"ตัวเลขในพอร์ตของอิทธิพลไม่ได้มาจากกำไรจากการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมอย่างที่พวกคุณเข้าใจหรอกครับ แต่มันมาจากเงินกู้ระยะสั้นที่เขากู้ผ่านนอมินี โดยเอาหุ้นของบริษัทพวกคุณทุกคนไปจำนำไว้เป็นหลักประกัน... นี่คือความจริงที่เขาสั่งให้ผมเก็บเป็นความลับมาตลอดสามปี"
เสียงของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องประชุมลับชั้น 45 ของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพฯ บรรยากาศภายในห้องที่ควรจะเต็มไปด้วยความอบอุ่นของการเจรจาธุรกิจ บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยแรงกดดันมหาศาลจนแทบหายใจไม่ออก
อิทธิพลนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ รอยยิ้มที่เคยดูเป็นมิตรบนใบหน้าของเขากระตุกวูบ ดวงตาที่เคยคมกริบดุจนักล่าบัดนี้เริ่มฉายแวววูบไหว เขาพยายามรักษากิริยาให้เยือกเย็นที่สุดขณะที่มือหนาภายใต้สูทราคาแพงกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน
"ธันวา... นายพูดอะไรออกมารู้ตัวไหม" อิทธิพลเค้นเสียงลอดไรฟัน "เพื่อนฝูงกัน ทำไมถึงต้องมานั่งหักหลังกันด้วยเรื่องไร้สาระแบบนี้"
ธันวาไม่ได้หลบสายตา เขาวางเอกสารปึกหนึ่งลงบนโต๊ะไม้โอ๊กสีเข้ม มันไม่ใช่แค่กราฟตัวเลข แต่เป็นเส้นทางการเงินที่ถูกแกะรอยมาจากบัญชีลับในต่างประเทศที่อิทธิพลพยายามปกปิดมาตลอด
"ไร้สาระงั้นหรือครับ?" ธันวาย้อนถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลัง "ในเมื่อหุ้นของบริษัทตระกูลวรโชติและตระกูลพิพัฒน์กำลังจะถูกฟ้องล้มละลายเพราะการบริหารที่ผิดพลาดของคุณอิทธิพลที่เอาชื่อพวกคุณไปค้ำประกันเงินกู้ส่วนตัว... แบบนี้ยังเรียกว่าเรื่องไร้สาระอีกไหมครับคุณวิชัย?"
วิชัย นักธุรกิจใหญ่ที่เป็นพาร์ทเนอร์คนสำคัญของอิทธิพลถึงกับหน้าถอดสี เขาหยิบเอกสารขึ้นมาพลิกดูด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะขว้างมันลงบนโต๊ะด้วยความโกรธจัด "อิทธิพล! นี่มันหมายความว่ายังไง! ทำไมหุ้นของฉันถึงไปอยู่ในบัญชีเงินกู้ของนายได้!"
รินรดาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับธันวาขยับตัวเล็กน้อย เธอเป็นคนเดียวที่รู้ว่าวันนี้จะเกิดอะไรขึ้น สายตาของเธอจับจ้องไปที่อิทธิพลอย่างเย็นชา ราวกับกำลังมองนักแสดงละครฉากสุดท้ายที่กำลังรอเวลาโดนกระชากหน้ากาก
"คุณไม่ได้ทำธุรกิจเพื่อพวกเขานะครับอิทธิพล" ธันวาเดินเข้าไปใกล้หัวโต๊ะมากขึ้น กลิ่นอายของความเหนือกว่าแผ่กระจายออกมาจากร่างของเขาอย่างชัดเจน "คุณทำธุรกิจโดยใช้พวกเขาเป็นบันได เพื่อไต่ขึ้นไปสู่จุดที่แม้แต่คนใกล้ตัวที่สุดก็ยังมองไม่เห็น... ความทะเยอทะยานของคุณมันน่าชื่นชม แต่โชคร้ายที่มันวางอยู่บนพื้นฐานของความฉ้อฉล"
"หุบปาก!" อิทธิพลตบโต๊ะเสียงดังสนั่น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พยายามข่มขวัญด้วยรัศมีของอำนาจที่เขาสั่งสมมา "หลักฐานพวกนี้มันไม่มีน้ำหนักพอที่จะทำลายชื่อเสียงฉันได้หรอก ธันวา นายแค่พยายามปั่นหัวคนอื่นด้วยข้อมูลขยะที่นายสร้างขึ้นมาเอง!"
"งั้นลองถามดูไหมครับว่าทำไม... บัญชีธนาคารในสิงคโปร์ที่โอนเงินออกไปให้เจ้าหนี้เมื่อวานนี้ ถึงมีลายเซ็นดิจิทัลที่ตรงกับไอดีส่วนตัวของคุณเป๊ะๆ" ธันวาหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาโชว์หน้าต่างข้อมูลที่ถูกแฮ็กเข้ามาได้สดๆ ร้อนๆ บนจอยักษ์กลางห้องประชุม
เสียงฮือฮาดังขึ้นจากรอบห้อง บรรดาพาร์ทเนอร์เริ่มกระซิบกระซาบกันด้วยความตื่นตระหนก ความเชื่อใจที่เคยเป็นรากฐานของกลุ่มธุรกิจนี้พังทลายลงในพริบตา อิทธิพลที่เคยดูสง่างามดั่งราชาผู้คุมเกม บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงนักโทษที่ถูกล้อมกรอบด้วยหลักฐานมัดตัว
"ฉันเคยคิดว่าเราเป็นเพื่อนกัน" อิทธิพลแค่นยิ้มออกมาอย่างสมเพช ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความอาฆาต "แต่ถ้านายเลือกที่จะเปิดฉากสงครามด้วยการหักหลังแบบนี้ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน... เกมนี้มันเพิ่งเริ่มต้น ธันวา นายคิดว่าพอร์ตของนายจะรอดพ้นจากการโจมตีของฉันงั้นหรือ?"
ธันวาเพียงแค่ยิ้มตอบ เป็นยิ้มที่ไม่ได้มีความโกรธแค้น แต่มันคือยิ้มของคนที่เห็นจุดจบของภาพยนตร์เรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว "ในโลกของการเงิน คนที่ล้มละลายไม่ใช่คนที่มีเงินน้อยกว่าหรอกครับ แต่เป็นคนที่ไม่มี 'ความจริง' เหลืออยู่เลยต่างหาก... วันนี้คุณไม่ได้สู้กับผมอิทธิพล แต่คุณกำลังสู้กับสิ่งที่ตัวเองทำไว้ในอดีต"
ท่ามกลางความโกลาหลที่เกิดขึ้นในห้องประชุม อิทธิพลหมุนตัวเดินออกไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามอง ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าอึดอัด รินรดาลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้ธันวา กระซิบที่ข้างหูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"เขากำลังจะหนีไปที่เซฟเฮาส์นอกเมือง เธอจะทำอย่างไรต่อ?"
ธันวาหันไปมองหน้าเธอ สายตาของเขาเย็นเยียบและเด็ดเดี่ยว "ปล่อยให้เขาหนีไปครับ... ยิ่งหนี เขาก็ยิ่งเผยร่องรอยของการฟอกเงินที่ใหญ่กว่านี้ให้เราเห็น"
ทันใดนั้น โทรศัพท์ของธันวาก็สั่นรัวขึ้นมาพร้อมกับข้อความจากหมายเลขปริศนาที่ไม่ได้บันทึกไว้ในเครื่อง เป็นภาพถ่ายของครอบครัวธันวาที่ถ่ายไว้เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาหัวใจเขากระตุกวูบ
'นายคิดว่านายทำลายเกมฉันได้... แต่ถ้าแลกด้วยชีวิตของคนที่นายรักล่ะ ธันวา? เกมนี้ใครจะถึงจุดจบก่อนกัน?'
ธันวานิ่งค้างไปครู่หนึ่ง เขารู้ดีว่าอิทธิพลไม่มีวันยอมพ่ายแพ้ง่ายๆ แต่นี่คือจุดพลิกผันที่เขาไม่ได้คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าลงมือในที่แจ้งขนาดนี้ รินรดาเห็นสีหน้าของธันวาที่เปลี่ยนไปก็ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนที่ธันวาจะหันกลับมาหาเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้นที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง
"แผนเปลี่ยนแล้วครับรินรดา... คืนนี้ เราจะเผาพอร์ตของเขาให้เป็นจุณโดยไม่ให้เหลือแม้แต่เศษซาก"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของผมมาจนถึงจุดเดือดนี้นะครับ "เซียนหุ้นย้อนเวลา" จะไม่ทำให้ท่านผิดหวังแน่นอนครับ
จุดเปลี่ยนชีวิต: ย้อนเวลาล่าพอร์ตหมื่นล้าน•ตอนที่ 13
รอยร้าวในมิตรภาพลวง
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จุดเปลี่ยนชีวิต: ย้อนเวลาล่าพอร์ตหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!