กลิ่นอายความอับชื้นของปูนซีเมนต์ผสมน้ำยาเคมีเคลือบผิวไม้โชว์แนว คือกลิ่นเดียวกับที่รณกรสูดดมเข้ามาในปอดตลอดสามเดือนเต็ม แต่ในวินาทีที่เขาก้าวผ่านประตูเหล็กชั่วคราวของไซต์งานตึกสูงระฟ้าโซน CBD เข้ามา กลิ่นนั้นกลับเจือจางด้วยกลิ่นคาวสนิมเหล็กจางๆ ที่ไม่ควรมีอยู่บนชั้นที่ระบบระบายอากาศยังไม่ถูกเปิดใช้งาน
"บอกแล้วว่าไอ้เมษามันวางแผนพาไปกินบุฟเฟต์ปิ้งย่างแซลมอนเกรดพรีเมียม ไม่น่าหลงกลมาตรวจงานกะดึกตามคำบัญชาของท่านประธานจอมเผด็จการเลยให้ตายสิ"
สถาปนิกหนุ่มพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางขยับกรอบแว่นสายตาที่สวมไว้เพื่อกันฝุ่นผงคอนกรีต มือข้างหนึ่งถือแท็บเล็ตแสดงแบบแปลนสามมิติรุ่นล่าสุด อีกข้างคีบบุหรี่ไฟฟ้าไว้แต่ไม่ได้จุดสูบ เพียงแค่พกไว้เพื่อกดแก้เครียดเวลาเจอผู้รับเหมาหน้าเลือด
รณกรตั้งใจจะขึ้นมาตรวจเช็กจุดรอยต่อของโครงสร้างเหล็กคานรับน้ำหนักโซน Penthouse ชั้นบนสุดตามกำหนดการที่ถูกเลื่อนขึ้นมาอย่างกะทันหัน แบบร่างที่เขานั่งปั่นหามรุ่งหามค่ำมาสามวันสามคืนกำลังจะถูกนำมาใช้ตรวจสอบหน้างานจริงในคืนนี้ แต่ใครจะรู้ว่าสิ่งที่รออยู่หลังเสาคอนกรีตต้นใหญ่ ไม่ใช่รอยร้าวของปูนตามธรรมชาติอย่างที่วิตก
เงาร่างสองร่างกำลังยื้อยุดกันอยู่ริมขอบระเบียงที่ยังไม่มีกระจกกันตกกั้น น้ำหนักห่างจากพื้นเบื้องล่างสิบแปดชั้นคือความตายที่การันตีได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เสียงหอบหายใจหนักหน่วงและเสียงเนื้อกระทบกับของแข็งดังสะท้อนก้องโครงสร้างปูนเปลือยที่ยังโล่งเตียน
"แกส่งแฟลชไดรฟ์นั่นมาซะ ไม่งั้นตึกนี้จะเป็นหลุมศพแรกและหลุมศพสุดท้ายของแก!" เสียงแหบพร่าของชายฉกรรจ์ในชุดช่างก่อสร้างตะคอกด้วยความเกรี้ยวกราด พร้อมกับง้างท่อเหล็กแป๊บในมือขึ้นสูง
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของรณกรกระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น ไม่ใช่ความเถื่อนดิบของเหตุการณ์ตรงหน้า... หากเป็นร่างสูงโปร่งในชุดสูททาร์ซิโดสั่งตัดพิเศษสีเข้มที่ยืนพิงเสาอยู่อย่างสบายอารมณ์ ร่างนั้นดูโดดเด่นตัดกับบรรยากาศฝุ่นตลบของไซต์งานราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่นชั้นนำ ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก
นั่นคือ "คินน์" นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เจ้าของโครงการมหาเศรษฐีที่รณกรต้องทำงานร่วมด้วย และเป็นผู้ชายที่รณกรพยายามหลบหน้ามาตลอดเจ็ดวันเต็มหลังจากการประชุมเดือดเมื่อสัปดาห์ก่อน
"พูดมากน่ารำคาญ" คินน์เอ่ยเสียงเรียบ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายติดจะหยิ่งผยองไร้ความสะทกสะท้าน ดวงตาคมกริบภายใต้แสงไฟนีออนชั่วคราวทอดมองชายชุดช่างที่พยายามพุ่งเข้าใส่ด้วยแววตารังเกียจราวกับกำลังมองแมลงสาบตัวหนึ่ง
ก่อนที่ท่อเหล็กในมือคนร้ายจะเหวี่ยงลงมาถึงตัว คินน์ก็ขยับตัวด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์มนา สเต็ปเท้าเพียงก้าวเดียวก็ประชิดตัวอีกฝ่ายได้อย่างไร้เสียง มือหนาคว้าข้อมือที่ถืออาวุธไว้แล้วบิดสวนองศาเดียวกับข้อต่อ เสียงกระดูกลั่นกรอบดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบของชั้นดาดฟ้า ตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนที่ยังไม่ทันหลุดจากลำคอดี เมื่อคินน์กระแทกศอกเข้าที่ลิ้นปี่ของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำและไร้ความปรานี
ร่างของชายฉกรรจ์ทรุดฮวบลงกองกับพื้น คินน์ใช้ปลายรองเท้าหนังราคาแพงเหยียบลงบนมือข้างที่ถือแฟลชไดรฟ์ของอีกฝ่ายไว้ น้ำหนักที่กดลงไปทำให้คนใต้ร่างกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมาน แต่คินน์กลับทำเพียงแค่ปัดเศษฝุ่นที่เกาะตามปกเสื้อสูทอย่างใจเย็น ราวกับเมื่อครู่เขาแค่ปัดแมลงวัน ไม่ใช่เพิ่งใช้กำลังจัดการคนจนปางตาย
รณกรยืนแข็งทื่อเป็นหิน แท็บเล็ตในมือเกือบหลุดร่วงลงพื้น สมองที่เคยประมวลผลเรื่องโครงสร้างสถาปัตยกรรมมาราธอนสะดุดกริ๊ก ภาพลักษณ์ของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล สุภาพ เรียบร้อย และทรงภูมิในห้องประชุมคณะกรรมการเมื่อสัปดาห์ก่อน พังทลายไม่เหลือชิ้นดีในเวลาไม่ถึงสามนาที
นี่มันไม่ใช่แค่มาเฟียท้องถิ่น... นี่มันฆาตกรมืออาชีพชัดๆ!
"ยืนทำหน้าโง่เป็นเสาเข็มตอกเข็มเจาะอยู่ตรงนั้นอีกนานไหมครับ คุณสถาปนิก"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังทำลายความเงียบ รณกรสะดุ้งสุดตัวเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายรู้ตัวตั้งนานแล้ว ดวงตาคมกริบคู่นั้นหันขวับมาสบตากับเขาตรงๆ รอยยิ้มมุมปากที่จุดขึ้นมาไม่ได้บ่งบอกถึงความอุ่นใจเลยสักนิด แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่ต้อนเหยื่อเข้ามาในกรงได้สำเร็จ
รณกรกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอย่างยากลำบาก ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกเทปูนทับไว้ แต่ความถือดีและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดก็ยังทำให้เขาต้องเชิดหน้าขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความหวาดกลัวที่กำลังตีตื้นขึ้นมาจุกอก
"ผม... ผมแค่มาตรวจดูรอยต่อของคานรับน้ำหนักตามตารางงาน ไม่ได้ตั้งใจจะมาดูคุณซ้อมมวยโชว์หรอกนะครับคุณคินน์" รณกรพยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น แม้ว่าหัวใจจะเต้นรัวเร็วจนแทบทะลุออกมานอกอกแล้วก็ตาม
คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มนุ่มและอันตราย ร่างสูงก้าวเดินเข้ามาหาเขาช้าๆ ทีละก้าว ทีละก้าว จนกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมกลิ่นอายความดิบเถื่อนของคราบเลือดจางๆ ลอยเข้ามาชิดปลายจมูก
"บังเอิญจังนะครับที่คุณสถาปนิกคนเก่งดันเลือกเวลามาตรวจงาน ได้ 'ตรงเวลา' ซะจนน่าสงสัย..." คินน์หยุดยืนห่างจากตัวรณกรเพียงแค่คืบเดียว ดวงตาคมกอดอกมองสำรวจสถาปนิกหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ทำเอาคนถูกมองรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ "หรือว่า... คุณจงใจแอบตามผมมาเพราะคิดถึงผมกันแน่ครับ?"
"เพ้อเจ้อ! ใครจะไปคิดถึงคนโรคจิตที่ชอบซ้อมคนอื่นเล่นเป็นงานอดิเรกกันเล่า!" รณกรสวนกลับทันควันตามนิสัยปากไวไม่ยอมคน ถอยหลังไปก้าวหนึ่งจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาคอนกรีตเย็นเฉียบ หมดทางหนี
คินน์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านกรอบแว่นของเขา รอยยิ้มร้ายกาจระบายอยู่บนริมฝีปากหยักลึกที่เอ่ยประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงกระซิบพร่าชวนขนลุก
"ในเมื่อคุณบังเอิญเห็นความลับของผมเข้าแล้ว... เห็นทีแบบร่างตึกหลังนี้คงต้องรื้อทำใหม่หมดตั้งแต่เริ่ม... รวมถึง 'สถานะ' ของเราด้วยนะครับ คุณรณกร"
มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในโลกของความลับนี้ด้วยกันนะครับ)
เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริง นายสถาปนิกอย่าเพิ่งรีบตาย•ตอนที่ 1
แบบร่างที่พังไม่เป็นท่า
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริง นายสถาปนิกอย่าเพิ่งรีบตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!