"ถ้าโครงสร้างเสาต้นนี้ยังตั้งเอียงองศาแบบนี้ต่อไป ผมเกรงว่าตึกทั้งหลังจะกลายเป็นงานศิลปะแนวปิซ่าเวอร์ชันกรุงเทพฯ นะครับ คุณวิศวกร"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เจือรอยยิ้มกวนประสาทดังขึ้นท่ามกลางเสียงเครื่องจักรคำรามในไซต์งานก่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา กรณ์ (กรณิศ) ยืนกอดอกพิงเสาปูนเปลือย แว่นกันแดดสีชาถูกดันขึ้นไปปักไว้บนกลุ่มผมสีดำสนิท นัยน์ตาคมกริบมองร่างระหงในชุดยูนิฟอร์มวิศวกรสีเข้มที่กำลังก้มๆ เงยๆ ตรวจสอบแปลนพิมพ์เขียวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
พิมพ์ชนก (พรีม) ชะงักมือที่กำลังถือปากกาไฮไลต์ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ผู้ชายคนนี้... สถาปนิกเจ้าปัญหาที่บริษัทแม่ส่งเข้ามาประกบเธอในโปรเจกต์ร้อยล้านนี้ สร้างความปวดหัวให้เธอตั้งแต่สัปดาห์แรกที่ก้าวเท้าเข้ามาเหยียบไซต์งาน
"รบกวนช่วยใช้สมองส่วนหน้าวิเคราะห์ให้ดีก่อนจะพ่นคำพูดไร้สาระออกมานะฃครับ สถาปนิกหน้ามึน" พิมพ์ชนกหันขวับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตฉายแววตึงเครียดอย่างปิดไม่มิด ขอบตาของเธอคล้ำเล็กน้อยจากการอดนอนติดต่อกันหลายคืนเพื่อแก้ปัญหาโครงสร้างที่ถูกแก้แบบกะทันหัน "นี่คือการคำนวณรับน้ำหนักตามหลักวิศวกรรมสากล ไม่ใช่งานปั้นดินเผาตามอารมณ์ศิลปินของคุณ ถ้าคุณไม่เข้าใจเรื่องโครงสร้าง ก็กรุณาหุบปากแล้วยืนเงียบๆ เป็นฉากหลังสวยๆ ให้ผมทำงานเถอะค่ะ... เอ๊ย ให้ผมทำงานเถอะครับ!"
เธอเผลอหลุดคำลงท้ายตามความคุ้นเคยก่อนจะรีบแก้คำพูดแทบไม่ทัน เมื่อเห็นมุมปากหยักลึกของชายหนุ่มยกยิ้มกว้างขึ้นอย่างนึกสนุก
กรณ์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ฟังดูอบอุ่นแต่กวนประสาทสิ้นดี เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้หญิงสาวทีละก้าว กลิ่นอายความเป็นผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และน้ำหอมราคาแพงลอยปะทะจมูกจนพิมพ์ชนกต้องผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ
"ผมชอบนะ เวลาที่คุณพยายามจะดุผม..." กรณ์กระซิบเสียงแผ่ว ใกล้จนเกือบได้ยินเสียงลมหายใจ "ดุเก่ง หัวรั้นเก่ง แถมยังหน้าตาเครียดได้น่าเอ็นดูเป็นบ้าเลยครับ พรีม... หรือจะให้ผมเรียกว่า คุณวิศวกรจอมเนี้ยบดีล่ะ"
"ถอยไปห่างๆ เลยนะ กรณ์!" พิมพ์ชนกยกแฟ้มเอกสารขึ้นกั้นกลางระหว่างอกแกร่งกับตัวเธอ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความเสน่หา แต่เป็นเพราะความหงุดหงิดที่ผู้ชายคนนี้ชอบล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวของเธออยู่เรื่อย "เรากำลังคุยกันเรื่องงาน กรุณาให้เกียรติสถานที่และตำแหน่งหน้าที่ด้วย"
"ผมก็กำลังคุยเรื่องงานอยู่นะครับ งานที่ว่า... คือการทำยังไงให้คุณเลิกขมวดคิ้วจนหน้าแก่ก่อนวัยอันควรต่างหาก" กรณ์ยัก
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดและชวนใจเต้นในเวลาเดียวกัน เคมีบางอย่างที่ขัดแย้งแต่ดึงดูดกันประหลาดก่อตัวขึ้นกลางฝุ่นควันและเสียงก่อสร้าง ทว่าความสุขุมรอบคอบของทั้งคู่ก็ต้องสะดุดลง เมื่อเสียงฝีมือหนักแน่นพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นจากทางด้านหลัง
"โอ้โห ขยันขันแข็งกันดีนี่ครับ ทั้งสถาปนิกอินดี้ ทั้งวิศวกรตกอับ... เอ๊ย วิศวกรมือหนึ่ง"
ร่างท้วมในสูทแบรนด์เนมของ ธนัตถ์ ประธานบริษัทคู่แข่งทางการค้าและยังเป็นญาติห่างๆ ของพิมพ์ชนก ก้าวเข้ามาในเขตไซต์งานโดยมีผู้ติดตามสวมแว่นดำสองคนประกบซ้ายขวา รอยยิ้มหยันปรากฏบนใบหน้าอิบออ่นของเขา สายตากวาดมองแปลนงานด้วยความดูถูกเหียดหยาม
พิมพ์ชนกหน้าถอดสีทันทีที่เห็นหน้าธนัตถ์ ความทรงจำอันเจ็บปวดจากการถูกญาติผู้พี่คนนี้บีบคั้นเรื่องหนี้สินของครอบครัวและพยายามฮุบผลงานของเธอลอยวนกลับเข้ามาในหัว
"คุณธนัตถ์ คุณเข้ามาในนี้ได้ยังไง นี่มันเขตไซต์งานก่อสร้างอันตราย บุคคลภายนอกห้ามเข้า!" พิมพ์ชนกเอ่ยเสียงแข็ง พยายามควบคุมมือไม่ให้สั่น
"ทำไมฉันจะเข้ามาไม่ได้ ในเมื่อบริษัทของฉันกำลังจะซื้อหุ้นก้อนใหญ่ของโปรเจกต์นี้ในอีกสามวันข้างหน้า..." ธนัตถ์หัวเราะในลำคอ เดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานสนามที่มีแปลนพิมพ์เขียววางอยู่ ก่อนจะใช้มือปัดแฟ้มเอกสารของพิมพ์ชนกตกลงพื้นกระจาย "ส่วนเธอ... พิมพ์ชนก เธอมันก็แค่เครื่องมือทำเงินที่ครอบครัวเลี้ยงไว้ใช้หนี้ หมดประโยชน์เมื่อไหร่ก็แค่ไสหัวออกไป ทำเป็นเก่ง สุดท้ายก็ต้องมาขอร้องให้ฉันเซ็นอนุมัติงบอยู่ดี"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ พิมพ์ชนกเม้มปากแน่นจนห่อเลือด น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความกดดันจากครอบครัวและความหยามเหยียดในที่สาธารณะถาโถมเข้ามาจนเธอแทบหายใจไม่ออก
ธนัตถ์ยิ้มเยาะ ยื่นมือไปหยิบแก้วกาแฟบนโต๊ะมาราดรดลงบนแปลนงานของพิมพ์ชนกจนเสียหายยับเยิน "สภาพเธอกับงานก็ไม่ต่างกันหรอก... น่าสมเพช"
บรรยากาศในไซต์งานเย็นเยียบลงทันตาเห็น กรณ์ที่ยืนเงียบสังเกตการณ์อยู่มุมห้องมาตลอด ค่อยๆ ปลดกระดุมแขนเสื้อขึ้นช้าๆ รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแว่นตากันแดดที่ถูกดึงกลับมาสวมปิดบังดวงตาคู่คมที่ฉายแววอันตรายเยือกเย็น
เขาก้าวเข้าไปยืนขวางหน้าพิมพ์ชนกไว้ ปลายรองเท้าหนังขัดเงาหยุดห่างจากรองเท้าของธนัตถ์เพียงคืบเดียว
"เมื่อกี้... คุณพูดว่าอะไรนะพอดีหูผมไม่ค่อยดี" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังจนธนัตถ์ชะงัก
"แกเป็นใคร สถาปนิกไส้แห้งแถวนี้ อย่ามาเสือก!" ธนัตถ์ตวาดกร้าว
กรณ์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท นิ้วเรียวกดสปีกเกอร์โฟนแล้วส่งสัญญาณเสียงเรียกเข้าที่ดังชัดเจนไปทั่วบริเวณ
*[ติ๊ง! ระบบมหาเศรษฐีตระกูลอัครเดโชไพศาล ทำการเชื่อมต่อสำเร็จ]*
*[ตรวจพบความพยายามคุกคามและสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินในเครือข่ายบริษัทในเครือ]*
*[คำสั่งฉุกเฉิน: ซื้อกิจการทั้งหมดของบริษัทคู่แข่ง "ธนัตถ์ กรุ๊ป" และยกเลิกสัญญาทั้งหมดทันที ไม่จำกัดวงเงิน]*
เสียงระบบสังเคราะห์ดังขึ้นกังวานจากโทรศัพท์มือถือของกรณ์ ก่อนที่เสียงปลายสายจะเป็นเลขานุการส่วนตัวของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศที่กล่าวรายงานด้วยความเคารพสูงสุด
"ท่านประธานกรณ์ครับ... ดำเนินการกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของธนัตถ์ กรุ๊ป เสร็จสิ้นแล้วครับ ตอนนี้บัญชีธนาคารของบริษัทดังกล่าวถูกอายัด และทรัพย์สินทั้งหมดกำลังถูกโอนมาเป็นชื่อของคุณตามกฎหมายครับ"
ธนัตถ์หน้าซีดเผือด สีหน้าเปลี่ยนเป็นสีขาวราวกับกระดาษ ขາเข่าอ่อนแรงจนเกือบทรุดลงไปกองกับพื้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเงยหน้าขึ้นมองสถาปนิกหนุ่มที่เขาเพิ่งจะเหยียดหยามไปหมาดๆ
กรณ์ถอดแว่นกันแดดออกช้าๆ เผยให้เห็นนัยน์ตาคมกราบที่เต็มไปด้วยอำนาจและความเย็นชา เขายื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูธนัตถ์ที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือน
"จำไว้นะครับ... คนที่น่าสมเพชและกำลังจะต้องคุกเข่าร้องขอชีวิตในอีกสามวินาทีข้างหน้านี้... ไม่ใช่เธอหรอกครับ แต่เป็นคุณต่างหาก"
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาเปิดฉากแรกด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
สถาปนิกหน้ามึนกับวิศวกรสายเฮี้ยบ•ตอนที่ 1
ไซต์งานนี้ใครคุม
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้ามึนกับวิศวกรสายเฮี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!