"สามร้อยแปดสิบเจ็ดคน... กระจายกำลังปิดล้อมทุกเส้นทางหนี รัศศมีวงแหวนแคบลงเรื่อยๆ เหลือเวลาอีกแค่สี่นาทีสิบสองวินาทีเท่านั้นครับคุณคีตะ"
เสียงของระบบนำทางยุทธวิธีในอินเทอร์เฟซส่วนตัวดังขึ้นด้วยความถี่ที่กระชั้นชิด สะท้อนสถานการณ์อันตึงเครียดที่กำลังบีบรัดเข้ามาทุกขณะ แสงสีฟ้าอมม่วงจากม่านพลังงานของ ‘หุบเขาเงาพยัคฆ์’ สะท้อนลงบนนัยน์ตาสีดำสนิทที่ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความตื่นกลัว คีตะยืนนิ่งอยู่บนชะง่อนผาสูงชัน มือข้างหนึ่งกำลังเลื่อนหน้าต่างข้อมูลคำนวณความน่าจะเป็นของความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หากหน่วยจู่โจมพิเศษของกิลด์ ‘อิมพีเรียลฟีนิกซ์’ บุกเข้ามาถึงจุดนี้
เบื้องล่างของหน้าผา เสียงฝีเท้าและเสียงเกราะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว กองกำลังระดับท็อปของเซิร์ฟเวอร์นับร้อยชีวิตกำลังเคลื่อนพลเข้ามาอย่างเป็นระบบ พวกเขามีทั้งนักรบเกราะหนักแนวหน้า นักเวทสายควบคุมฝูงชน และมือธนูเงาที่พร้อมจะยิงสกัดทุกการเคลื่อนไหว เป้าหมายเดียวของพวกเขามีเพียงหนึ่งเดียว—การกวาดล้างปาร์ตี้ของคีตะให้ราบคาบ เพื่อชิงสิทธิ์ในการครอบครองดันเจี้ยนระดับตำนานที่ถูกค้นพบเป็นครั้งแรก
"ปล่อยให้พวกมันเข้ามาใกล้กว่านี้อีกนิดครับริน" คีตะเอ่ยเสียงเรียบ โดยไม่ละสายจากแผนภูมิจำลองสามมิติที่ลอยอยู่กลางอากาศ
รินที่กำลังก้มตัวหลบอยู่หลังโขดหินใหญ่ หันมามองชายหนุ่มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลระคนเชื่อมั่น เธอกำคธาในมือแน่นจนข้อต่องานไม้เวทมนตร์ขึ้นสีขาว "นายแน่ใจนะคีตะ? ฝ่ายนั้นมีทั้งนักเวทสายโจมตีหมู่ระดับสูงและหน่วยลาดตระเวนอากาศ ถ้าเราพลาดแม้แต่จังหวะเดียว แผนการล่อลวงทั้งหมดจะกลายเป็นแค่การเดินเข้ากองไฟนะ"
"ความผิดพลาดคือตัวแปรที่ผมคำนวณไว้ในสมการเรียบร้อยแล้วครับ" คีตะตอบกลับอย่างใจเย็น นิ้วเรียวยาวกดทัชสกรีนอากาศเพื่อสลับรูปแบบการทำงานของรูนเวทมนตร์ที่เขาใช้เวลาตลอดสามวันที่ผ่านมาในการฝังไว้ตามจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ "ในโลกของอัลกอริทึม ไม่มีกองกำลังไหนที่ไร้เทียมทาน มีแต่โครงสร้างโค้ดที่มีจุดอ่อนซ่อนอยู่... และพวกมันเพิ่งเดินเหยียบเข้ามาในจุดที่เปราะบางที่สุดของตรรกะนี้แล้ว"
สิ้นคำพูดของคีตะ เขาก็กดปุ่มเปิดใช้งานสวิตช์หลัก
*ปิ๊ป!*
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งหุบเขา แสงไฟสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นจากพื้นดินที่เคยว่างเปล่า รูนเวทมนตร์นับร้อยจุดที่ถูกซ่อนไว้ใต้ชั้นหินและรากไม้ระเบิดพลังงานออกมาพร้อมกัน เกิดเป็นโครงข่ายตาข่ายพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าที่แผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็วราวกับคลื่นกระแทก
กองกำลังของอิมพีเรียลฟีนิกซ์ที่กำลังวิ่งบุกเข้ามาอย่างฮึกเหิม ชะงักกึกทันทีเมื่อพื้นดินใต้ฝ่าเท้าสูญเสียการตอบสนอง แรงโน้มถ่วงในรัศมีสามร้อยเมตรถูกพลิกผันชั่วขณะ ทำให้ผู้เล่นระดับแนวหน้าหลายสิบคนเสียหลักล้มกลิ้งไม่เป็นท่า อุปกรณ์สวมใส่ประเภทเกราะเหล็กหนักเกิดปฏิกิริยากับสนามแม่เหล็กจนขยับตัวไม่ได้ดั่งใจ นี่ยังไม่รวมถึงควันพิษภาพลวงตาที่ถูกปล่อยออกมาจากแคปซูลเวทมนตร์ที่คีตะคำนวณทิศทางลมไว้อย่างแม่นยำ
"เกิดอะไรขึ้นวะ! ทำไมขยับตัวไม่ได้!" เสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกดังขึ้นจากหัวหน้าหน่วยจู่โจมเบื้องล่าง ความโกลาหลเกิดขึ้นในพริบตาเมื่อแนวรบที่เคยเป็นระเบียบถูกบีบอัดให้ชนกันเองเนื่องจากแรงเหวี่ยงของกับดักตรรกะ
รินเบิกตากว้างด้วยความทึ่ง เธอเฝ้ามองภาพเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านหน้าต่างมอนิเตอร์ "นาย... นายใช้บั๊กของแรงโน้มถ่วงในพื้นที่ผสมผสานกับค่าความต้านทานของเกราะเหล็กเวทมนตร์ เพื่อสร้างปฏิกิริยาลูกโซ่แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?"
"ไม่ใช่บั๊กครับริน แต่มันคือช่องว่างของระบบที่ถูกละเลยต่างหาก" คีตะหันมามองหญิงสาวชั่วครู่ แววตาที่เคยเย็นชาฉายประกายความอ่อนโยนขึ้นวูบหนึ่ง "ไม่มีระบบไหนที่สมบูรณ์แบบ 100% ถ้าเราเข้าใจวิธีที่มันประมวลผลข้อมูล เราก็สามารถเขียนเงื่อนไขใหม่ขึ้นมาครอบทับมันได้... เหมือนกับความรู้สึกของคนเรานั่นแหละครับ ที่บางครั้งตรรกะก็ต้องหลีกทางให้สัญชาตญาณ"
รินนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไม่ใช่เพราะสถานการณ์รบตรงหน้า แต่เป็นเพราะประโยคที่แฝงความหมายลึกซึ้งและสายตาที่คีตะส่งมาให้ มันเป็นความอบอุ่นที่หาได้ยากยิ่งจากชายหนุ่มผู้ยึดติดกับตัวเลขและอัลกอริทึมมาตลอดชีวิต
"เตรียมตัวครับ อีกสิบวินาที แรงดันสนามแม่เหล็กจะหมดฤทธิ์ ช่วงเวลานั้นแหละคือจังหวะที่เราจะตีฝ่าวงล้อมไปยังประตูมิติชั้นที่สอง" คีตะดึงสติกลับมาสู่โหมดนักวางแผนอย่างไร้รอยต่อ เขายื่นมือซ้ายออกไปด้านหน้าเพื่อส่งสัญญาณเตือนครั้งสุดท้าย
ทว่า ในวินาทีที่คีตะกำลังจะกดคำสั่งอพยพครั้งสุดท้ายนั้นเอง หน้าจออินเตอร์เฟซหลักของเขาก็เกิดอาการกระตุกอย่างรุนแรง ตัวอักษรสีแดงฉานแปลกประหลาดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในฐานข้อมูลของเกมอาเซอร์ร็อธ เริ่มไหลทะลักขึ้นมาบนจอภาพราวกับสายน้ำที่ถูกเปิดเขื่อน
*แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบการแทรกแซงจากโค้ดภายนอก*
*คำเตือน: โปรโตคอลความปลอดภัยระดับสูงสุดถูกบังคับใช้โดยผู้ดูแลระบบนิรภัย*
*เป้าหมาย: ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมรหัส 'C-01' ในเขตพื้นที่หวงห้าม... เริ่มกระบวนการลบข้อมูลถาวร*
เสียงแจ้งเตือนไม่ได้มาจากระบบปกติของเกม แต่มันเป็นเสียงสังเคราะห์ที่เย็นเยียบและไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของคีตะโดยตรง บรรยากาศรอบตัวในหุบเขาเงาพยัคฆ์พลันหยุดนิ่ง ราวกับเวลาถูกกดปุ่มหยุดชั่วคราว ผู้เล่นทุกคนในบริเวณนั้นไม่สามารถขยับเขยื้อนได้แม้แต่ปลายนิ้ว
คีตะขมวดคิ้วแน่นเป็นครั้งแรก ความมั่นใจที่เคยมีอยู่เต็มเปี่ยมสั่นคลอนลงอย่างรวดเร็วเมื่อเขาพบว่า บรรทัดคำสั่งที่เขาร่างขึ้นมาทั้งหมดกำลังถูกเขียนทับด้วยชุดคำสั่งปริศนาที่ทรงพลังกว่าอย่างเทียบไม่ได้
"คีตะ... เกิดอะไรขึ้นทำไมฉันขยับไม่ได้เลย ระบบมันฟ้องว่า... ว่าอะไรน่ะ?" รินส่งเสียงถามด้วยความตกใจกลัว นัยน์ตาของเธอสะท้อนภาพหน้าจอสีเลือดที่กำลังครอบ
ก่อนที่คีตะจะทันได้วิเคราะห์สาเหตุของความผิดปกตินี้ ร่างเงาดำทมิฬร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาจากรอยแยกของม่านพลังงานที่บิดเบี้ยวกลางอากาศ ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีขาวสะอาดตาที่ตัดกับบรรยากาศอันมืดมิดรอบตัวอย่างสิ้นเชิง พร้อมกับรอยยิ้มเย็นชาที่ส่งตรงมายังคีตะราวกับรู้จักตัวตนของเขาดีเสียยิ่งกว่าตัวเขาเอง
"ยินดีต้อนรับสู่การทดสอบรอบสุดท้ายครับ คุณคีตะ... ผู้หลงทางในเขาวงกตแห่งตรรกะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับกลยุทธ์ของคีตะในโลกอาเซอร์ร็อธแห่งนี้นะครับ
อัลกอริทึมพ่ายรักกับนักวางกลยุทธ์ไร้ใจ•ตอนที่ 16
กับดักแห่งตรรกะ
ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมพ่ายรักกับนักวางกลยุทธ์ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!