"ความจริงก็เหมือนซากศพครับ สารวัตร... ยิ่งฝังลึกเท่าไหร่ กลิ่นเน่าเฟะยิ่งโชยแรงขึ้นเท่านั้น"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบของรินทร์ดังขึ้นในความมืดของห้องสืบสวนเก่า ที่มีเพียงแสงไฟจากจอคอมพิวเตอร์สาดกระทบใบหน้าคมคาย แววตาของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แม้ว่าเบื้องหน้าในรัศมีสิบเมตรนี้ จะปรากฏเงาร่างของ "สารวัตรใหญ่การุณย์" นายตำรวจผู้ทรงอิทธิพลที่ควรจะเกษียณราชการและเก็บตัวเงียบอยู่ในคฤหาสน์หรู ทว่าเวลานี้ เขากลับยืนตระหง่านอยู่ตรงประตู พร้อมด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
[ ติ๊ง! ตรวจพบผู้มาเยือนระดับ SSS ในรัศมี 10 เมตร... บอสลับจากอดีต: "สารวัตรใหญ่การุณย์" ปรากฏตัว ]
[ ระบบภารกิจเสริมฉุกเฉิน: เผชิญหน้าความจริง หรือ ดับสูญไปพร้อมกับความลับที่ถูกฝังกลบ ]
เสียงแจ้งเตือนในหัวของรินทร์ดังขึ้นซ้ำๆ ย้ำเตือนถึงสถานการณ์อันตรายระดับวิกฤต แต่สมองส่วนตรรกะของเขากลับทำงานด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าเดิม ทุกชิ้นส่วนของคดีฆาตกรรมอำพรางเมื่อสิบปีก่อนถูกดึงขึ้นมาประติดประต่อในหัวอย่างเป็นระบบ นี่ไม่ใช่การบังเอิญมา
นี่คือ "กับดัก" ที่เขาจงใจกางไว้... และสารวัตรใหญ่การุณย์ก็ก้าวเข้ามาติดบ่วงอย่างงดงาม
"เธอช่างกล้ามากนะ รินทร์..." การุณย์ก้าวเท้าช้าๆ เข้ามา เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบ "คิดว่าแค่ใช้คดีกากๆ เป็นข้ออ้าง แล้วล่อฉันออกมาจากเงาได้แล้วเธอจะชนะงั้นรอด? เด็กเมื่อวานซืนอย่างเธอ ไม่รู้หรอกว่าอำนาจที่แท้จริงมันหน้าตาเป็นยังไง"
สารวัตรเอยที่หลบอยู่หลังมุมเสาอีกด้าน เผลอกำปืนในมือแน่นจนข้อ นิ้วขาวซีด ดวงตาคมกริบฉายแววตื่นตะลึงระคนเคร่งเครียด เธอไม่คาดคิดเลยว่าเป้าหมายที่แท้จริงเบื้องหลังคดีนี้ จะเป็นนายตำรวจระดับสูงผู้กุมกุมความลับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไว้ครึ่งค่อนองค์กร การเผชิญหน้านี้เดิมพันด้วยชีวิต และไม่มีที่ว่างให้ความผิดพลาดแม้แต่น้อย
รินทร์ไม่ขยับเขยื้อน เขายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ สายตาคมปลาบมองตรงไปยังการุณย์ราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าชิ้นหนึ่งในตลาดมืด
"อำนาจเหรอครับ?" รินทร์หัวנסเสียงในลำคอเบาๆ "อำนาจที่ได้มาจากการเหยียบย่ำชีวิตคนอื่น เพื่อปกปิดความเน่าเฟะของตัวเอง มันก็เป็นแค่กระดาษทิชชูเปียกน้ำครับสารวัตร... โดนลมพัดหน่อยเดียวก็ยุ่ยสลายแล้ว"
การุณย์ชะงักฝีเท้า ใบหน้าบึ้งตึงขึ้นทันที ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ปากกล้าดีนี่... ถ้าอย่างนั้น แกก็คงเตรียมใจที่จะหายสาบสูญไปจากสารบบโลกนี้อีกคนแล้วสินะ"
สิ้นคำพูดนั้น การุณย์ก็ชักอาวุธปืนพกสีดำสนิทออกจากเอวอย่างรวดเร็ว ปลายกระบอกปืนเล็งตรงมาที่กลางหน้าอกของรินทร์ทันที ไม่มีลังเล ไม่มีคำเตือน มีเพียงเจตนาฆ่าที่แผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศในห้องเย็นยะเยือก
ทว่า รินทร์กลับยกยิ้มมุมปาก
"ท่านสารวัตรใหญ่ครับ... ก่อนจะเหนี่ยวไก ช่วยก้มลงมองที่พื้นรองเท้าของตัวเองหน่อยสิครับ"
การุณย์ขมวดคิ้วด้วยความฉุนเฉียว แต่สัญชาตญาณของนายตำรวจเก่าก็ทำให้เขากวาดสายตาลดลงมองที่พื้นตามสัญชาตญาณ และวินาทีนั้นเอง ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก
รอบๆ บริเวณที่การุณย์ยืนอยู่ มีสายไฟเส้นเล็กๆ สีดำพาดผ่านกลกลาย ลากยาวไปบรรจบกับแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่รินทร์ซ่อนไว้ใต้โต๊ะทำงานเก่า และที่สำคัญที่สุด... ไฟสถานะสีแดงดวงเล็กๆ กำลังกะพริบถี่ขึ้นเรื่อยๆ
"แก..." การุณย์เงยหน้าขึ้นมองด้วยความโกรธเกรี้ยว "นี่แกเล่นตลกอะไร!"
"ไม่ได้เล่นตลกครับ..." รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจและเด็ดเดี่ยว "นี่คือห้องสืบสวนที่ผมรีโนเวทใหม่ด้วยระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะ ทุกคำพูดทุกการสนทนาเมื่อครู่ รวมถึงหลักฐานชิ้นสำคัญที่สารวัตรเพิ่งจะยอมรับออกมาจากปากตัวเอง... ถูกบันทึกและอัปโหลดเข้าสู่คลาวด์เซิร์ฟเวอร์สำรองของกองปราบปรามแบบเรียลไทม์เรียบร้อยแล้วครับ"
การุณย์หน้าถอดสีทันที มือที่ถือปืนเริ่มสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ว่า ตนเองต่างหากที่เป็นฝ่ายเดินเข้าสู่กรงขังที่รินทร์เตรียมไว้ต้อนรับ
"แกคิดว่าหลักฐานพวกนั้นจะทำอะไรฉันได้งั้นรอด? ฉันสั่งคนทำลายมันได้ในพริบตาเดียว!" การุณย์คำรามเสียงต่ำอย่างเหลืออด
"ถ้าเป็นเมื่อก่อนอาจจะทำได้ครับ..." รินทร์ก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตาสีดำสนิทสะท้อนภาพของนายตำรวจใหญ่ผู้สิ้นท่า "แต่ระบบที่ผมใช้อยู่ตอนนี้ มันเชื่อมต่อกับเครือข่ายภาคประชาชน และสำนักข่าวอิสระทั่วประเทศ หากผมกดปุ่มยืนยันครั้งเดียว... ความจริงทั้งหมดที่ถูกฝังกลบมาสิบปี จะกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งที่ไม่มีใครหน้าไหนบนแผ่นดินนี้สามารถสั่งลบได้อีกต่อไป"
สารวัตรเอยที่แอบมองอยู่ถึงกับกลั้นหายใจ หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความทึ่ง ผู้ชายคนนี้... รินทร์ไม่ได้พึ่งพาแค่โชคช่วย เขาวางแผนทุกอย่างไว้อย่างแยบยลและรอบคอบจนน่ากลัว การใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อเพื่อให้บอสลับปรากฏตัวและหลุดปากสารภาพออกมา คือหมากตานี้ที่คมกริบที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาในชีวิตราชการ
การุณย์กัดฟันกรอด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความแค้น สติของเขาขาดผึง อารมณ์โกรธครอบงำจนลืมสิ้นทุกหลักการ "งั้นแกก็ตายซะเถอะไอ้สารเลว!"
*ปัง!*
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวทะลุความเงียบของค่ำคืน กระสุนเจาะทะลุกระจกและพุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็วสูง รินทร์เบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณอย่างเฉียดฉิว แรงลมจากวิถีกระสุนเฉียดแก้มซ้ายจนแสبيบ ร่างของเขาล้มกลิ้งไปหลบหลังโต๊ะเหล็กหนา
"รินทร์!" สารวัตรเอยตะโกนลั่นด้วยความตกใจ เธอไม่รอช้า ชักปืนประจำกายออกมาแล้วพุ่งตัวออกจากที่กำบัง เล็งไปที่การุณย์ทันที "วางอาวุธลงเดี๋ยวนี้! คุณหมดสิทธิ์แล้วสารวัตรใหญ่!"
การุณย์หันปากกระบอกปืนกลับมาหมายจะเหนี่ยวไสใส่สารวัตรเอย แต่ทว่า... จังหวะนั้นเอง ประตูเหล็กด้านหลังห้องกลับถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าของกองกำลังสนับสนุนนับสิบชีวิตที่กรูเข้ามาล้อมห้องไว้ทุกด้าน
"กองปราบปรามครับ! วางอาวุธลงแล้วยกมือขึ้นเหนือหัว!" เสียงตะโกนก้องกังวานของหัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟฉายแรงสูงนับสิบดวงที่สาดส่องตรงมาที่การุณย์จนแทบมองไม่เห็นทาง
การุณย์ยืนนิ่งค้าง ปืนในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นปูนเสียงดังสนั่น ความพ่ายแพ้แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความลับที่อุตส่าห์ปกปิดมานานแรมปี พังทลายลงในค่ำคืนนี้ด้วยน้ำมือของอดีตนายตำรวจนอกราชการคนเดียว
รินทร์ค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า สายตานิ่งสงบมองความพ่ายแพ้ตรงหน้าอย่างไม่รู้สึกยินดียินร้าย เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวอีกครั้งพร้อมกับหน้าต่างสีฟ้าใสที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
[ ติ๊ง! บรรลุเงื่อนไขภารกิจลับ: ลากคอผู้อยู่เบื้องหลังสำเร็จ ]
[ ได้รับแต้มประสบการณ์ +5,000 คะแนน ]
[ ปลดล็อกสิทธิ์เข้าถึงฐานข้อมูลระดับสูงสุด: "แฟ้มคดีศูนย์วิจัยมรณะ" ]
รินทร์กวาดสายตาอ่านข้อความบนหน้าจอระบบด้วยความสนใจ แต่แล้ว... หัวใจของเขาก็ต้องกระตุกวูบ เมื่อบรรทัดสุดท้ายของระบบกลับแสดงข้อความแจ้งเตือนแปลกประหลาดที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
[ คำเตือนจากระบบ: คดีที่คุณกำลังไข... เป็นเพียงเศษเสี้ยวของโครงการทดลองมนุษย์ที่ยังดำเนินอยู่ ]
[ ติ๊ง! ตรวจพบการเข้าถึงระบบจาก IP แอดเดรสที่ไม่รู้จัก... และเป้าหมายใหม่กำลังมุ่งหน้ามาที่คุณ ]
ประตูห้องสืบสวนที่เพิ่งสงบลง กลับถูกกระชากเปิดออกอีกครั้งด้วยแรงมหาศาล ร่างของชายปริศนาในชุดสูทสีดำสนิท สวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าครึ่งซีก ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงไว้ด้วยความตาย
และสิ่งที่ทำให้รินทร์ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจจนพูดไม่ออก... คือสร้อยคอรูปกางเขนสีเงินที่ห้อยอยู่บนคอของชายคนนั้น มันคือสัญลักษณ์เดียวกับของ "สารวัตรเอย"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมไขปริศนาไปด้วยกันเสมอนะครับ
ดีท็อกซ์คดีปริศนา: ระบบไขปมลับฉบับตัวตึง•ตอนที่ 7
จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีท็อกซ์คดีปริศนา: ระบบไขปมลับฉบับตัวตึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!