"หลบไป!"
เสียงตวาดของลินดังขึ้นพร้อมกับประกายแสงสีฟ้าครามที่ระเบิดออกจากปลายนิ้วเรียว แรงปะทะจากเวทมนตร์อัดกระแทกเข้ากับกรงเล็บแห่งความมืดที่พุ่งทะยานออกมาจากหลุมดำกลางห้องโถง เสียงคำรามกึกก้องสะท้อนไปทั่วผนังหินศิลาโบราณ เศษซากอณูข้อมูลดิจิทัลสีแดงฉานโปรยปรายราวกับหิมะในฤดูหนาวที่ถูกย้อมด้วยเลือด ไคไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว ร่างกายขยับไปตามสัญชาตญาณ สถาปนิกหนุ่มพุ่งตัวสไลด์ไปกับพื้นศิลาเย็นเฉียบ มือขวาคว້າแกนพลังงานเวทมนตร์ที่เพิ่งประกอบเสร็จขึ้นมาตั้งค่าพิกัดฉุกเฉิน
เบื้องหน้าของพวกเขา ร่างเงาสีดำสนิทที่ก้าวข้ามมิติมาไม่ได้มีรูปร่างเป็นสัตว์ประหลาดทั่วไป แต่มันคือ "อวตารแห่งความผิดพลาดของระบบ" หรือที่ในตำนานวงในเรียกว่า *เดتاลีส (Detalis)* เงามืดที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์สวมชุดคลุมขาดวิ่น ดวงตาสสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมองมายังพวกเขาราวกับจะกลืนกินวิญญาณ
"ไค! ข้อมูลความหนาแน่นของรอยแยกมันเกินขีดจำกัดเซิร์ฟเวอร์หลักไปสามร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วนะคะ!" ลินตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานที่กระพริบวาบเต็มจออินเทอร์เฟซในหัว เธอสะบัดมือเรียกคัมภีร์โบราณออกมาปกป้องเบื้องหน้า ขณะที่เหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าสวย
"ผมรู้แล้วครับ... เอ้ย ไม่ใช่ ผมเห็นแล้ว!" ไคกัดฟันกรอด นิ้วมือรัวพิมพ์คำสั่งลงบนแผงควบคุมโฮโลแกรมกลางอากาศด้วยความเร็วสูง สมองอัจฉริยะประมวลผลโครงสร้างสถาปัตยกรรมของห้องโถงนี้อย่างรวดเร็ว "ถ้าเราสู้กับมันตรงๆ มีแต่ตายกับตาย ระบบป้องกันของดันเจี้ยนกำลังถูกมันกลืนกิน เราต้องใช้ 'ทางหนี' ที่ผมเพิ่งสำรวจเจอเมื่อกัปก่อน!"
รอยแยกมิติกรีดเสียงกรีดร้องแหลมสูง เงาดำพุ่งเข้ามาหาพวกเขาอีกครั้งด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิม ลินหมุนตัววาดวงแหวนเวทมนตร์ป้องกันระดับสูง เกิดเป็นม่านพลังงานรูปทรงโดมสีทองประกาย แต่รอยร้าวบนม่านพลังนั้นปรากฏขึ้นทันทีที่กรงเล็บแหลมคมสัมผัส แสดงให้เห็นถึงพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว
"ทางไหนคะ ไค!" ลินเอ่ยถาม น้ำเสียงแม้จะยังคงความเยือกเย็นตามแบบฉบับของอดีตผู้ดูแลระบบ แต่แววตากกลับฉายแววตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด
"ทางนี้!"
ไคไม่รอช้า เขาซัดระเบิดควันเวทมนตร์ที่ผสมผสานแร่ธาตุเรืองแสงลงบนพื้น แรงระเบิดสร้างกลุ่มควันหนาทึบสีครามบังทัศนียภาพทั้งหมด มือซ้ายคว้าข้อมือเรียวของอาจารย์สาวแล้วออกแรงดึงให้วิ่งตามไปอย่างไม่คิดชีวิต พวกเขากลิ้งหลบผ่านเสาหินสลักลวดลายโบราณที่บิดเบี้ยว ก่อนที่ไคจะใช้ประแจเวทมนตร์กระแทกเข้ากับกลไกที่ซ่อนอยู่หลังรูปปั้นสิงโตศิลา
*คลิก! คร---ครกด!*
พื้นศิลาเบื้องล่างยุบตัวลงเกิดเป็นทางลาดชันสู่ความมืดมิด ไคและลินพากันไถลลงไปตามอุโมงค์ใต้ดินที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของละอองเวทมนตร์โบราณ ก่อนที่ปากอุโมงค์จะปิดสนิทลงตามกลไกอัตโนมัติ เสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดของเงาดำเหนือเพดานดังตามมาอู้อี้ๆ แต่ไม่สามารถทะลวงผ่านชั้นหินหนาลงมาได้
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ที่สะท้อนไปตามผนังอุโมงค์ชื้นแฉะ
"...คุณรอดตัวไปได้อย่างฉิวเฉียดอีกแล้วนะคะ สถาปนิก" ลินปัดฝุ่นตามอาภรณ์ของตนเองด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย แต่แววตาที่มองไคกลับเจือรอยชื่นชมอย่างปิดไม่มิด เธอยกมือขึ้นทัดผมที่ชื้นเหงื่อเข้ากับใบหู "ถ้าคุณคำนวณจังหวะช้าไปแม้แต่วินาทีเดียว เราคงกลายเป็นข้อมูลขยะในระบบไปแล้ว"
"ผมไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นหรอกครับ" ไคยิ้มบางๆ แม้เนื้อตัวจะมอมแมมไปด้วยเขม่าควัน "อีกอย่าง ผมไม่อยากให้อาจารย์ต้องมาบาดเจ็บเพราะความสะินของระบบที่ตัวเองเคยดูแลหรอกนะ"
ลินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ใบเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ ในความมืด เธอกระแอมเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่า "...อย่ามาปากหวานในเวลาแบบนี้นะคะ ไค สิ่งที่เราเพิ่งเจอเมื่อครู่มันไม่ใช่บั๊กธรรมดา แต่มันคือสัญญาณเตือน... ความผิดปกติของเกมนี้กำลังลุกลามเกินกว่าขอบเขตที่เราจะแก้ไขได้จากที่นี่แล้ว"
ไคพยักหน้ารับ รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปแทนที่ด้วยความจริงจัง เขานั่งลงบนแท่นหินผุพัง หยิบแผนที่โฮโลแกรมสามมิติขึ้นมาฉายแสงสว่างสีฟ้าอ่อนเพื่อสำรวจเส้นทางต่อจากนี้ แผนที่ในมือของเขามีรอยต่อและพื้นที่สีแดงเข้มขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจุดศูนย์กลางของความวิបریتนี้ไม่ได้อยู่ในเมืองหลวงหรือดันเจี้ยนทั่วไป แต่มันพาดผ่านเขตแดนที่ผู้เล่นทุกคนต่างขนานนามว่า **'ทวีปต้องห้าม'**
"ต้นตอของเรื่องทั้งหมดอยู่ที่นั่นสินะครับ" ไคพึมพำ ดวงตาคมกริบจดจ้องไปยังพิกัดสีดำสนิทบนแผนที่
"ใช่ค่ะ" ลินก้าวเข้าไปใกล้ นั่งยองๆ ลงข้างๆ เพื่อร่วมวิเคราะห์ข้อมูล "ทวีปต้องห้าม หรือที่ในระบบบันทึกไว้ว่า *'โซนศูนย์' (Sector Zero)* เป็นดินแดนที่ถูกปิดตายตั้งแต่เปิดให้บริการเกมเวอร์ชันแรก ไม่มีผู้เล่นคนไหนเคยเข้าไปถึง และไม่มีข้อมูลถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลปัจจุบัน... พูดง่ายๆ คือ มันคือพื้นที่นอกเหนือการควบคุมอย่างแท้จริง"
"ฟังดูน่าสนุกดีออกนี่ครับ" ไคหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ปิดแผนที่โฮโลแกรมลงแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พร้อมกับยื่นมือข้างหนึ่งออกไปเบื้องหน้าเพื่อพยุงอาจารย์สาว "การสร้างสิ่งก่อสร้างบนพื้นที่ที่ไม่มีใครเคยไป... ในฐานะสถาปนิกแล้ว มันคือความท้าทายสูงสุดเลยไม่ใช่หรือไงครับ?"
ลินมองมือที่ยื่นมาตรงหน้า เธอยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะวางมือเรียวลงบนฝ่ามืออุ่นของชายหนุ่ม แรงบีบกระชับเบาๆ เป็นการยืนยันถึงความไว้วางใจที่พวกเขามีให้แก่กันผ่านการร่วมเป็นร่วมตายมาหลายครั้ง
"ถ้าคุณยืนยันขนาดนั้น ฉันในฐานะอดีตผู้ดูแลระบบ... ก็คงต้องตามไปดูให้เห็นกับตาว่าใครกันแน่ที่กล้าเข้ามาปั่นป่วนโลกที่ฉันเคยสร้างขึ้นมา" ลินกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นคง
ทั้งคู่ตกลงเดินทางไกลร่วมกันเพื่อมุ่งหน้าสู่เขตแดนอันตรายที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลก VRMMO แห่งนี้ การเดินทางไม่ได้เป็นเพียงแค่การไขปริศนาความผิดปกติของเกม แต่เป็นการก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างโลกแห่งความจริงและโลกเสมือนจริงที่กำลังจะเปลี่ยนชะตากรรมของพวกเขาทั้งคู่ไปตลอดกาล
เมื่อเดินลึกเข้าไปตามอุโมงค์จนกระทั่งทะลุออกสู่แสงสว่างเบื้องปลาย สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือทัศนียภาพอันกว้างใหญ่ไพศาลของทุ่งหญ้าสีครามที่ทอดยาวไปจนถึงขอบฟ้า ทว่าเหนือท้องฟ้าอันไกลโพ้นนั้น กลับไม่มีดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ มีเพียงกลุ่มก้อนเมฆสีดำทมิฬที่หมุนวนเป็นรูปตาข่ายขนาดมหึมา และที่ใจกลางขอบฟ้าเบื้องหน้า มีเสาแสงสีขาวบริสุทธิ์พุ่งทะยานเสียดฟ้า เป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกใบนี้กับบางสิ่งที่อยู่นอกเหนือจินตนาการ
ไคสูดหายใจเข้าลึกเพื่อรับเอาอากาศบริสุทธิ์ของภายนอก แต่ทันใดนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบหายไปนานก็ดังขึ้นอีกครั้งในโสตประสาทของเขาทั้งสองคน พร้อมกับหน้าต่างสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศโดยไม่มีปุ่มปิด
[แจ้งเตือนระบบระดับความรุนแรงสูงสุด: ตรวจพบผู้เล่นเข้าสู่เขตแดน 'ทวีปต้องห้าม']
[เงื่อนไขภารกิจลับระดับ SSS: 'ผู้บุกเบิกแห่งจุดจบ' ถูกปลดล็อกโดยอัตโนมัติ]
[คำเตือน: นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป บัญชีผู้เล่นของคุณถูกผูกติดกับเขตแดนเด็ดขาด หากเสียชีวิตในพื้นที่นี้ ข้อมูลตัวละครทั้งหมดจะถูกลบถาวรอย่างไร้เงื่อนไข...]
และก่อนที่พวกเขาจะได้ทันตั้งตัว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังสะท้อนมาจากความมืดเบื้องหลังพุ่มไม้สีคราม พร้อมกับเงาร่างนับไม่ถ้วนที่ก้าวออกมาจากหมอกควัน—พวกมันคือสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ที่มีรูปร่างครึ่งจักรกลครึ่งสัตว์อสูรโบราณ และที่น่าตกใจที่สุดคือ ดวงตาทุกคู่ของพวกมันกำลังจ้องมองตรงมาที่ไคและลิน พร้อมกับส่งเสียงประสานกันเป็นคำพูดที่มนุษย์ไม่อาจเข้าใจ แต่กลับดังก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณ
*"...ยินดีต้อนรับกลับบ้าน ผู้สร้างตัวปลอม..."*
----------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับไคและลินนะคะ!
สถาปนิกวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้ปลดล็อกดันเจี้ยนลับ•ตอนที่ 10
ก้าวแรกสู่ทวีปต้องห้าม
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้ปลดล็อกดันเจี้ยนลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!