สถาปัตย์หัวใจยัยตัวแสบกับนายปีหนึ่งปากร้าย•ตอนที่ 1

โมเดลพัง ชีวิตพินาศ

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
"ถอยไปนะไอ้พี่บ้า! บอกให้ถอยไง—กรี๊ด!" เสียงโวยวายแหลมสูงของเด็กปีหนึ่งอย่างฉันดังสะท้อนก้องสตูดิโอสถาปัตย์ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาวร้อนและกระดาษชานอ้อย จนรุ่นพี่ปีสองที่กำลังสุมหัวปั่นงานส่งอาจารย์ถึงกับสะดุ้งโหยงเงยหน้าขึ้นมามองเป็นตาเดียว แต่ใครจะไปสนใจสายตาชาวบ้านกันล่ะ ในเมื่อตอนนี้วินาทีชีวิตของฉันกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย เพราะไอ้รุ่นพี่ตัวดีนามว่า 'กรณ์' หรือที่พวกเราแอบตั้งฉายาให้ลับหลังว่า 'ท่านประธานอมยิ้มแต่ใจร้าย' กำลังยืนขวางทางหนีทีไล่ของฉันไว้แถมยังทำหน้ากวนประสาทใส่ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่น่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก ให้ตายสิ! นี่มันวันซวยอะไรของยัยน้ำน่านคนนี้เนี่ย! เหตุการณ์มันเริ่มต้นขึ้นเมื่อสิบนาทีที่แล้วตอนที่ฉันหอบกระเป๋าอุปกรณ์ดราฟต์แบบพะรุงพะรังวิ่งหน้าตั้งเข้ามาในตึกคณะ เพื่อส่งโมเดลชิ้นแรกในชีวิตให้ทันเดดไลน์บ่ายโมงตรง แต่เพราะความซุ่มซ่ามระดับสิบแปดมงกุฎ ขาเจ้ากรรมดันไปสะดุดเข้ากับสายปลั๊กพ่วงที่พาดระเกะระกะอยู่บนพื้นจนร่างบางๆ ของฉันเสียหลักพุ่งหล่นไปข้างหน้าเหมือนซูเปอร์ฮีโร่ตกตึก และเป้าหมายที่ขวางทางอยู่ตรงหน้าก็ไม่ใช่ใครอื่น... เป็นโต๊ะทำงานตัวใหญ่กลางห้องที่เต็มไปด้วยซากอารยธรรมงานปั้นของไอ้รุ่นพี่กรณ์คนนี้นี่เอง! "เฮ้ย!" เสียงอุทานด้วยความตกใจของใครหลายคนดังประสานกันระงม แต่ทุกอย่างมันช้าเกินกว่าจะแก้ไขได้ทันเสียแล้ว เมื่อร่างของฉันกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะอย่างจังแรงเหวี่ยงนั้นส่งผลให้กล่องพลาสติกใสแจ๋วที่ครอบโมเดลโปรเจกต์มหาประลัยมูลค่าหลักล้าน (ในความรู้สึกของฉันตอนนี้) เคลื่อนตัวไถลหลุดจากขอบโต๊ะ โครม! เพล้ง! แกร็ก! เสียงชิ้นส่วนโฟมอร์ดาน กระดาษอัด และฟิวเจอร์บอร์ดที่บรรจงตัดและประกอบกันอย่างประณีตนานนับเดือน แตกกระจายกลายเป็นเศษซากชิ้นเล็กชิ้นน้อยร่วงกราวลงมากองแทบเท้า เสียงนั้นช่างบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจเสมือนมีใครเอาคัตเตอร์กรีดลงกลางอกซ้ำๆ ความเงียบกริบเข้าปกคลุมสตูดิโอในทันที ไม่มีใครกล้าส่งเสียงหายใจแรง ทุกสายตาคู่ต่างเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด หันสลับไปมองระหว่างเศษซากโปรเจกต์บนพื้นกับร่างของเด็กปีหนึ่งที่นั่งแปะก้นจ้ำเบ้าอยู่กับพื้นห้องอย่างน่าเวทนา ฉันนั่งแข็งค้างเป็นหิน ใบหน้าร้อนผ่าว น้ำตารื้นขึ้นมาคลอเบ้าด้วยความตกใจและรู้สึกผิดจนพูดไม่ออก สมองขาวโพลนคิดคำแก้ตัวไม่ออกเลยสักคำเดียว ได้แต่ก้มมองเศษงานศิลป์ที่ตอนนี้กลายเป็นขยะกองโตด้วยความรู้สึกเหมือนชีวิตกำลังจะดับสลาย "เอ่อ... น่าน... น่านไม่ได้ตั้งใจนะคะ..." ฉันพยายามเปล่งเสียงสั่นเครือออกไป พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของผลงานที่ยืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้า รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายของพี่กรณ์บึ้งตึงสนิท ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองซากปรักหักพังบนพื้นนิ่งๆ ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนสายตากลับมาจ้องมองที่ฉัน รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับติดแอร์เคลื่อนที่ติดตัวมาด้วย จนเพื่อนสนิทอย่างเจย์กับเปรมที่ยืนแอบดูอยู่มุมห้องถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือมากุมพระเครื่องในคอแทบไม่ทัน ไม่มีเสียงด่าทอ ไม่มีคำหยาบคายหลุดออกมาจากปากของรุ่นพี่ปีสามคนนี้สักแอะ มีเพียงความเงียบที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามเสียอีก เขาก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ฉันช้าๆ ทีละก้าว... ทีละก้าว... จนกระทั่งหยุดยืนค้ำหัวร่างเล็กที่นั่งแปะอยู่บนพื้น "ฝีมือเธอเหรอน้ำน่าน" น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ถูกเอ่ยออกมา แต่มันกลับทรงพลังจนทำให้หัวใจของฉันหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม "อื้อ... คือ... น่านสะดุดสายไฟค่ะ มันอุบัติเหตุจริงๆ นะคะพี่กรณ์ น่านไม่ได้ตั้งใจจะทำลายความตั้งใจของพี่นะคะ ฮือออ พี่กรณ์อย่าเพิ่งฆ่าน่านน้า!" ฉันรีบละล่ำละลักแก้ตัวเสียงสั่น น้ำตาเจ้ากรรมพาลจะไหลหยอดเผื่อความน่าสงสารจะช่วยลดทอนโทษประหารลงได้บ้าง พี่กรณ์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาป้องปากเล็กน้อยก่อนจะย่อตัวลงมานั่งยองๆ ให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน ใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างกันแค่คืบทำให้ฉันเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ถึงเขาจะทำหน้าดุแค่ไหน แต่ยอมรับตามตรงเลยก็ได้ว่าผู้ชายคนนี้เวลาโกรธยังดูดีจนน่าหมั่นไส้เป็นบ้า! "อุบัติเหตุกรณีศึกษาเหรอ?" พี่กรณ์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สายตาคมกวาดมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "รู้ตัวไหมว่าโมเดลชิ้นนี้ฉันไม่ได้นอนติดต่อกันมาสามวันเต็มๆ เพื่อส่งพรีเซนต์ให้อาจารย์พรุ่งนี้เช้า... แล้วเธอดันมาทำมันพังไม่เป็นท่าแบบนี้เนี่ยนะ เด็กน้อย" คำว่า "เด็กน้อย" ที่ถูกเปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าชวนใจสั่นทำเอาฉันหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ทั้งที่สถานการณ์ตอนนี้ควรจะหวาดกลัวจนตัวสั่นแท้ๆ แต่ทำไมหัวใจเจ้ากรรมถึงได้เต้นแรงผิดจังหวะจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยินเสียงมันด้วยก็ไม่รู้ "กะ... ก็ใครใช้ให้พี่เอาสายไฟมาวางขวางทางเดินเล่า! พี่ต่างหากที่สะเพร่า!" ปากเจ้ากรรมของฉันมันดันไวพอกับความคิด เผลอสวนกลับไปตามนิสัยชอบเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความกลัวซะอย่างงั้น พี่กรณ์หรี่ตามองฉันทันที รอยยิ้มมุมปากที่หายไปกลับมาปรากฏขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่รอยยิ้มกวนประสาทธรรมดา แต่มันคือรอยยิ้มของปีศาจเจ้าเล่ห์ที่กำลังจะต้อนเหยื่อให้จนมุม "ปากเก่งเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ... ในเมื่อเธอทำมันพังจนใช้การไม่ได้แล้ว งั้นก็รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นซะดีๆ" เขาพูดพลางเอื้อมมือหนามาแตะเบาๆ ที่คางฉัน บังคับให้เงยหน้าขึ้นสบตาตรงๆ "ร... รับผิดชอบยังไงคะ? เงินเก็บในบัญชีน่านตอนนี้เหลือแค่ค่าข้าวห่อไข่สามมื้อเองนะ!" ฉันโวยวายเสียงหลง รีบปัดมือเขาออกทันที "ใครบอกให้เธอใช้เงินจ่ายล่ะ..." พี่กรณ์ยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม แววตาพราวระยับเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว "ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ย้ายสัมภาระมานอนที่ห้องสตูดิโอส่วนตัวของฉัน แล้วมานั่งปั้นโมเดลชิ้นใหม่ชดใช้กรรมด้วยกันจนกว่าจะเสร็จ... นี่คือคำสั่ง ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด!" พูดจบเขาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดเศษกระดาษออกจากกางเกงยีนส์ลวกๆ ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวโดยไม่เปิดโอกาสให้ฉันได้อ้าปากปฏิเสธแม้แต่ครึ่งคำ ทิ้งให้ฉันนั่งอ้าปากค้างอยู่กลางกองซากปรักหักพัง พร้อมกับสมองที่ประมวลผลไม่ทันกับข้อเสนอสุดช็อกโลกเมื่อครู่ ย้ายไปนอนห้องเดียวกับเขาเนี่ยนะ?! ให้ตายเถอะ... แค่คิดว่าต้องอยู่ใกล้ไอ้รุ่นพี่ปากร้ายนี่สองต่อสองทุกวัน ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยปีหนึ่งของน้ำน่านคนนี้คงได้พินาศสันตะโรของจริงแน่ๆ แล้วไหนจะหัวใจเจ้ากรรมที่ดันเต้นไม่เป็นส่ำนี่อีก... ฉันรอดตายจากคดีทำลายทรัพย์สินแน่เหรอ หรือกำลังเดินเข้าถ้ำเสือโดยสมัครใจกันแน่เนี่ย! ขอบคุณที่แวะมาอ่านตอนแรกด้วยกันนะคะ! แล้วมาลุ้นไปพร้อมกันในตอนหน้าว่ายัยตัวแสบของเราจะเอาตัวรอดจากเงื้อมมือรุ่นพี่สุดเจ้าเล่ห์ได้ยังไง ฝากกดใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เกียร์เปื้อนกาวใจ" ด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตย์หัวใจยัยตัวแสบกับนายปีหนึ่งปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%