“ฉันไม่ได้จ้างคุณมาเพื่อเป็นผู้ติดตาม แต่จ้างมาเพื่อ ‘กำจัด’ สิ่งรบกวน... ถ้าทำไม่ได้ ก็กรุณาถอยออกไปจากวงโคจรของฉันซะ”
เสียงเรียบเย็นดั่งใบมีดน้ำแข็งของ ‘ริน’ กรีดผ่านความเงียบในห้องทำงานส่วนตัวที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของผ้าไหมราคาแพงและมวลสารของน้ำหอมกลิ่นกุหลาบจางๆ เธอไม่แม้แต่จะเงยหน้าจากร่างแบบชุดบนโต๊ะทำงาน แผ่นหลังบางภายใต้เสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีครีมดูเหยียดตรงและแข็งกร้าวราวกับกำแพงที่ไม่มีวันทลาย
‘เรย์’ ยืนพิงกรอบประตูพลางยกยิ้มมุมปาก นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนกรอบประตูเป็นจังหวะเนิบนาบ เธอไม่ได้สะทกสะท้านกับคำไล่ส่งนั้นเลยสักนิด ในทางกลับกัน สายตาคมกริบของนักสืบสาวกลับสำรวจมองความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่งของอีกฝ่ายอย่างถือดี
“แหม... กราฟิกดีไซน์เนอร์ระดับประเทศ ปากคอเราะร้ายไม่เบาเลยนะคะเนี่ย” เรย์ก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ กลิ่นบุหรี่จางๆ จากเสื้อแจ็คเก็ตหนังของเธอทำให้คนนั่งอยู่หลังโต๊ะถึงกับขมวดคิ้ว “แต่ก็นั่นแหละค่ะ งานที่ฉันรับมามันไม่มีคำว่า ‘ถอย’ อยู่ในพจนานุกรมเสียด้วยสิ”
รินวางดินสอลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘กึก’ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ความสูงจะน้อยกว่าเรย์อยู่เล็กน้อย แต่รังสีอำนาจรอบตัวเธอกลับไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยดุจกวางแต่นิ่งสงบราวกับทะเลลึกจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเรย์
“งั้นก็พิสูจน์ให้เห็นสิคะ” รินก้าวเข้ามาประชิด เรย์ไม่ถอยหนี กลับยืนนิ่งให้อีกฝ่ายรุกคืบจนลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่ปลายจมูก “ถ้าคิดว่าตัวเองเก่งนัก ก็ช่วยทำให้ฉันเชื่อมั่นหน่อยว่าชีวิตของฉันอยู่ในมือคุณได้จริงๆ ไม่ใช่แค่มาเดินตามเป็นเงาให้ฉันรำคาญเล่น”
เรย์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ความตื่นเต้นแล่นพล่านในกระแสเลือด กลิ่นหอมสะอาดจากตัวรินเริ่มจู่โจมประสาทสัมผัสจนสติพร่าเลือนไปครู่หนึ่ง “งั้นเริ่มจากคืนนี้เลยเป็นไงคะ? งานเลี้ยงการกุศลที่คนทั้งเมืองจะไปรวมตัวกันที่นั่น... คุณต้องการบอดี้การ์ด หรือว่า ‘คู่นอนหลอกๆ’ เพื่อตบตาศัตรูที่จ้องจะเล่นงานคุณกันแน่?”
“เลือกเอาที่สบายใจเลยค่ะ” รินเอ่ยเสียงพร่าพลางโน้มตัวเข้าไปใกล้จนหน้าผากเกือบจะชิดกัน “ตราบใดที่งานเลี้ยงนั่นจบลงด้วยการที่ฉันยังหายใจอยู่ และคุณ... ไม่ล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวของฉันมากจนเกินไป”
เรย์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่ทำให้รินใจกระตุกวูบโดยไม่รู้ตัว นักสืบสาวขยับมือเข้าไปโอบเอวคอดของดีไซน์เนอร์สาวอย่างถือวิสาสะ แรงบีบที่เอวเบาๆ นั้นทำเอาคนถูกกระทำสะดุ้งสุดตัว แต่รินกลับไม่ยอมถอยหนี เธอทำเพียงแค่นิ่งค้างอยู่ในอ้อมกอดนั้น ราวกับต้องการท้าทายว่าเรย์จะกล้าไปได้ไกลแค่ไหน
“ความเป็นส่วนตัวเหรอคะ?” เรย์กระซิบชิดใบหูเล็ก “บอกไว้ก่อนนะว่าฉันเป็นคนประเภท ‘รุกหนัก’ เสียด้วยสิ ถ้าไม่อยากให้ฉันข้ามเส้น... คุณก็ควรจะระวังหัวใจตัวเองให้ดีนะริน”
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความร้อนแรงที่แผ่ซ่าน รินรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นผิดจังหวะของตัวเอง เธอเกลียดความรู้สึกที่ควบคุมไม่ได้นี้ แต่ยิ่งพยายามผลักไส เธอกลับยิ่งรู้สึกอยากจะจมดิ่งลงไปในความกวนประสาทของอีกฝ่าย
ทว่าในจังหวะที่เรย์กำลังจะโน้มใบหน้าลงไปกระซิบถ้อยคำที่ลึกซึ้งกว่าเดิม เสียงเคาะประตูที่รัวและหนักแน่นก็ดังขึ้นขัดจังหวะทันที
ปัง! ปัง! ปัง!
ทั้งคู่ผละออกจากกันแทบจะทันที รินรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิม ในขณะที่เรย์ถอยออกมาพร้อมรอยยิ้มกวนประสาทที่มุมปาก ประตูห้องถูกเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างของชายในชุดสูทสีดำสนิทเดินเข้ามาพร้อมสีหน้าซีดเผือด
“คุณรินครับ... ผมว่าคุณต้องรีบดูนี่ครับ” ชายคนนั้นวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะ หน้าจอแสดงภาพถ่ายของเรย์และรินที่ยืนใกล้ชิดกันในห้องนี้เมื่อไม่ถึงหนึ่งนาทีก่อน มันถูกส่งเข้ามาในอีเมลของบริษัทโดยไม่ระบุตัวตน พร้อมข้อความกำกับว่า...
‘ยินดีด้วยกับความลับที่ถูกเปิดเผย และงานเลี้ยงคืนนี้จะเป็นงานศพของพวกเธอสองคน’
เรย์หันไปสบตากับรินที่ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานที่เคยร้อนระอุด้วยอารมณ์ กลายเป็นความหนาวเหน็บที่คืบคลานเข้ามาแทนที่
หวังว่าตอนแรกนี้จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกคนใจสั่นไปพร้อมกับกลิ่นลิลลี่สีขาวนะคะ
ด้วยรักและกลิ่นหอมอบอวลจากกลิ่นลิลลี่สีขาวค่ะ
เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักจังหวะหัวใจ•ตอนที่ 1
ภารกิจแรกที่ต้องลงมือ
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักจังหวะหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
