เสียงปั๊มหมึกกระแทกลงบนกระดาษไขแผ่นโตดัง *ปึก* เป็นจังหวะเดียวกับที่ความอดทนของธาวินเดินทางมาถึงขีดสุด
สถาปนิกหนุ่มเจ้าของโปรเจกต์เรือธงแห่งปีขยับแว่นสายตาเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบใต้กรอบโลหะสีดำสนิทมองลอดผ่านสันจมูกคมสันไปยังร่างระหงที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม รินรดากำลังเคาะปลายนิ้วลงกับโต๊ะประชุมไม้สักทองอย่างเสียมารยาท แต่อีกฝ่ายกลับทำเพียงส่งยิ้มพรายที่ชวนให้รู้สึกหงุดหงิดเสียจนเส้นเลือดที่ขมับของเขาเต้นตุบ
"ถ้าคุณยังยืนกรานจะเจาะผนังรับแรงเฉือนตรงนี้เพื่อทำ ‘สวนลอยฟ้า’ ไร้สาระนี่ล่ะก็... ผมเกรงว่าใบประกอบวิชาชีพสถาปนิกของผมคงต้องขอลาออกไปบวชชีเสียก่อนจะเซ็นอนุมัติแบบให้คุณครับ, คุณรินรดา"
น้ำเสียงของธาวินราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่อาบยาพิษ เขากวาดสายตามองโมเดลจำลองสามมิติบนโต๊ะด้วยความรู้สึกขัดเคืองใจ มัณฑนากรสาวตรงหน้าไม่ได้แค่รื้อทำลายโครงสร้างทางวิศวกรรมที่เขาใช้เวลาคำนวณนานแรมเดือน เธอยังเหยียบย่ำตรรกะความปลอดภัยทั้งหมดที่เขาถือ
รินรดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เบาหวิวแต่กลับทรงพลังพอจะทำให้ห้องประชุมเก็บเสียงขนาดใหญ่กลายเป็นสนามรบขนาดย่อม เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อให้ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาลดลง กลิ่นน้ำหอมจางๆ กลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นฝนแรกปะทะเข้ากับปลายจมูกของธาวินโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้สถาปนิกหนุ่มต้องผถดลมหายใจเข้าลึกโดยอัตโนมัติ
"ลาออกไปบวชชีคงไม่ช่วยอะไรหรอกค่ะ... เอ้ย! ผมหมายถึง... ทางที่ดีคุณควรเปิดใจให้กว้างกว่ากรอบสี่เหลี่ยมบ้าๆ ที่คุณขีดขึ้นมาบ้างนะ, คุณธาวิน" รินรดาเปลี่ยนสรรพนามเกือบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาดุๆ ที่ตวัดกลับมา "สถาปัตยกรรมไม่ได้มีไว้แค่ค้ำยันเพดานให้ไม่พังลงมาทับหัวคน แต่มันต้องมีชีวิต หายใจได้ และสร้างความสุข... ซึ่งดูจากหน้าตาตึงเครียดของคุณตอนนี้แล้ว ฉันว่าคุณคงลืมวิธีหายใจไปนานแล้วล่ะมั้ง"
"ผมหายใจด้วยออกซิเจน ไม่ใช่ด้วยจินตนาการเพ้อเจ้อแบบที่คุณใช้ละเลงบนแบบแปลนของผม" ธาวินตอกกลับทันควัน นัยน์ตาคมเข้มจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ อย่างไม่ยอมแพ้ "จำไว้นะครับ... ตึกหลังนี้สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กและเหล็กกล้า ไม่ใช่ด้วยกลีบกุหลาบกับความฝันกลางวัน ถ้าคุณอยากทำสวนลอยฟ้าตามใจชอบ เชิญไปออกแบบบ้านตุ๊กตาเถอะครับ ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น"
"ปากคอเราะร้ายแบบนี้... ไม่แปลกใจเลยนะคะที่โต๊ะทำงานของคุณถึงมีแต่กระดาษกับความว่างเปล่า ไร้เสน่ห์สิ้นดี" รินรดาเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วท้าทายอย่างไม่เกรงกลัวรัศมีอันเย็นชาของชายหนุ่ม "และบอกไว้ก่อนเลยนะว่า ถ้าฉันไม่ได้พื้นที่ตรงนี้ทำสวนกระจกตามที่ต้องการ โปรเจกต์รีโนเวทบูติกโฮเต็ลนี้ก็พับฐานไปได้เลย เพราะฉันไม่มีวันเซ็นรับรองงานอินทีเรียร์ที่ไร้จิตวิญญาณเด็ดขาด!"
ห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับคุกกรุ่นราวกับมีประกายไฟสパークออกมาได้ทุกเมื่อ ธาวินขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาเกลียดความไร้ระเบียบ และยิ่งเกลียดพวกศิลปินประเภทที่ใช้แต่อารมณ์เหนือเหตุผล แต่แปลก... ยิ่งเธอเถียงคำไม่ตกฟาก ปลายจมูกรั้นๆ กับนัยน์ตากลมโตที่วาวโรจน์ด้วยความดื้อรั้นนั้น กลับดึงดูดสายตาเขาให้อยู่ที่เธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น
ให้ตายสิ... ยัยนี่มันตัวปัญหาชัดๆ
ธาวินผ่อนลมหายใจยาวเหยียดเพื่อควบคุมสติ ปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นทางการและเย็นชาดังเดิม เขายื่นมือไปหยิบปากกาหมึกซึมด้ามหรูขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ "เราตกลงกันตั้งแต่เซ็นสัญญาแล้วว่าโครงสร้างหลักคือสิทธิ์ขาดของฝั่งสถาปนิก คุณไม่มีสิทธิ์มาเปลี่ยนแปลนโครงสร้างตามอำเภอใจแบบนี้"
"แต่อำนาจในการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเป็นของคณะกรรมการบริหาร ซึ่งตอนนี้... เท่าที่ฉันทราบมา กวินทร์ดูจะเห็นพ้องกับไอเดียของฉันมากกว่าคุณนะ, คุณธาวิน" รินรดาจงใจเอ่ยชื่อคู่แข่งคนสำคัญของธาวินขึ้นมาเพื่อทดสอบปฏิกิริยา และเธอก็ไม่ผิดหวังเมื่อเห็นดวงตาคมกริบของชายหนุ่มไหววูบด้วยความไม่พอใจอย่างรวดเร็วก่อนจะกลับมาเรียบเฉย
ชื่อของ 'กวินทร์' เปรียบเสมือนหนามยอกอกสำหรับธาวิน นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รุ่นใหม่ผู้กระหายชื่อเสียงและพร้อมจะเหยียบย่ำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ การที่รินรดาดึงอีกฝ่ายเข้ามาเป็นเครื่องมือต่อรอง ยิ่งทำให้ธาวินมั่นใจว่ามัณฑนากรสาวตรงหน้าไม่ได้มีดีแค่ปากเก่ง แต่เจ้าเล่ห์และอันตรายกว่าที่คิด
"อย่าเอาชื่อผู้ชายคนนั้นมาอ้างกับผม" ธาวินวางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งในชุดสูทตัดเย็บเนี้ยบก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวทีละก้าวโดยไม่ให้ตั้งตัว รินรดาชะงักไปเล็กน้อย ถอยหลังไปสองก้าวส้นรองเท้าชนเข้ากับขอบโต๊ะประชุมจนไม่มีทางหนี
ธาวินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชิดกัน เขามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เริ่มฉายแววตื่นตระหนกจางๆ
"ถ้าคุณคิดจะเล่นเกมนี้กับผมล่ะก็..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เนียนจนรินรดาต้องกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "เตรียมตัวรับมือกับความจริงที่โหดร้ายกว่าสวนลอยฟ้าของคุณได้เลย... รินรดา"
ในเสี้ยววินาทีที่หัวใจของรินรดากระตุกวูบและกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งตามมารยาท ก่อนที่บานประตูไม้โอ๊กจะถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างสูงสมส่วนของกวินทร์ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์
"ขอโทษทีครับ... ผมรบกวนเวลาสวีท เอ๊ย... เวลาทำงานของสองคนนี้หรือเปล่าพอดีผมได้ข่าวว่าแบบแปลนมีปัญหาก็เลยแวะมาดูเสียหน่อย"
ธาวินผละถอยหลังกลับไปยืนเว้นระยะห่างทันที นัยน์ตาคมกริบหันไปจ้องมองผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิต ขณะที่รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจยังคงเต้นรัวระรัวด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ธาวินเพิ่งทิ้งไว้ให้ค้างคาบนผิวแก้ม
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความระอุในบทแรกด้วยกันนะครับ หวังว่าจะถูกใจความปากร้ายแต่ใจคลั่งรักของสถาปนิกหนุ่มเรานะครับ
พิมพ์เขียวหัวใจใต้เงาสถาปนิกเนี้ยบ•ตอนที่ 1
แบบแปลนที่ไม่ลงรอย
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวหัวใจใต้เงาสถาปนิกเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
