"ปล่อยมือซะ ถ้าไม่อยากให้แผลนั่นเน่าตายไปพร้อมกับความลับที่เธอกำลังถืออยู่"
เซนอสขยับร่างกำยำเข้าขวางหน้าริน มือหนาเอื้อมไปแตะด้ามดาบที่ข้างเอวโดยสัญชาตญาณ นัยน์ตาสีอเมทิสต์ของอดีตแม่ทัพมังกรวาวโรจน์ด้วยความระแวดระวัง เขาไม่ได้มองหญิงสาวแปลกหน้าว่าเป็นเหยื่อ แต่เป็นภัยพิบัติที่เดินเข้ามาถึงหน้าเคาน์เตอร์คาเฟ่
หญิงสาวคนนั้นไม่สะทกสะท้าน เธอยังคงยืนนิ่ง ท่ามกลางกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วกลางที่รินเพิ่งดริปเสร็จ กลิ่นของมันหอมอบอวลตัดกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งออกมาจากมือของเธอ เธอค่อยๆ แบมือที่สั่นเทาออก เมล็ดกาแฟเม็ดนั้นไม่ได้มีเพียงสีน้ำตาลเข้ม แต่มันเปล่งประกายแสงสีทองจางๆ ราวกับลมหายใจสุดท้ายของมังกรที่ถูกแช่แข็งไว้ในกาลเวลา
"เลือดของข้า... ไม่ใช่ของข้า" เสียงของเธอแหบพร่าเหมือนใบไม้แห้งที่ถูกขยี้ "แต่มันคือคำสัญญาที่เผ่าพันธุ์ของท่าน... ลืมเลือนไปนานแล้ว"
รินก้าวออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ เธอไม่ได้สนใจท่าทีข่มขวัญของเซนอส เธอวางเหยือกแก้วดริปกาแฟลงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเดินตรงไปหาหญิงสาวคนนั้น แววตาของรินไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความเห็นอกเห็นใจที่ทำให้เซนอสถึงกับชะงัก
"มาเถอะค่ะ" รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราวกับเสียงเพลง "ไม่ว่าจะเป็นคำสัญญาหรือคำสาป แต่ตอนนี้บาดแผลของเธอสำคัญกว่า เซนอสคะ ช่วยเก็บดาบนั่นก่อนเถอะค่ะ กลิ่นเหล็กมันทำให้กาแฟเสียรสชาตินะคะ"
เซนอสลดมือลงอย่างลังเล เขาขมวดคิ้วแน่น ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างแล่นผ่านใจเมื่อเห็นแสงสีทองจากเมล็ดกาแฟนั่น แต่มันเจ็บปวดเกินกว่าจะยอมรับ มันคือสัญลักษณ์ของราชวงศ์มังกรที่เขาเคยสาบานว่าจะปกป้องด้วยชีวิต แต่กลับปล่อยให้มันล่มสลายไปในสงครามที่ไม่มีวันจบสิ้น
ภายในร้านที่เคยเป็นมุมพักผ่อนแสนสงบ บรรยากาศกลับตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก รินประคองหญิงสาวให้นั่งลงบนเก้าอี้ไม้โอ๊กตัวโปรด เธอหยิบกล่องปฐมพยาบาลและผ้ารองซับสะอาดออกมา หญิงสาวลึกลับคนนั้นมองรินด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะปล่อยให้รินล้างเลือดออกจากมืออย่างเชื่องช้า
"ทำไมถึงช่วย" หญิงสาวถามขึ้นหลังจากเงียบไปนาน
"เพราะขนมหวานและกาแฟที่นี่ มีไว้เยียวยาใจ ไม่ใช่ตัดสินว่าใครถูกหรือผิดค่ะ" รินตอบพลางบรรจงพันผ้าพันแผลอย่างประณีต "ถ้าเธอแบกความแค้นมานานพอแล้ว บางทีการได้ดื่มด่ำกับอะไรสักอย่างที่ไม่มีพิษมีภัย อาจจะทำให้เธอเห็นทางออกที่ชัดเจนขึ้นนะคะ"
เซนอสยืนกอดอกอยู่ไม่ห่าง เขาจ้องมองเมล็ดกาแฟสีทองที่วางอยู่บนโต๊ะราวกับของต้องห้าม "นั่นคือเมล็ดกาแฟ 'เอเทอร์เรีย' ที่สาบสูญไปพร้อมกับวิหารมังกรชั้นใน... เจ้ารู้ไหมว่าการถือครองสิ่งนี้มีความหมายว่าอย่างไร?"
หญิงสาวเงยหน้าขึ้น สบตากับเซนอส "ข้ารู้ดีกว่าใคร ท่านแม่ทัพผู้ละทิ้งบัลลังก์ เมล็ดกาแฟนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อดื่ม แต่มันคือตราประทับแห่งสนธิสัญญาที่ยังหลงเหลืออยู่ หากเราไม่เริ่มพูดคุยกันในวันนี้ ทุกอย่างที่เรารัก... จะกลายเป็นเถ้าถ่านในไม่ช้า"
คำว่า 'ท่านแม่ทัพ' ทำให้เซนอสชะงักไปครู่หนึ่ง บรรยากาศรอบตัวเขาที่เคยเย็นชาและแข็งกร้าวดูจะอ่อนลง รินสังเกตเห็นถึงความสั่นไหวในดวงตาของทั้งคู่ เธอจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดที่สุด
รินหยิบเครื่องบดมือหมุนออกมา บดเมล็ดกาแฟสีทองนั้นด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ เสียงกรีดร้องของเมล็ดกาแฟที่ถูกบดดูแผ่วเบาและงดงาม ราวกับเสียงดนตรีจากอดีตที่ค่อยๆ หวนกลับคืนมา กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วร้าน—มันไม่ใช่กลิ่นกาแฟธรรมดา แต่เป็นกลิ่นหอมของความทรงจำ กลิ่นของสายฝนบนยอดเขามังกร และกลิ่นของความหวังที่เคยมอดดับไปนานปี
"ดื่มสิคะ" รินวางถ้วยกาแฟสองใบตรงหน้าคนทั้งสอง "ไม่ต้องพูดถึงสงคราม ไม่ต้องพูดถึงอดีต ให้รสชาติของมันนำทางพวกคุณเอง"
เซนอสรับถ้วยกาแฟขึ้นจิบ ขณะที่หญิงสาวคนนั้นประคองถ้วยด้วยมือที่บาดเจ็บ ทันทีที่ของเหลวสีทองอุ่นๆ ไหลผ่านลำคอ แววตาของทั้งคู่ก็เปลี่ยนไป ความแข็งกร้าวที่เคยเป็นกำแพงกั้นกลางถูกละลายด้วยความอบอุ่นของเครื่องดื่มที่รินกลั่นกรองออกมาจากความปรารถนาดี
"ข้า... ไม่ได้ตั้งใจจะทำลายทุกอย่าง" เซนอสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "ข้าแค่คิดว่าถ้าพลังหายไป ความขัดแย้งก็จะจบลง"
"ท่านคิดผิด" หญิงสาวตอบเบาๆ "ความขัดแย้งไม่ได้อยู่ที่พลัง แต่อยู่ที่ความกลัวที่จะสูญเสียตัวตนของตัวเองไป เมื่อท่านละทิ้งหน้าที่ ท่านก็ทิ้งร่องรอยของพวกเราไปด้วย ข้าตามหาท่านมานาน เพื่อจะบอกว่า... สภามังกรไม่ได้ต้องการท่านในฐานะอาวุธ แต่ต้องการท่านในฐานะผู้ไกล่เกลี่ย"
เหล่าคู่ขัดแย้งที่เคยจ้องจะฆ่าฟันกัน กลับนั่งเผชิญหน้ากันด้วยความโอนอ่อน ทั้งสองวางอาวุธและภาระในใจลงบนโต๊ะไม้ตัวเดิม รินยืนมองอยู่ไม่ไกลด้วยรอยยิ้มบางๆ เธอรู้ดีว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในมิตินี้
ทว่า ทันใดนั้น ความเงียบสงบภายในร้านก็ถูกทำลายลง เสียงกระดิ่งที่ประตูหน้าร้านไม่ได้ดังขึ้นเหมือนทุกที แต่มันกลับแตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย พร้อมกับไอเย็นยะเยือกที่พัดกรูเข้ามาในร้านจนแก้วกาแฟบนโต๊ะสั่นระริก
เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นประตูเข้ามา ไม่ใช่ลูกค้า ไม่ใช่นักเดินทาง แต่เป็นชายในชุดคลุมสีดำสนิทที่รินจำได้แม่น... เขาคือคนที่เคยทิ้งรอยแผลเป็นไว้ในใจของเธอเมื่อครั้งอดีตที่เธอพยายามลบเลือน
"หาเจอตัวแล้วนะ... เชฟผู้น่าสงสาร"
ชายผู้นั้นขยับยิ้มที่ทำให้หัวใจของรินหยุดเต้น พร้อมกับวางนาฬิกาทรายที่ทรายข้างในไหลย้อนกลับขึ้นไปด้านบนลงบนโต๊ะของเธอ กาลเวลาในคาเฟ่ลับแห่งนี้หยุดนิ่งลงทันที และความลับที่รินพยายามซ่อนไว้ภายใต้กลิ่นหอมของเบเกอรี่ก็กำลังจะถูกเปิดเผยต่อหน้าทุกคนในที่แห่งนี้
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเหล่าตัวละครของเบเกอรี่มิติต่างโลกนะคะ แล้วพบกันในบทถัดไปค่ะ
คาเฟ่ลับหลังม่านหมอก: สูตรขนมหวานเยียวยาใจเผ่าพันธุ์ต่างโลก•ตอนที่ 30
จุดเปลี่ยนของหัวใจ
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่ลับหลังม่านหมอก: สูตรขนมหวานเยียวยาใจเผ่าพันธุ์ต่างโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!