"ถ้าคุณยังอ่านผิดจังหวะแบบนี้อีก ผมว่าเราเอาเวลาไปทำประโยชน์อย่างอื่นที่คุ้มค่ากว่าการยืนเถียงกันในห้องอัดเถอะครับ"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาดังผ่านลำโพงมอนิเตอร์เข้ามาในห้องอัดเสียง กวินทร์ขยับแว่นกรองแสงเล็กน้อย ดวงตาคู่คมหลังเลนส์จ้องมองกราฟเสียงบนหน้าจอด้วยความหงุดหงิด เขาไม่เคยยอมรับความผิดพลาดแม้แต่มิลลิเมตรเดียว โดยเฉพาะกับงานที่เขาต้องเป็นคนกำกับ
รันเวย์ในห้องอัดถึงกับหลุดขำออกมาเบาๆ เขาถอดหูฟังออกข้างหนึ่ง วางบทพากย์ลงบนแท่นด้วยท่าทางที่ดูไม่เดือดร้อนเท่าไหร่ ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับกระจกบานใหญ่ที่กั้นระหว่างเขากับคนในห้องคอนโทรล
"คุณกวินทร์ครับ ผมอ่านตามบทที่ลูกค้าบรีฟมาเป๊ะๆ แต่ถ้าคุณอยากให้มันออกมาเหมือนหุ่นยนต์อ่านหนังสือพิมพ์ล่ะก็... บอกมาตรงๆ ดีกว่าครับ ไม่ต้องอ้อมค้อม"
กวินทร์กดปุ่มทอล์กแบ็ก (Talkback) เสียงของเขาดังแทรกเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้เย็นเยียบกว่าเดิม "ผมจ้างคุณมาในฐานะ 'นักพากย์' ไม่ใช่ 'ผู้กำกับจำเป็น' รันเวย์... โฟกัสที่อารมณ์ครับ ไม่ใช่แค่กวาดสายตาผ่านตัวหนังสือ"
รันเวย์กลอกตาอย่างเหลืออด เขาเดินไปที่ไมค์คอนเดนเซอร์ราคาแพงตัวนั้น ก่อนจะขยับมันเข้าใกล้ริมฝีปากจนชิด "งั้นถ้าผมบอกว่าอารมณ์ตอนนี้ของผมคือ 'เบื่อ' คุณจะพอใจไหมครับ? เพราะตั้งแต่เข้ามา คุณเอาแต่หาเรื่องจุกจิก แทนที่จะโฟกัสที่งาน"
บรรยากาศในห้องอัดเงียบสนิทลงในพริบตา มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วๆ ของทั้งคู่ที่ผ่านเข้าไมค์ ธันวาที่นั่งอยู่ข้างกวินทร์ถึงกับเลิกคิ้วมองเพื่อนสนิทที่ตอนนี้ขากรรไกรเริ่มขึ้นสันนูนด้วยความขุ่นมัว
"คุณพูดว่าอะไรนะ?" กวินทร์ถามเสียงต่ำ
"ผมบอกว่าไมค์เปิดอยู่... หุบปากที่คุณเอาแต่คอยจิกกัดแล้วปล่อยให้ผมทำงานบ้างเถอะครับ" รันเวย์ยักไหล่ ท่าทางกวนประสาทนั้นทำให้กวินทร์ถึงกับวางปากกาในมือลงกระแทกโต๊ะจนเสียงดังลั่นผ่านลำโพงเข้าไปยังฝั่งนักพากย์
กวินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาส่งสัญญาณให้ธันวาเฝ้าเครื่องไว้ ก่อนจะสาวเท้าออกจากห้องคอนโทรล เสียงฝีเท้าหนักๆ ของเขาเดินตรงไปยังประตูห้องอัดเสียง ทันทีที่ผลักประตูเข้ามา ความกดอากาศในห้องดูเหมือนจะลดต่ำลงจนน่าอึดอัด
รันเวย์ไม่ได้ถอยหนี เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม กอดอกมองคนตัวสูงกว่าที่เดินตรงดิ่งเข้ามาหาด้วยแววตาท้าทาย
"กล้ามากนะที่สั่งผม" กวินทร์ก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้า ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ เจือกลิ่นกระดาษเก่าจากตัวโปรดิวเซอร์หนุ่มปะทะเข้ากับจมูกของรันเวย์ แต่มันไม่ได้ทำให้คนปากเก่งอย่างเขาหวั่นไหว
"ผมก็แค่ทำตามหน้าที่... คนที่เริ่มก่อนคือคุณ" รันเวย์เชิดหน้าขึ้น ไม่ยอมหลบสายตาที่ดุดันนั้น
"หน้าที่? หน้าที่ของคุณคือทำตัวให้เป็นมืออาชีพ ไม่ใช่ยืนเถียงกับโปรดิวเซอร์เหมือนเด็กที่ถูกขัดใจ" กวินทร์โน้มตัวลงมา ใบหน้าอยู่ห่างกันจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ "รู้อะไรไหมรันเวย์... ในวงการนี้ ถ้าคุณเก่งแต่ปากแบบนี้ ต่อให้เสียงดีแค่ไหนก็ไปไม่รอด"
"งั้นเราลองมาดูกันไหมครับ ว่าระหว่าง 'ปากร้ายๆ' ของคุณ กับ 'มืออาชีพที่แท้จริง' อย่างผม ใครจะทนได้นานกว่ากัน"
รันเวย์ขยับเท้าก้าวเข้าไปหาจนหน้าอกชนกัน กวินทร์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบคู่นั้นวูบไหวราวกับมีบางอย่างสั่นคลอนอยู่ลึกๆ แต่เขาก็ยังคงไว้ซึ่งมาดนิ่งขรึม
ธันวาที่แอบมองผ่านกระจกเข้ามาหัวเราะในลำคอพลางพึมพำคนเดียว "เอาแล้ว... ไฟกับน้ำมันเจอกันแบบนี้ ระวังจะไหม้หมดทั้งสตูดิโอ"
ทันใดนั้นเอง เสียงประตูห้องอัดก็ถูกผลักออกอย่างแรงจากคนภายนอก พร้อมกับเสียงของ 'คนสำคัญ' ที่กวินทร์ไม่อยากเจอที่สุดในเวลานี้ดังขึ้น
"กวินทร์! ตกลงคุณจะเซ็นสัญญาเรื่องโปรเจกต์ใหม่ที่ผมเสนอไปเมื่อไหร่? นี่รันเวย์สินะ... ว้าว, ได้ยินว่าเถียงกับโปรดิวเซอร์เก่งนักหนา วันนี้ผมเพิ่งได้เห็นกับตา"
กวินทร์ผละออกจากรันเวย์ทันที ใบหน้าเรียบเฉยกลับมาเป็นหน้ากากน้ำแข็งอีกครั้ง แต่รันเวย์สังเกตเห็น... ปลายนิ้วของกวินทร์ที่กำแน่นจนสั่นอยู่ข้างลำตัว
เรื่องราวความวุ่นวายที่ยังไม่ทันเริ่มต้น ดูเหมือนกำลังจะกลายเป็นสงครามประสาทที่ไม่มีวันจบสิ้นในห้องสี่เหลี่ยมแห่งนี้เสียแล้ว
...
หมอกไม้ไผ่หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้คุณนักอ่านลุ้นไปกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่จนวางไม่ลงนะคะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับหมอกไม้ไผ่ค่ะ
เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายสายที่ฉันโทร•ตอนที่ 1
ไมค์เปิดแล้ว หุบปากหน่อยได้ไหม
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายสายที่ฉันโทร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
