ไผ่อุ่นในสายหมอก•ตอนที่ 31

สัญญาใจ

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
เสียงเคาะกระจกสามครั้งติดต่อกันในยามวิกาล ดังก้องราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางความเงียบงันในร้านไม้หลังเล็กของริน "ริน... เปิดประตูให้ฉันหน่อย" เสียงแหบพร่าที่ลอดผ่านกระจกฝ้าเข้ามา ไม่ได้ทำให้หัวใจของรินตื่นตัวจากความตกใจเท่ากับสำเนียงและน้ำเสียงที่คุ้นเคยจนฝังรากลึกในความทรงจำ... เสียงของอดีตคนรัก ผู้เป็นต้นเหตุรอยแผลเป็นที่ทำให้รินเลือกจะปิดตายประตูหัวใจ และขังตัวเองไว้ในโลกใบเล็กที่มีเพียงกลิ่นไอน้ำมันสนและเศษขี้เลื่อยมาเนิ่นนาน รินสะดุ้งสุดตัว ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาของพฤกษ์ที่เพิ่งกุมไว้เมื่อครู่คล้ายถูกสายลมหนาวพัดหายไปในพริบตา ร่างบางถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามขมับ ลมหายใจติดขัดจนหน้าอกไหวสะท้อนรุนแรง ภาพความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีตไหลย้อนกลับมาซัดกระหน่ำราวกับพายุร้ายที่กำลังโหมกระหน่ำซ้ำเติมรอยแผลเก่าให้ฉีกขาดอีกครั้ง พฤกษ์ขมวดคิ้วแน่น แววตาอบอุ่นที่มักจะมองรินด้วยความอ่อนโยนเสมอ แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบและคมกลาในเสี้ยววินาที ร่างสูงก้าวเข้ามาบังร่างบางของรินไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณของการปกป้อง มือหนาเอื้อมไปจับข้อมือเรียวที่กำลังสั่นเทาไว้เบาๆ เพื่อถ่าย 100% ความมั่นคงให้ "ริน... มองผมครับ" พฤกษ์กระซิบเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคง "มีผมอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครทำอะไรคุณได้ทั้งนั้น" น้ำเสียงของพฤกษ์เปรียบเสมือนสมอเรือที่ช่วยยึดโยงจิตใจอันเคว้งคว้างของรินไว้ รินสูดลมหายใจเข้าลึก หลับตาลงชั่วครู่เพื่อตั้งสติ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่มร่างสูงผู้เป็นดั่งพื้นที่ปลอดภัยในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในชีวิต แววตาที่สั่นระริกค่อยๆ สงบลงเมื่อพบว่ามือหนาที่กุมข้อมือตนอยู่นั้นอบอุ่นและจริงจังเพียงใด "ผม... ผมไม่กลัวแล้วครับ... เอ๊ย ไม่กลัวแล้วค่ะ" รินเผลอหลุดคำพูดเดิมออกมาก่อนจะรีบแก้คำลงท้ายในใจอย่างลนลานท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด แต่ความตั้งใจที่จะก้าวเดินต่อไปร่วมกัน ทำให้รินรู้ว่าเขาไม่อستจะหลบหนีอีกต่อไปแล้ว ด้านนอกกระจก เงาร่างนั้นยังคงยืนรออยู่ ไม่ยอมจากไปไหน เสียงเคาะครั้งใหม่ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงเรียกที่เริ่มสั่นเครือ "ริน! ฉันรู้ว่าเธอยังอยู่ข้างใน... ขอร้องล่ะ ขอฉันคุยด้วยแค่ห้านาที" พฤกษ์หันไปมองเงาร่างหลังกระจกฝ้าด้วยแววตาเรียบนิ่ง ไร้ความเกรงกลัว แต่เต็มไปด้วยความปกป้อง เขากวาดสายตามองรินด้วยความขอความเห็นว่าควรทำอย่างไรต่อ รินกัดริมฝีปากล่างเบาๆ ความลังเลฉายชัดในแววตา แต่ในที่สุด ความกล้าหาญที่ถูกหล่อหลอมด้วยความรักและความอบอุ่นจากพฤกษ์ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ก็ทำให้รินตัดสินใจได้อย่างเด็ดเดี่ยว รินดึงมือออกจากอุ้งมือของพฤกษ์ชั่วครู่ เดินตรงไปยังประตูหน้าร้าน มือเรียวเอื้อมไปปลดกลอนล็อกอย่างแผ่วเบา ก่อนจะผลักบานประตูไม้เปิดออกกว้าง เพื่อเผชิญหน้ากับอดีตที่เคยหวาดกลัวด้วยสองขาของตัวเอง แสงไฟสีส้มอุ่นจากภายในร้านสาดส่องกระทบใบหน้าของชายหนุ่มร่างโปร่งที่ยืนอยู่เบื้องหน้า—กรณ์ อดีตคนที่เคยทิ้งร่องรอยความบอบช้ำไว้ในใจ ดวงตาของกรณ์แดงก่ำ รอบดวงตามีรอยคล้ำจากการอดนอน เสื้อผ้าดูยับยู่ยี่ไม่เป็นระเบียบ ต่างจากภาพจำในอดีตอย่างสิ้นเชิง "ริน..." กรณ์ครางชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิด ทันทีที่เห็นหน้าคนตัวเล็ก กรณ์ก็ก้าวเท้าพรวดพราดเข้ามาหมายจะคว้ามือรินมากุมไว้ แต่ทว่า... เร็วกว่าที่กรณ์จะเข้าถึงตัว พฤกษ์ได้ก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างคนทั้งสองได้อย่างพอดิบพอดี ไหล่กว้างของพฤกษ์บังรินไว้มิดชิด สายตานิ่งสนิทที่มองตรงไปที่กรณ์เต็มไปด้วยความเฉียบขาด ทรงพลังจนกรณ์ต้องชะงักเท้าก้าวถอยหลังไปโดยอัตโนมัติ "ถ้ามีธุระอะไร กรุณาพูดตรงนี้ และรักษาระยะห่างด้วยครับ" พฤกษ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจ บรรยากาศรอบตัวแผ่รังสีความกดดันออกมาอย่างชัดเจน กรณ์มองหน้าพฤกษ์สลับกับรินที่ยืนอยู่ด้านหลัง แววตาฉายแววเจ็บปวดและตื่นตระหนก "ริน... นี่ใคร? ทำไมเขาถึง..." "เขาคือคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตฉันตอนนี้ค่ะ" รินตัดสินใจเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แม้จะยังเบาอยู่บ้าง แต่ทว่าหนักแน่นและกังวานก้องในความเงียบ รินก้าวออกมาจากด้านหลังของพฤกษ์เล็กน้อย มือบางเอื้อมไปจับชายเสื้อผ้าของพฤกษ์ไว้เบาๆ เป็นการแสดงออกถึงความไว้วางใจและการเลือกเคียงข้างอย่างชัดเจน พฤกษ์เหลือบสายตากลับมามองริน แววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่พลันอ่อนแสงลง ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลวนอยู่ในอกของชายหนุ่ม เขายกมือขึ้นทับมือบางของรินที่กำชายเสื้อตนไว้ พร้อมกับบีบเบาๆ เป็นเชิงสนับสนุน กรณ์มองภาพนั้นด้วยใจที่แตกสลาย รอยยิ้มขมขื่นปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ฉันเข้าใจแล้ว... ฉันแค่อยากมาขอโทษ ริน ฉันรู้ว่าสิ่งที่ฉันทำมันเลวร้ายแค่ไหน ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่มีวันไหนที่ฉันไม่รู้สึกผิดเลย... ฉันแค่อยากเริ่มต้นใหม่ อยากขอโอกาสอีกสักครั้ง..." ความเงียบโรยตัวลงปกคลุมพื้นที่หน้าร้านอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นระรัว รินมองอดีตคนรักที่เคยมีความหมายที่สุดในชีวิต ความรู้สึกโกรธเกลียดในอดีตไม่ได้ถูกชำระล้างให้หายไปในพริบตา แต่มันกลับถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจและความโล่งเบาอย่างประหลาด รินรู้แล้วว่าแผลเป็นชิ้นนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อให้เจ็บปวดไปตลอดกาล แต่มันมีไว้เพื่อเตือนใจว่าเข้มแข็งขึ้นได้มากเพียงใด รินสูดลมหายใจเข้าลึก เงยหน้าสบตากับกรณ์ด้วยแววตาที่สงบนิ่งและเด็ดเดี่ยว "ฉันอภัยให้นะคะ... อภัยให้ตั้งนานแล้ว เพื่อตัวของฉันเอง" รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกลียวหรือเยื่อใย "แต่อภัยไม่ได้แปลว่าเราจะต้องกลับไปจุดเดิมค่ะ เพราะตอนนี้ หัวใจของฉัน... มีเจ้าของที่ดูแลรักษาไว้อย่างดีแล้ว และฉันจะไม่ยอมปล่อยมือจากเขาเด็ดขาด" คำพูดนั้นของรินเปรียบเสมือนประกาศิตที่ปักหมุดอนาคตไว้อย่างชัดเจน กรณ์นิ่งงัดไป ดวงตาไหวระริกด้วยความเจ็บปวด แต่สุดท้ายเขาก็พยักหน้ารับช้าๆ อย่างจำนนต่อความเป็นจริง ก่อนจะหันหลังเดินจากไปหายCลับในความมืดของค่ำคืนอย่างไร้เสียงสะท้อน เมื่อแผ่นหลังของอดีตคนรักลับสายตาไป ประตูร้านถูกปิดลงและลงกลอนอย่างแน่นหนาอีกครั้ง ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องทำงานเล็กๆ แห่งนี้ แต่บรรยากาศกลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มันอบอุ่น นุ่มนวล และเต็มไปด้วยความมั่นคงที่แท้จริง พฤกษ์หันกลับมาหาริน ร่างสูงโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน มือหนาทั้งสองข้างประคองใบיหนาหวานของรินไว้อย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากเกินไปภาพตรงหน้าจะสลายหายไป "เก่งมากครับคนดี..." พฤกษ์กระซิบชิดริมฝีปาก แววตาพEรัพย์ด้วยความรักล้นปรี่ "ขอบคุณที่เลือกผม... ขอบคุณที่เชื่อใจกัน" รินยิ้มกว้างออกมาทั้งน้ำตา เป็นรอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่พฤกษ์เคยเห็นมาในชีวิต ร่างบางเอื้อมมือโอบรอบคอแกร่งของชายหนุ่ม โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ ปะทะกัน "รินสัญญาค่ะว่าจะไม่เดินถอยหลังอีกแล้ว... ต่อจากนี้ เรามาสร้างอนาคตไปด้วยกันนะคะ" ริมฝีปากนุ่มประทับลงบนกลีบปากหนาของพฤกษ์อย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่เริ่มต้นจากความสมัครใจและความรักที่สุกงอมเต็มที่ พฤกษ์ตอบรับสัมผัสนั้นด้วยความอ่อนโยน ลึกล้ำ และมั่นคง ราวกับการให้คำสัตย์ปฏิญาณทางวิญญาณว่าจะปกป้องรอมชอมหัวใจดวงนี้ไปตลอดกาล ทว่า... ในวินาทีที่ความหวานล้ำกำลังโอบล้อมคนทั้งสองไว้ ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของพฤกษ์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานไม้ก็แผดเสียงดังลั่นทำลายบรรยากาศโรแมนติก รินสะดุ้งเล็กน้อยผละออกจากอ้อมแขนเพื่อเว้นระยะห่าง พฤกษ์ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อยก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ หน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าจากโรงพยาบาลประจำจังหวัด พร้อมข้อความแจ้งเตือนด่วนที่เด้งขึ้นมา—ข้อความที่ทำให้สีหน้าของพฤกษ์เปลี่ยนจากความสุขเป็นความตื่นตระหนกในเสี้ยววินาที และทำให้ดวงตาคมกริบมองหน้าคนรักด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก! --- (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่เดินทางร่วมกันมาจนถึงบทนี้นะคะ มาเอาใจช่วยความรักของรินและพฤกษ์กันต่อในตอนหน้าค่ะ)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไผ่อุ่นในสายหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%