กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของหยาดฝนที่สาดซัดกระแทกแผ่นไม้ผุกร่อนของโรงเตี๊ยม "บูรพาไร้พ่าย" คือบทเพลงสรรเสริญความตายที่ดังสนั่นก้องกบาลในยามวิกาลเช่นนี้
ภายในห้องโถงกว้างที่เคยคึกคักไปด้วยเหล่าอันธพาลและมือกระบี่รับจ้าง บัดนี้กลับหลงเหลือเพียงความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว และร่างไร้วิญญาณนับสิบที่นอนจมกองเลือดสีชาด ไอร้อนระอุแห่งไอสังหารแผ่พุ่งออกมาจากร่างของบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งที่ยืนหยัดอยู่อย่างโดดเดี่ยว
"พวกเจ้า... ยังคิดว่าเศษสวะจากสำนักมารอัคคีโลหิต จะสามารถปกป้องหัวสุนัขของพวกเจ้าได้พ้นเงื้อมมือข้าหรือ?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดั่งเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มดังลอดริมฝีปากที่เหยียดยิ้มเย็นชา ไป๋หลาง หรือที่ยุทธภพขนานนามว่า *'ไป๋พยัคฆ์ทมิฬ'* ยืนกอดอกนิ่งสนิท อาภรณ์สีขาวบัดนี้เปรอะเปื้อนด้วยหยาดโลหิตสีแดงฉานตัดกับความมืดมิด นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีจ้องมองไปยังเป้าหมายสุดท้าย—หัวหน้ามือสังหารแห่งสำนักมารที่กำลังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวจนมุม
ความแค้นเมื่อสิบปีก่อน—วันที่ตระกูลไป๋ถูกเพลิงโลหิตเผาผลาญจนราบคาบ ภาพมารร้ายที่หัวเราะเยาะเย้ยชีวิตของผู้บริสุทธิ์ยังคงฝังรากลึกอยู่ในจิตวิญญาณ ทุกหยาดโลหิตที่หลั่งรินในวันนี้ คือดอกเบี้ยต้นแรกที่มันต้องชำระคืนด้วยชีวิต!
"ไป๋... ไป๋หลาง! เจ้ามันปีศาจชัดๆ!" มือสังหารวัยกลางคนผู้มีรอยแผลเป็นพาดผ่านใบหน้าถอยกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาไม้ค้ำยัน มันพยายามรวบรวมลมปราณเฮือกสุดท้ายเพื่อกระตุ้นเคล็ดวิชาโลหิตคลั่ง แม้รู้ดีว่าต่อหน้าบุรุษเบื้องหน้า การดิ้นรนเปรียบเสมือนแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ
"ปีศาจงั้นหรือ?" ไป๋หลางแค่นหัวเราะ ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายแสงสีทองเรืองรองจางๆ ยามที่โคจรพลังปราณภายใน "ตอนที่พวกมันฆ่าล้างตระกูลข้าอย่างไร้ความปรานี เหตุใดพวกเจ้าจึงไม่เอ่ยปากพูดคำนี้ออกมาเล่า!"
สิ้นคำพูด ร่างของไป๋หลางก็หายวับไปจากจุดเดิมราวกับภูตผี ความเร็วระดับนี้เหนือล้ำกว่าขอบเขตปราณนภาขั้นที่ห้าที่มันเพิ่งทะลวงผ่านไปเสียอีก นี่คือผลลัพธ์จากการฝึกฝนอย่างไร้ความปรานีท่ามกลางหุบเขาอัสนีบาต นานนับปีที่กระดูกถูกบดขยี้และหล่อหลอมใหม่ด้วยความเจ็บปวด
เปรี้ยง!
หมัดขวาถูกชกออกไปอย่างไร้เทียมทาน อากาศรอบข้างบิดเบี้ยวเกิดเป็นคลื่นกระแทกรูปหัวพยัคฆ์คำรามก้องกราบ แรงลมปราณที่ระเบิดออกทำลายข้าวของภายในโรงเตี๊ยมจนแหลละเอียดเป็นผุยผง หมัดนี้ไม่ได้ใช้เพียงแค่พลังกำลัง แต่แฝงไว้ด้วยสัจธรรมแห่งการทำลายล้างและการปกป้องคุ้มครองวิถีลูกผู้ชาย
ร่างของมือสังหารผู้เคราะห์ร้ายถูกพลังหมัดพยัคฆ์คำรามปะทะเข้ากลางอกเต็มแรง กระดูกทั่วร่างแหลกสลายเป็นผุยผงก่อนที่มันจะได้ส่งเสียงกรีดร้อง ร่างนั้นปลิวทะลุด้านข้างของโรงเตี๊ยมหายลับไปในความมืดมิดของราตรีที่มีสายฝนโปรยปราย
ไป๋หลางยืนนิ่งอยู่ในความเงียบ เขาลดหมัดลงอย่างช้าๆ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของยอดฝีมือก็จับสังเกตได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
สายฝนด้านนอก... หยุดตกชั่วขณะ?
ไม่ใช่ว่าฝนหยุดตก แต่ทว่าหยาดน้ำค้างและเม็ดฝนบริเวณรัศมีร้อยเมตรกำลังถูกแช่แข็งกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีครามบริสุทธิ์ในพริบตา!
ไอร้อนระอุจากการสังหารเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกเสียดกระดูก ความกดดันมหาศาลกดทับลงบนบ่าของไป๋หลางจนเขาต้องขมวดคิ้วมุ่น นี่ไม่ใช่ไอสังหารของพวกสำนักมาร แต่มันคือ... พลังปราณเหมันต์นิรันดร์ที่บริสุทธิ์และสูงส่งจนน่าสะพรึงกลัว
"สมคำร่ำลือ... *ไป๋พยัคฆ์ทมิฬ*"
เสียงหวานใสราวกับระฆังแก้วกังวานท่ามกลางพายุฝนดังขึ้นแผ่วเบา ทว่ากลับสะท้อนก้องกังวานในจิตใจของบุรุษหนุ่มอย่างชัดเจน
ไป๋หลางหันขวับไปมองยังทิศทางของระเบียงชั้นสอง ท่ามกลางม่านหมอกสีขาวโพลนและเกล็ดน้ำแข็งที่โปรยปรายดั่งกลีบดอกไม้ ร่างเพรียวระหงของสตรีในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายจันทรากำลังยืนอยู่บนคานไม้ นางถือกระบี่ฝักสีเงินยวงที่ปล่อยไอเย็นยะเยือกออกมา นัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั้นมองตรงมาที่เขาด้วยความเยชาสง่างามดั่งเทพเซียนผู้สูงส่งเกินกว่ามนุษย์จะเอื้อมถึง
นางคือ *เซียนเย่ว์ฉาน* หญิงสาวผู้ลึกลับที่มักจะปรากฏกายในจุดที่มีกลิ่นอายความตายเสมอ และที่สำคัญที่สุด... ปลายกระบี่ของนางในยามนี้ กำลังชี้ตรงมาที่หว่างคิ้วของเขา โดยมีเป้าหมายเพื่อสะสางความแค้นบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับสำนักมารเช่นกัน
"เซียนเย่ว์ฉาน?" ไป๋หลางหรี่ตาลงเล็กน้อย มือขวาขยับเข้าใกล้ด้ามกระบี่ไร้พ่ายที่เหน็บอยู่ข้างเอว "เจ้ามาขวางทางข้า หรือว่าต้องการจะเป็นศพรายต่อไป?"
เซียนเย่ว์ฉานไม่ตอบคำถาม รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเยียบเย็น นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่ทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกวูบ
"ข้าไม่ได้มาเพื่อฆ่าเจ้า... แต่ข้ามาเพื่อเตือนว่า บัญชีแค้นที่แท้จริงของเจ้านั้น มิได้เริ่มต้นที่สำนักมารอัคคีโลหิต... และคนที่ฆ่าล้างตระกูลไป๋เมื่อสิบปีก่อน ก็ไม่ใช่คนของสำนักมารอย่างที่เจ้าเข้าใจ!"
คำพูดประโยคเดียวดายราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของไป๋หลาง ร่างของบุรุษหนุ่มสะท้านเฮือก นัยน์ตาเบิกกว้างขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ความทรงจำอันเจ็บปวดและเป้าหมายทั้งหมดที่เขายึดถือมาตลอดชีวิตกำลังจะพังทลายลงในประโยคเดียว!
---
ขอขอบคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถียุทธภพอันเชี่ยวกรากนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
**- พยัคฆ์ขาวคำราม -**
กระบี่เยือกเย็นเหนือฟ้า สยบปฐพีพันลี้•ตอนที่ 1
เงาพยัคฆ์กลางสายฝนเลือด
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เยือกเย็นเหนือฟ้า สยบปฐพีพันลี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!