"อย่าเพิ่งแตะต้องแผงวงจรนั้น ดร.ไคโรส! ถ้าคุณดึงมันออกตอนนี้ แรงสั่นสะเทือนระดับดาวเคราะห์จะทำให้ยานเรากลายเป็นเพียงเศษเหล็กในพริบตา!"
เสียงของกัปตันอลิส วอล์คเกอร์ ก้องสะท้อนอยู่ในห้องบังคับการที่สั่นไหวอย่างรุนแรง เธอคว้าข้อมือของชายผู้เป็นคู่คิดไว้แน่น แรงบีบจากถุงมือชุดอวกาศกดทับลงบนชุดกันรังสีของเขาจนเกิดเสียงเสียดสี ดวงตาของเธอฉายแววเด็ดขาด เยือกเย็นราวกับห้วงอวกาศที่ไร้ก้นบึ้ง แม้ภายนอกหน้าต่างยาน ‘อีเทอร์นัล’ ผืนพิภพของดาวเคราะห์เอเรบัสกำลังแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับเครื่องแก้วที่ถูกค้อนยักษ์ฟาดลงมา
ดร.ไคโรสหันมามองเธอ แววตาของเขาสั่นไหวด้วยความสับสนที่ยากจะอ่านออก "อลิส... คุณไม่เข้าใจหรอก สิ่งที่ฝังอยู่ในแกนกลางนี้ไม่ใช่แค่รหัสพันธุกรรมของอารยธรรมโบราณ แต่มันคือปุ่มรีเซ็ตจักรวาล ถ้าผมไม่ดึงมันออกไปตอนนี้ พวกเราทุกคน รวมถึงคนบนโลกที่รอฟังข่าวจากเรา จะสูญสิ้นทุกอย่าง!"
"เราไม่ได้ถูกส่งมาเพื่อเป็นพระเจ้า เราถูกส่งมาเพื่อสำรวจ!" อลิสตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของเปลือกดาวที่ถล่มลงมาเป็นลาวาร้อนระอุ แผ่นดินเบื้องล่างกำลังแยกตัวออก เผยให้เห็นแสงสีฟ้าจัดจ้านที่แผ่พุ่งออกมาจากใจกลางดาว มันไม่ใช่แมกม่า แต่มันคือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามหาศาลที่เกิดจากความโกรธเกรี้ยวของซิเลนเทีย
ท่ามกลางความโกลาหล เสียงกระซิบที่ไม่มีแหล่งกำเนิดดังแทรกเข้ามาในโสตประสาทของทุกคนบนยาน มันไม่ใช่เสียงพูด แต่เป็นคลื่นความถี่ที่ทำให้สมองปวดร้าว
*‘ความสมดุล... ที่พวกเจ้าทำลายไป... จงรับเอาลมหายใจสุดท้ายนี้ไปเป็นบทเรียน...’*
ซิเลนเทียปรากฏร่างขึ้นตรงหน้าจอโฮโลแกรม ไม่ใช่ในฐานะศัตรูที่ถืออาวุธ แต่เป็นเงาร่างเลือนรางที่ดูเหมือนจะสลายตัวไปพร้อมกับดาวเคราะห์ดวงนี้ ดวงตาที่เป็นเสมือนดวงดาวนับพันล้านคู่จ้องมองมาที่อลิส
"เจ้ายังคงยึดติดกับชีวิตที่สูญเสียไปในภารกิจแรกหรือ กัปตันอลิส?" ร่างเงาเอ่ยถาม น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบและเต็มไปด้วยความสมเพช "ความตายไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือการคืนพลังงานสู่เนบิวลา ดาวดวงนี้ไม่ได้พังทลายเพราะข้า แต่พังทลายเพราะความโลภของมนุษย์ที่พยายามฝังตัวลงในทุกตารางนิ้วของจักรวาล"
อลิสปล่อยมือจากไคโรส เธอชักปืนเลเซอร์ประจำกายออกมา ไม่ใช่เพื่อเล็งไปที่เงาตรงหน้า แต่เล็งไปที่คันโยกฉุกเฉินของการปล่อยยานหนีภัย "ไคโรส ไปที่แคปซูลเดี๋ยวนี้! ถ้าคุณยังยืนอยู่ตรงนั้น ผมจะยิงให้คุณสลบแล้วลากไปเอง"
ไคโรสหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูหดหู่ที่สุดเท่าที่อลิสเคยได้ยินมา "คุณยิงผมไม่ได้หรอกกัปตัน เพราะถ้าผมตาย รหัสลับที่ผูกไว้กับหัวใจของดาวดวงนี้จะถูกกระตุ้นโดยอัตโนมัติ ทุกอย่างจะจบลงทันที... ไม่ใช่แค่ดาวดวงนี้ แต่รวมถึงโซลาร์ซิสเต็มที่คุณพยายามปกป้องด้วย"
อลิสชะงัก นิ้วของเธอที่แตะอยู่บนไกปืนสั่นน้อยๆ เธอมองผ่านหน้าต่างยานเห็นภูเขาหินแกรนิตสูงเสียดฟ้าจมดิ่งลงสู่ความว่างเปล่าเบื้องล่าง ราวกับดาวเคราะห์กำลังสำลักความตายของตัวเอง เธอสูญเสียลูกเรือมามากพอแล้ว เธอจะไม่ยอมให้ใครต้องตายในภารกิจที่เธอดูแลอยู่อีก แม้กระทั่งคนที่มีเบื้องหลังน่าสงสัยอย่างไคโรสก็ตาม
"คุณทำงานให้ใครกันแน่?" อลิสถามเสียงต่ำ พยายามรวบรวมสติท่ามกลางแรงเหวี่ยงของยานที่เสียการทรงตัว
"ผมทำงานให้กับสิ่งที่อยู่เหนือกว่าองค์กรที่คุณรู้จัก" ไคโรสเดินก้าวเข้ามาใกล้เธอ ท่ามกลางเสียงแผ่นดินที่แตกหักอย่างรุนแรงจนโครงสร้างยานร้องครางด้วยความทรมาน "อลิส... วางปืนลง แล้วผมจะแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่อยู่ใต้ผิวดาวนี้ ไม่ใช่แค่รหัสลับ แต่มันคือ... จุดกำเนิดของพวกเราทุกคน"
ทว่าก่อนที่อลิสจะได้ตัดสินใจทำสิ่งใด แสงสีฟ้าจากใจกลางดาวก็พุ่งทะลุเปลือกโลกขึ้นมา เหมือนหอกมหาศาลที่แทงทะลุผืนฟ้า มันซัดเข้าใส่ตัวยานอีเทอร์นัลจนระบบควบคุมดับสนิท ไฟฉุกเฉินสีแดงฉานกะพริบถี่ๆ ดับความหวังของทุกคนในห้องบังคับการ
ในจังหวะที่แรงกระแทกสุดท้ายทำให้ยานพลิกคว่ำ อลิสเห็นมือของไคโรสคว้าไปที่แผงวงจรหลัก แต่ไม่ใช่เพื่อดึงออก เขากลับกดรหัสลับที่เขาซ่อนมาตลอดชีวิต... ทันใดนั้น จอภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนเป็นภาพถ่ายดาวเคราะห์โลกที่ยังไม่เคยมีใครเห็นในมุมนี้—มุมที่ถูกล้อมรอบด้วยเงาของสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่ดูเหมือนซิเลนเทียทุกประการ
อลิสเบิกตากว้าง ความจริงที่เธอพยายามหนีมาตลอดชีวิตพุ่งเข้าปะทะความรู้สึกจนจุกอก เธอไม่ได้กำลังสำรวจอวกาศเพื่อค้นหาความลับของจักรวาล แต่เธอกำลังถูกพามาเพื่อเป็นสักขีพยานในการปิดฉากมนุษยชาติด้วยมือของตนเอง
"ไคโรส... นี่คุณทำอะไรลงไป!" อลิสคำรามพลางพยายามพยุงตัวขึ้นจากพื้นห้องที่เอียงกระเท่เร่
ชายหนุ่มหันมามองเธอ รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าเขามีความอาลัยอาวรณ์อย่างประหลาด เขาหยิบเครื่องส่งสัญญาณขนาดจิ๋วขึ้นมา แล้วกดปุ่มสุดท้าย... เสียงเครื่องยนต์ของยานแม่ที่อยู่บนวงโคจรดับลงสนิท ตามมาด้วยสัญญาณเรียกเข้าจากฐานบัญชาการที่ส่งข้อความเพียงสั้นๆ ว่า: *“การกวาดล้างเริ่มขึ้นแล้ว กัปตัน... ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของพันธสัญญา”*
และในเสี้ยววินาทีก่อนที่ยานจะแตกสลาย อลิสก็เห็นเงาร่างของชายคนหนึ่งที่ควรจะตายไปพร้อมกับลูกเรือของเธอเมื่อห้าปีก่อน ยืนอยู่ด้านหลังไคโรส—เขายังคงสวมชุดยูนิฟอร์มเดิม และกำลังยื่นมือมาหาเธอด้วยสายตาที่เย็นชาเหมือนน้ำแข็ง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาอันมืดมิดนี้ไปกับเนบิวลาสตาร์นะครับ
เนบิวลาแห่งพันธสัญญา: รหัสลับดวงดาวที่สาบสูญ•ตอนที่ 51
ลมหายใจสุดท้ายของดาว
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนบิวลาแห่งพันธสัญญา: รหัสลับดวงดาวที่สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!