คาเฟ่ลับหลังม่านหมอก: สูตรขนมหวานเยียวยาใจเผ่าพันธุ์ต่างโลก•ตอนที่ 32

สวนแห่งมิตรภาพ

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
“ถ้าขยายอาณาเขตออกไปถึงแนวป่าทิศใต้ ดินแดนรกร้างตรงนั้นจะกลายเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่ไม่มีใครต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไปค่ะ” รินวางจอบในมือลง แววตาของเธอมุ่งมั่นขณะมองไปที่เซนอส ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่มีรอยแผลเป็นจางๆ บนใบหน้าเขานิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะใช้ปลายนิ้วหยาบกร้านปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม เขาไม่ได้ค้าน แต่แววตาที่เคยแข็งกร้าวราวกับแม่ทัพในสนามรบกลับอ่อนแสงลงเมื่อมองไปยังสวนเล็กๆ ที่เขาร่วมดูแลมาตลอดหลายเดือน “ที่นี่เคยเป็นสถานที่หลบภัยของคุณจากโลกภายนอกไม่ใช่หรือครับ... ริน” เขาใช้สรรพนามนั้นโดยไม่รู้ตัว รินชะงักไปเล็กน้อย เธอรู้ดีว่าคำว่า ‘หลบภัย’ นั้นหมายถึงอะไร ความสูญเสียในอดีตที่เคยกัดกินหัวใจเธอจนไม่อยากพบเจอใคร แต่ในวันนี้ กลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วบดที่อบอวลไปทั่วร้าน และรอยยิ้มของเด็กน้อยเผ่าภูตที่แวะเวียนมาขอขนมปัง มันได้กลายเป็นกรงขังที่อบอุ่นจนเธอไม่อยากหนีไปไหนอีกแล้ว “การหนีไปตลอดกาลไม่ใช่การเยียวยาหรอกค่ะ เซนอส” รินกล่าวพลางขยับถุงมือหนัง “ฉันอยากให้พื้นที่ตรงนี้เป็น ‘สวนแห่งมิตรภาพ’ ที่ไม่ว่าจะเป็นเผ่ามังกรที่ถูกเนรเทศหรือมนุษย์ที่หลงทาง ก็สามารถมานั่งจิบกาแฟดริปของฉันภายใต้ร่มเงาไม้เดียวกันได้ โดยไม่มีกำแพงชนชั้นมากั้น” เซนอสเงียบไปนาน ก่อนจะหยิบจอบขึ้นมาแล้วเริ่มขุดดินด้วยจังหวะที่มั่นคง “ถ้าคุณต้องการแบบนั้น... ผมก็จะถางที่ตรงนั้นให้ราบเรียบที่สุด เพื่อรอรับคนที่คุณอยากให้เขาได้มาเยือน” วันทั้งวันผ่านไปท่ามกลางเสียงหัวเราะและการทำงานหนัก รินใช้พลังเวทมนตร์แห่งพืชพรรณที่เธอซ่อนไว้มาตลอด ช่วยเร่งการเติบโตของกุหลาบสีครามและต้นไม้ให้ร่มเงา สวนสาธารณะแห่งใหม่ค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่าง มันไม่ใช่แค่สวน แต่เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นใหม่ เซนอสเดินมาหยุดข้างเธอ ในมือถือถาดขนมเค้กมะเดื่อที่รินเพิ่งอบเสร็จ กลิ่นหอมหวานปนขมจางๆ ของน้ำตาลไหม้ทำให้บรรยากาศตึงเครียดผ่อนคลายลง “คุณทำได้ดีมากค่ะ” รินกระซิบ พร้อมกับยื่นแก้วกาแฟที่ดริปอย่างประณีตให้เขา “ความขมของกาแฟช่วยให้ผมเห็นความหวานของชีวิตชัดขึ้น” เซนอสกล่าวพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “แต่คุณรู้ไหมริน... ยิ่งเราขยายสวนให้กว้างขึ้นเท่าไหร่ เส้นเขตแดนที่ปกป้องเราไว้ก็จะยิ่งบางลงเท่านั้น” รินไม่ได้ตอบ เธอเพียงแต่มองไปที่ทางเข้าสวนซึ่งเป็นไม้ระแนงที่ถูกประดับด้วยเถาวัลย์ ในขณะนั้นเอง เสียงกระดิ่งหน้าร้านที่ไม่ได้สั่นมาตลอดทั้งวันกลับดังขึ้นอย่างแผ่วเบาแต่ทรงพลัง ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วสวน เหล่าแมลงที่เคยส่งเสียงร้องพลันหยุดนิ่งราวกับโลกทั้งใบกำลังกลั้นหายใจ ร่างหนึ่งก้าวผ่านม่านหมอกเข้ามา ชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีดำสนิทที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด เขาสวมถุงมือหนังที่เปื้อนคราบเขม่าดินปืน และในมือถือม้วนกระดาษที่มีตราประทับสีแดงฉานของราชอาณาจักรที่ล่มสลายไปนานแล้ว “ในที่สุด... ข้าก็พบสถานที่ที่ ‘พระเจ้า’ ทรงทิ้งร่องรอยไว้เสียที” ชายคนนั้นกล่าวเสียงเย็นเยือกก่อนจะหันมาทางริน แววตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่สั่งสมมานานหลายศตวรรษ “คุณหนูริน... หรือควรเรียกชื่อจริงของเธอว่า ‘ผู้กุมกุญแจมิติต้องห้าม’ ดีล่ะ?” รินหน้าซีดเผือด แก้วกาแฟในมือสั่นไหวจนหยดน้ำสีเข้มร่วงลงบนพื้นหญ้า เซนอสก้าวมาบังหน้าเธอทันที มือขวาที่ไร้พลังเวทชักมีดพกออกมาอย่างรวดเร็ว แต่คนแปลกหน้ากลับหัวเราะเบาๆ ก่อนจะดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว สวนที่เพิ่งสร้างเสร็จด้วยความรักของพวกเขากลับเริ่มร่วงโรย กลีบดอกไม้กลายเป็นเถ้าถ่าน และหมอกหนาก็เริ่มกลืนกินทางออกทุกทิศทาง “ความสงบสุขจบลงแล้วครับริน” เซนอสพึมพำด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “เพราะคนที่ฉันกลัวที่สุด... ได้ตามรอยเท้าของผมมาถึงที่นี่แล้ว” เบเกอรี่มิติต่างโลกขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่แสนงดงามและเปราะบางนี้ไปกับรินและเซนอสนะคะ
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่ลับหลังม่านหมอก: สูตรขนมหวานเยียวยาใจเผ่าพันธุ์ต่างโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%