บบอร์ดเท่านั้น ไม่ใช่พระเจ้าในโลกนี้สักหน่อย”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าบูทเหล็กก็ดังขึ้นจากเงามืดด้านหลังกำแพงหิน เรย์รีบหมอบตัวลงต่ำ ซ่อนกายอยู่หลังเสาหินที่พังทลาย เขาเหลือบมองผ่านรอยแยกของหิน เห็นร่างของนักรบในชุดเกราะหนักสีดำทมิฬเดินตรวจตราอยู่อย่างช้าๆ ในมือของมันถือดาบยักษ์ที่แผ่ไอสีดำทมิฬออกมาอย่างชัดเจน
เขารู้จักมัน... นี่คือ ‘ผู้เฝ้าประตูนรก’ มอนสเตอร์ระดับบอสที่ควรจะอยู่ในชั้นที่ 99 ของดันเจี้ยนลับ แต่มันมาทำอะไรที่นี่? และทำไมระดับความน่ากลัวของมันถึงถูกบีบอัดจนเหลือเพียงแรงกดดันที่เขาสามารถสัมผัสได้
ขณะที่เรย์กำลังประเมินสถานการณ์ หญิงสาวในชุดคลุมสีเงินก็ก้าวออกมาจากเงามืดด้านข้างอย่างแผ่วเบาจนไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจ เธอมีดวงตาสีม่วงดุจดาราที่ดูเฉยเมยและลึกลับ เธอวางมือลงบนบ่าของเรย์เบาๆ ทำเอาเขาเกือบสะดุ้งสุดตัว
“อย่าขยับ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง “ถ้าเจ้าไม่อยากให้มันสังเกตเห็น และถ้าไม่อยากให้ชีวิตที่เพิ่งได้คืนมาต้องดับสูญไปในวินาทีนี้”
เรย์เงยหน้ามองหญิงสาวคนนั้น แม้จะเป็นครั้งแรกที่พบกัน แต่แววตาของเธอกลับมีความรู้สึกที่ซับซ้อนฉายชัดอยู่ลึกๆ ราวกับว่าเธอเฝ้ารอเขามานานแสนนาน “คุณเป็นใคร?”
“คนที่เจ้าควรเรียกว่าอาจารย์... หรือถ้าจะให้ดีกว่านั้น คนที่จะสอนให้เจ้าเข้าใจว่า การเป็นเซียนคีย์บอร์ดที่เก่งกาจที่สุดในเน็ต กับการมีชีวิตรอดในฐานะมนุษย์ในโลกที่พังทลายนั้นมันต่างกันแค่ไหน” เธอกระตุกยิ้มมุมปาก “เรย์... บรรทัดโค้ดที่เจ้าพิมพ์ลงไปเมื่อคืนน่ะ มันไม่ใช่แค่ตัวอักษร แต่มันคือคำสาปที่เรียกให้ทุกอย่างตื่นขึ้น”
จังหวะที่เธอกล่าวจบ หน้าต่างสถานะของเรย์ก็เด้งขึ้นมาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่สีแดงอีกต่อไป มันเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม พร้อมกับข้อความที่ทำให้เรย์ถึงกับหยุดหายใจ
[ภารกิจระดับ SSS ปรากฏขึ้น: บรรทัดโค้ดสุดท้ายที่กลายเป็นความจริง]
[รายละเอียด: สังหารผู้เฝ้าประตูนรกโดยไม่ใช้ทักษะใดๆ นอกจากไหวพริบของมนุษย์]
[รางวัลหากสำเร็จ: ปลดล็อกสถานะที่แท้จริง / ของรางวัลสุ่มระดับตำนาน]
[บทลงโทษหากล้มเหลว: ลบตัวตนของเจ้าออกจากทุกมิติโลก]
เสียงคำรามสนั่นของบอสลับดังขึ้นพร้อมกับการหันขวับมาทางที่เรย์แอบอยู่ ดวงตาสีเพลิงของมันจับจ้องมาที่พวกเขาโดยตรง มันไม่ได้ใช้การดมกลิ่น แต่มันใช้การ ‘อ่านโค้ด’ จากตัวของเขา
“ดูเหมือนว่าโอกาสรอดของเจ้าจะน้อยกว่า 0.01% นะ” ลูมิน่าเอ่ยเสียงเรียบพลางกระชับผ้าคลุม “เตรียมตัวให้พร้อม เพราะบททดสอบแรกของเซียนคีย์บอร์ดที่ไม่มีใครขอ... กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว”
เรย์ยันตัวขึ้นยืนเต็มความสูง มือของเขากำเศษเหล็กแหลมแน่น สายตาเปลี่ยนจากความตื่นตระหนกเป็นความนิ่งสงบแบบนักล่าที่มองเห็นช่องโหว่ของโปรแกรม
“ไม่เป็นไรครับ...” เรย์ตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่เย็นเยือก “ในเมื่อผมเป็นคนเขียนจุดจบของมันไว้ในโค้ด ต่อให้ต้องใช้มือเปล่า ผมก็จะแก้ไขบั๊กตัวนี้ด้วยตัวเอง”
ทว่าก่อนที่เรย์จะก้าวออกไป พื้นดินใต้เท้าของเขากลับสั่นสะเทือนรุนแรง รอยแยกที่พื้นขยายตัวออกเผยให้เห็นบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าและน่าสะพรึงกลัวกว่าบอสระดับที่เห็นนับสิบเท่า มันคือดวงตาขนาดมหึมาที่ลืมขึ้นใต้พื้นดินที่พวกเขายืนอยู่ และเสียงกระซิบที่ลอยขึ้นมานั้นกลับเป็นเสียงของเรย์เอง... เสียงที่พูดประโยคที่เขาไม่เคยจำได้ว่าเคยพิมพ์ลงไปในคีย์บอร์ด!
ผมหวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับการเดินทางครั้งนี้ร่วมกับผมนะครับ
ด้วยความเคารพอย่างสูง
ลอร์ดออฟดาร์กเนส
เซียนคีย์บอร์ดกับภารกิจกู้โลกที่ไม่มีใครขอ•ตอนที่ 1
บรรทัดโค้ดสุดท้ายที่กลายเป็นความจริง
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคีย์บอร์ดกับภารกิจกู้โลกที่ไม่มีใครขอ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
