วิศวกรไร้ใจกับทูตสันถวไมตรีในวงโคจรดับสูญ•ตอนที่ 14

จิตวิญญาณที่สั่นคลอน

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
เสียงคำรามต่ำของเครื่องยนต์ไอออนระบายความร้อนดังสะท้อนผ่านโครงสร้างโลหะของสถานีอวกาศเซกเตอร์ 7 มันเป็นเสียงฮัมความถี่ต่ำที่แทรกซึมเข้าสู่กระดูกและประสาทสัมผัส ไซรัส เวนน์ ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองจอแสดงสถานะหลัก เขายังคงก้มตัวอยู่หน้าแผงวงจรควบคุมแรงดันอากาศ สมาธิของเขาถูกตรึงไว้กับหัวแร้งเลเซอร์ที่กำลังเชื่อมต่อสายไฟนาโนคาร์บอนความหนาเท่าเส้นผมมนุษย์ หยดเหงื่อเม็ดหนึ่งไหลย้อยลงตามกรอบหน้าคมคาย ก่อนจะร่วงกระทบลงบนพื้นเหล็กเย็นเฉียบอย่างไร้เสียง "คุณกำลังซ่อมแซมระบบระบายอากาศ หรือกำลังพยายามสร้างหลุมดำขนาดจิ๋วกันแน่ครับ คุณเวนน์" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความเฉียบคมดังขึ้นจากความมืดตรงมุมห้อง เอเลน่า วาเลนไทน์ ก้าวออกมาจากเงาสลัวของเสาค้ำยันไฮโดรลิก เธอสวมชุดสูททางการของทูตสหพันธ์ที่ไร้รอยยับ แม้ว่าสถานีแห่งนี้จะเพิ่งผ่านพ้นวิกฤตการณ์ระบบอุปโภคบริโภคล่มสลายไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน รอยคล้ำใต้ดวงตาคู่สวยคือหลักฐานชิ้นเดียวที่ฟ้องว่าเธอไม่ได้นอนมาสามวันเต็ม ไซรัสหยุดมือ ปิดหัวแร้งเลเซอร์แล้ววางมันลงบนถาดเครื่องมืออย่างประณีต เขาค่อยๆ ยืดตัวขึ้นช้าๆ ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่นตามวิสัยของวิศวกรผู้ผ่านการสูญเสียมาโชกโชน "ถ้าผมกำลังสร้างหลุมดำ สิ่งแรกที่จะถูกดูดเข้าไปในขอบฟ้าเหตุการณ์ คงจะเป็นข้อเสนอสันติภาพโลกสวยของคุณนั่นแหละครับ คุณวาเลนไทน์" ไซรัสตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงประกายท้าทายในดวงตาสีเทาเข้ม "มันประหยัดทรัพยากรดี และไม่ต้องมานั่งเถียงกันเรื่องหลักมนุษยธรรมในยقตที่ออกซิเจนเหลือแค่สิบเปอร์เซ็นต์" เอเลน่าถอนหายใจเบาๆ เธอก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น หยุดยืนอยู่ห่างจากเขาเพียงแค่ช่วงแขน กลิ่นจางๆ ของกาแฟสังเคราะห์ผสมกับกลิ่นโอโซนสะอาดลอยเข้าจมูก ระยะห่างนี้ใกล้เกินกว่าที่มารยาททางการทูตจะกำหนดไว้ แต่มันกลับเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการประลองปัญญาในพื้นที่ปิดตายแห่งนี้ "คุณเก่งกาจเรื่องการคำนวณความน่าจะเป็นและการยื้อลมหายใจของผู้คนนะ ไซรัส แต่คุณมักจะมองข้ามตัวแปรที่สำคัญที่สุดเสมอ" เอเลน่าเอียงคอมองเขา ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ราวกับกำลังพยายามถอดรหัสอัลกอริทึมที่ซับซ้อนที่สุดในจักรวาล "มนุษย์ไม่ใช่ตัวเลขในสมการแคลคูลัส พวกเขาไม่ยอมตายอย่างสงบเพียงเพราะกราฟประสิทธิภาพบอกว่ามันคุ้มทุนที่สุดหรอกครับ" "และนั่นคือเหตุผลที่พวกนักการทูตอย่างคุณมักจะล้มเหลว" ไซรัสสาวเท้าเข้าหาเธอหนึ่งก้าว บีบช่องว่างระหว่างกันให้แคบลงไปอีก จนเอเลน่าต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตาเขา "คุณใช้คำว่า 'ความหวัง' มากลบเกลื่อนความจริงที่ว่า พวกเรากำลังติดอยู่ในเหล็กกล้าลอยฟ้าที่กำลังจะพังทลาย ความเมตตาของคุณฆ่าคนเร็วกว่าประแจเลื่อนของผมเสียอีก เพราะมันทำให้คนอ่อนแอและรอปาฏิหาริย์แทนที่จะลงมือแก้ไขด้วยตรรกะ" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดด้วยแรงดันมหาศาล ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมของระบบ life support ที่ยังคงทำงานอย่างดื้อรั้น ทั้งสองยืนประจันหน้ากันอย่างสูสี ไซรัส—ตัวแทนของตรรกะอันเย็นชาและไร้ความปราณี และเอเลน่า—ตัวแทนของจิตวิญญาณมนุษย์และความหวังอันเปราะบาง อุดมการณ์ที่ขัดแย้งกันสุดขั้วนี้ไม่ได้ผลักไสพวกเขาสingออกจากกัน แต่กลับสร้างแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เอเลน่าไม่ได้ถอยหนี รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของเธอ เป็นรอยยิ้มที่ผสมผสานระหว่างความเหนื่อยล้าและความขบขัน "บางที... อาจจะเป็นเพราะผมโหยหาความสมดุลมั้งครับ" เอเลน่ากระซิบ เสียงของเธอนุ่มนวลจนเกือบกลืนไปกับเสียงเครื่องยนต์ "ในโลกที่มีแต่เครื่องจักรเย็นชาอย่างคุณ การมีใครสักคนคอยเตือนว่าหัวใจยังคงเต้นอยู่ มันอาจจะเป็นความเสี่ยงที่คุ้มค่าที่สุดที่ผมเคยทำก็ได้" คำพูดนั้นทำให้แววตาของไซรัสไหววับไปชั่วเสี้ยววินาที ราวกับมีกระแสไฟแรงดันสูงวิ่งผ่านระบบวงจรที่ถูกปิดตายมานานหลายปี เขาชะوักไปเล็กน้อย มือที่เคยหยิบจับเครื่องมืออย่างมั่นคงกลับรู้สึกไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาดื้อๆ ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาพยายามฝังกลบมันไปพร้อมกับครอบครัวบนสถานีเก่า กำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งด้วยวาจาคมคายของผู้หญิงตรงหน้า แต่ก่อนที่ไซรัสจะทันได้เอื้อnวาจาใดเพื่อตอบโต้ เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสามก็กรีดแผดเสียงดังลั่นห้องควบคุมหลัก ไฟสีแดงฉานสลับขาวกะพริบวาบไปทั่วผนังโลหะ *ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!* หน้าจอโฮโลแกรมหลักกลางห้องดีดตัวขึ้นอัตโนมัติ แสดงภาพแผนผังโครงสร้างสถานีอวกาศเซกเตอร์ 7 และจุดสีแดงกะพริบที่กำลังลุกลามอย่างรวดเร็วจากโซนกักเก็บเชื้อเพลิงสำรอง เอเลน่าหันขวับไปมองหน้าจอ สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที "เกิดอะไรขึ้น? ระบบเชื้อเพลิงเพิ่งจะถูกตรวจสอบไปเมื่อชั่วโมงที่แล้วไม่ใช่เหรอครับ?" ไซรัสไม่ตอบ เขาดีดตัวกลับไปที่แผงควบคุมหลักทันที นิ้วเรียวยาวรัวลงบนแป้นพิมพ์แสงฮولوجรามด้วยความเร็วสูง ข้อมูลและโค้ดตัวเลขนับพันบรรทัดวิ่งผ่านดวงตาคู่คมของเขาอย่างบ้าคลั่ง เหงื่อกาฬผุดซึมขึ้นตามไรผมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความร้อนของหัวแร้ง หากแต่เป็นความตระหนักรู้ที่วิ่งเข้ามาชนประสาทสัมผัส "ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ..." ไซรัสพึมพำเสียงต่ำ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นรหัสผ่านที่ใช้เข้าถึงวาล์วระบายเชื้อเพลิง "มีคนกำลังแฮกเข้ามาจากภายนอก... ไม่สิ จาก *ข้างใน* สถานีนี้ต่างหาก" เอเลน่าขยับเข้ามาใกล้หน้าจอ กวาดสายตาอ่านโค้ดที่วิ่งผ่าน "ใครกันที่มีสิทธิ์ระดับผู้ดูแลระบบเทียบเท่ากับคุณ?" ไซรัสเงียบไปชั่วขณะ นิ้วมือหยุดชะงักกลางอากาศ เมื่อระบบถอดรหัสลายนิ้วมือดิจิทัลและแสดงชื่อผู้ใช้งานล่าสุดขึ้นมาบนจอภาพ ชื่อนั้นทำให้วิศวกรผู้ไร้หัวใจถึงกับนิ่งค้างไปสนิท ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำคอ บนหน้าจอสีฟ้าเข้ม ปรากฏชื่อของบุคคลที่ควรจะเสียชีวิตไปพร้อมกับเหตุระเบิดเมื่อสามปีก่อน... และคำว่า "ยินดีต้อนรับกลับบ้าน, ลูกชาย" กระพริบเตือนขึ้นเป็นบรรทัดสุดท้าย ก่อนที่หน้าจอทั้งหมดจะดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดและเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินด้านนอก ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันหนาวเหน็บและเต็มไปด้วยอันตรายนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรไร้ใจกับทูตสันถวไมตรีในวงโคจรดับสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%