เสียงยางรถยนต์บดขยี้กับพื้นถนนยางมะตอยดังสนั่นหวั่นไหว จนเกิดเป็นควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นไหม้ของเนื้อยางที่เสียดสีอย่างรุนแรง ในตรอกแคบ ๆ ย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยสายไฟระโยงระยางและตึกแถวโบราณ รินรดากำลังวิ่งสุดกำลัง เท้าภายใต้รองเท้าผ้าใบทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต อะดรีนาลีนในร่างกายหลั่ง
พล่านจนหัวใจเต้นโครมครามอยู่ในอก เสียงหอบหายใจถี่กระชั้นผสานไปกับเสียงฝีเท้าของเป้าหมายที่อยู่เบื้องหน้าเพียงไม่กี่เมตร
ฆาตกรสวมฮู้ดสีดำที่พวกเขากำลังไล่ล่ามีความคล่องตัวสูงอย่างเหลือเชื่อ มันกระโดดข้ามลังไม้ลังสุดท้ายเพื่อมุ่งหน้าสู่ถนนใหญ่ที่มีการจราจรหนาแน่น ท่ามกลางแสงไฟนีออนจากป้ายร้านค้าที่สาดส่องลงมาสะท้อนละอองฝนปรอย ๆ ที่เพิ่งโปรยปลงมาเมื่อครู่
"มันกำลังจะหนีไปทางแยกด้านหน้าแล้วครับคุณริน! ระวังมุมอับตึกทางซ้ายด้วย!"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของหมวดศิลาตะโกนแทรกเสียงลมตีผ่านหูมา นายตำรวจหนุ่มวิ่งตามประกบมาทางด้านขวา ระยะห่างระหว่างพวกเขากับคนร้ายถูกบีบให้แคบลงเรื่อย ๆ แต่สถานการณ์ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด เมื่อคนร้ายควักวัตถุโลหะสีดำเงางามออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต ปลายกระบอกปืนหันกลับมาด้านหลังอย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเล
ปัง!
กระสุนปืนนัดแรกเจาะทะลุกำแพงปูนของตึกแถวใกล้ ๆ จนเศษปูนแตกกระจาย รินรดารีบพุ่งตัวหลบเข้าไปหลังเสาไฟฟ้าริมทางตามสัญชาตญาณ ดวงตากลมโตฉายแววความเด็ดเดี่ยว เธอนิ่งสงบแม้หัวใจจะเต้นแรง สมองส่วนหน้าทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อคำนวณวิถีวิถีกระสุนและแรงสะท้อน หากวิเคราะห์จากพฤติกรรมการยิงแบบสาดกระสุนปืนอย่างไร้ทิศทางเมื่อครู่ แสดงว่าคนร้ายกำลังตื่นตระหนกและเหลือกระสุนในแมกกาซีนไม่มากนัก
"หมวดศิลาครับ มันเหลือกระสุนอีกไม่เกินสามนัด วิถีการวิ่งของมันเริ่มเอียงน้ำหนักไปทางขาซ้าย... มันบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในโกดังร้างเมื่อวานนี้!" รินรดาตะโกนบอกคู่หูพร้อมกับพุ่งตัวออกจากที่กำบังเมื่อเสียงปืนเงียบลง
หมวดศิลาพยักหน้ารับ แววตาคมกริบอ่านเกมขาดในเสี้ยววินาที "เยี่ยมมากครับคุณริน งั้นเรามาบีบพื้นที่มันให้อยู่ในมุมอับกันเถอะ"
การไล่ล่าดำเนินต่อด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ ทั้งสองฝ่ายต่างงัดทักษะและความอึดออกมาใช้อย่างเต็มที่ รินรดาใช้ความได้เปรียบเรื่องความรู้ทางกายภาพและโครงสร้างสถาปัตยกรรมของย่านนี้ เธอจำแผนผังเมืองเก่าที่เคยศึกษาในแฟ้มคดีได้ขึ้นใจ ขณะที่หมวดศิลาใช้ประสบการณ์ภาคสนามคอยดักทางหนีทีไล่ จนกระทั่งพวกเขาสามารถต้อนคนร้ายให้จนมุมเข้าไปในลานจอดรถร้างที่ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงชัน
เป้าหมายหยุดชะงัก หันหลังกลับมาเผชิญหน้าพร้อมกับใช้แขนซ้ายกอดร่างของตัวประกันหญิงคนหนึ่งเอาไว้ ปลายกระบอกปืนจ่ออยู่ที่ขมับของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย เนื้อตัวของคนร้ายสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัว ลมหายใจหอบกระชั้น หน้ากากฮู้ดถูกปัดหลุด เผยให้เห็นใบหน้าซูบผอมและดวงตาแดงก่ำที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
"หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ! ไม่งั้นอีellentนี่ตายแน่!" คนร้ายตะโกนเสียงGสั่นเครือ น้ำลายกระเซ็นจากริมฝีปากที่แห้งผาก
รินรดาชะลอฝีเท้าลงอย่างระมัดระวัง เธอยกมือทั้งสองข้างขึ้นระดับอกเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่สายตาคมกริบกลับกวาดมองสำรวจทุกรายละเอียดรอบตัว ตั้งแต่องศาการยืนของคนร้าย น้ำหนักที่ทิ้งลงบนขาขวา มือที่สั่นเทาบนไกปืน ไปจนถึงสภาพจิตใจที่ใกล้ระเบิดเต็มที
นี่คือเกมจิตวิทยาที่เดิมพันด้วยชีวิต... เธอรู้ว่าการเจรจาในตอนนี้ต้องใช้ความนิ่งและความเข้าใจในแรงจูงใจของอาชญากร
"ใจเย็น ๆ ก่อนครับ คุณกำลังทำให้เรื่องมันแย่ลงนะ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่มั่นคง เป็นโทนเสียงที่ผ่านการฝึกฝนเพื่อลดความตื่นตระหนกของผู้ป่วยและผู้ต้องสงสัย "ผมรู้ว่าคุณเหนื่อย และผมก็รู้ว่าหลักฐานทั้งหมดในแฟ้มคดีไม่ได้ชี้ว่าคุณทำคนเดียว... ทำไมคุณถึงต้องยอมเป็นแพะรับบาปให้ไอ้คนบงการตัวจริงด้วยล่ะครับ?"
คำพูดนั้นราวกับมีพลังบางอย่างพุ่งเข้ากลางใจของคนร้าย ดวงตาที่ขุ่นมัวเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย มือที่ถือปืนสั่นเทารุนแรงกว่าเดิม
"แก... แกรู้อะไรวะ!" คนร้ายตวาดลั่น "พวกมันขู่ฆ่าครอบครัวฉัน! ถ้าฉันไม่ทำ ฉันก็ไม่เหลือใคร!"
"ผมเข้าใจครับ ความกลัวมันน่ากลัวที่สุด..." รินรดาก้าวเท้าเข้าไปช้า ๆ ทีละนิด สายตาจดจ้องที่ดวงตาของอีกฝ่ายเพื่อสร้างความไว้วางใจ "แต่ถ้าคุณลั่นไกตอนนี้ ชีวิตของคุณจะจบลงทันที และครอบครัวที่คุณพยายามปกป้อง... จะไม่มีวันปลอดภัยจากเงื้อมมือของมันอีกเลย ปล่อยตัวประกันเถอะครับ แล้วให้กฎหมายคุ้มครองพวกเขาร่วมกับเรา"
ในจังหวะที่คนร้ายกำลังลังเลและหันเหความสนใจไปที่รินรดา ดวงตาสีเข้มของหมวดศิลาก็ส่งสัญญาณลับที่พวกเขานัดแนะกันไว้ นายตำรวจหนุ่มอาศัยจังหวะเสี้ยววินาทีที่คนร้ายเผลอ พุ่งทะยานเข้าไปราวกับเสือชีตาร์ มือหนาปัดกระบอกปืนเบี่ยงออกด้านข้างได้อย่างเฉียดฉิว ก่อนจะกระแทกหมัดเข้าที่ข้อมือของคนร้ายจนปืนหลุดร่วงลงพื้นเสียงดังสนั่น
การตะลุมบอนระยะประชิดเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา ก่อนที่หมวดศิลาจะกดร่างของคนร้ายลงกับพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบได้อย่างแน่นหนา พร้อมกับใส่กุญแจมือล็อกตัวไว้อย่างรวดเร็ว
รินรดาผ่อนลมหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก เธ้ารีบเข้าไปประคองตัวประกันให้ลุกขึ้นยืนอย่างปลอดภัย พร้อมทั้งกล่าวปลอบโยนด้วยความห่วงใย ก่อนจะหันกลับมามองผลงานชิ้นโบแดงของคดีนี้
ภารกิจภาคสนามสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ความร่วมมือระหว่างนิติวิทยาศาสตร์และตำรวจสายลุยพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่มีปริศนาใดที่ไร้ทางออก
ทว่า... ในขณะที่รินรดากำลังก้มลงเก็บหลักฐานชิ้นสำคัญที่หล่นอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าของคนร้าย จู่ ๆ หน้าจอดื้อด้านที่ควรจะดับสนิทกลับสว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีการโทรเข้า
ข้อความแจ้งเตือนป๊อปอัพสีแดงฉานปรากฏขึ้นบนหน้าจอ พร้อมกับเสียงสั่นเตือนสั้น ๆ ที่ทำเอาบรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงทันตาเห็น
ข้อความบนหน้าจอระบุเพียงสั้น ๆ ว่า:
*[ ยินดีด้วยที่ผ่านด่านทดสอบบทที่ 14... รินรดา ผู้สังเกตการณ์หมายเลข 01 ]*
*[ ตรวจพบการซิงค์ข้อมูลระยะไกลจากเซิร์ฟเวอร์นิรนาม: กำลังเริ่มต้นกระบวนการ "ลบข้อมูลทั้งหมด" ในอีก 3... 2... 1... ]*
ติ๊ด! หน้าจอดับลงพร้อมกับควันบาง ๆ ที่ลอยขึ้นมาจากช่องใส่ซิมการ์ด บ่งบอกว่าฮาร์ดแวร์ภายในถูกทำลายด้วยระบบทำลายตัวเองทางไกลอย่างสมบูรณ์แบบ
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อตระหนักได้ทันทีว่า... พวกเขาไม่ได้กำลังไล่ล่าฆาตกรธรรมดา แต่กำลังถูก "ใครบางคน" จับตามองและควบคุมทุกฝีก้าวมาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มต้น!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและลุ้นระทึกไปกับรินรดาและหมวดศิลานะครับ
นิติวิทยาศาสตร์หัวใจกับคดีที่เหลือทิ้งไว้•ตอนที่ 14
เกมไล่ล่ากลางเมืองหลวง
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์หัวใจกับคดีที่เหลือทิ้งไว้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!