“ถ้าการยืนบื้ออยู่หน้าประตูบ้านคนอื่นเป็นงานอดิเรกของสถาปนิกยุคใหม่ ฉันว่าเธอควรเปลี่ยนอาชีพไปเป็นรูปปั้นประดับสวนจะรุ่งกว่านะคะ”
สุ้มเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความรำคาญใจดังขึ้นจากด้านหลัง แทนที่จะเป็นการต้อนรับด้วยรอยยิ้ม พริมาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของบ้าน ‘อัคนี’ ยืนพิงกรอบประตูบานใหญ่ ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนลวกๆ ดูยุ่งเหยิงทว่ากลับมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างน่าประหลาด ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นจ้องมองเธอราวกับกำลังประเมินราคาสิ่งของไร้ค่า
พริมาไม่ได้สะทกสะท้าน เธอปรับท่าทีให้ผ่อนคลาย มือเรียวจัดกระเป๋าใส่แบบร่างให้เข้าที่ ก่อนจะส่งยิ้มที่เฉียบคมพอกันกลับไป
“ดิฉันมาตามนัดค่ะคุณอัคนี และการยืนรออยู่หน้าประตูบ้านที่ไร้การต้อนรับ ไม่ได้แปลว่าดิฉันไร้มารยาท แต่มันสะท้อนให้เห็นว่าเจ้าของบ้านมีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการเวลา... หรือไม่ก็ ‘ความรับผิดชอบ’”
อัคนีเลิกคิ้วข้างหนึ่ง มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มเย็นชา “ปากดีแบบนี้เองเหรอที่บริษัทถึงส่งมา? ฉันนึกว่าเขาจะส่งสถาปนิกที่รู้จักกาลเทศะมาซะอีก”
“กาลเทศะกับความตรงไปตรงมามันคนละเรื่องกันค่ะ” พริมาเดินก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปโดยไม่รอคำเชิญ เธออาศัยจังหวะที่เขายังยืนตะลึงกับความกล้าหน้าด้านของเธอ กวาดสายตามองไปรอบๆ โถงทางเข้าคฤหาสน์สไตล์โมเดิร์นดิบที่เต็มไปด้วยภาพวาดแอบสแตรกสีฉูดฉาดจนดูอึดอัด “และงานของดิฉันคือการรีโนเวทพื้นที่นี้ ไม่ใช่การมานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อเพื่อเอาใจคนอารมณ์แปรปรวน”
“งั้นก็รีบทำให้จบ” อัคนีเดินตามมาติดๆ เสียงฝีเท้าของเขาทรงพลังจนพริมารู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่แผ่ซ่านออกมา “เพราะฉันมีกฎเหล็กอย่างหนึ่งที่คนอย่างเธอต้องจำใส่สมองไว้ให้ดี พื้นที่ส่วนตัวของฉัน... ห้ามใครหน้าไหนมาแตะต้องโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะ... ห้องทำงานชั้นบนนั่น”
พริมาหยุดกึก เธอมองตามสายตาที่เขามองไปยังบันไดวนนั่น แววตาของอัคนีเปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาที มันไม่ใช่แค่ความหวงแหน แต่เป็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชาฉาบหน้า
“คุณกลัวอะไรคะ? กลัวว่าถ้าให้ดิฉันเข้าไปดูโครงสร้างแล้ว จะพบว่าความติสต์ของคุณมันเป็นแค่กำแพงที่สร้างขึ้นมาเพื่อปิดบังความล้มเหลวในอดีตหรือไง?”
“พริมา!”
อัคนีก้าวเข้ามาประชิดตัว ความสูงที่ต่างกันทำให้เขาต้องก้มลงมาจ้องหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่ไม่กี่นิ้ว จนพริมาสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมไม้สนจางๆ จากกายเขา ลมหายใจของทั้งคู่ปะทะกันในจังหวะที่หยุดนิ่ง ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยแรงอารมณ์ที่เริ่มคุมไม่อยู่
“อย่าลองดีกับฉัน” เขาเค้นเสียงต่ำ “เธอถูกจ้างมาให้ทำงาน ไม่ใช่มาขุดคุ้ยเรื่องของคนอื่น”
พริมาไม่ถอยหลังหนี เธอเชิดหน้าสู้ แววตาที่มั่นคงของเธอไม่มีความกลัวแม้แต่น้อย “ดิฉันไม่ได้อยากขุดคุ้ยหรอกค่ะ แต่ถ้าผลงานมันจะออกมาห่วยเพราะเจ้าของบ้านปิดบังข้อบกพร่อง ดิฉันก็ไม่ยอมเสียชื่อเสียงตัวเองให้ใครมาเหยียบย่ำ”
อัคนีแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจนชิดใบหูของเธอ เสียงกระซิบของเขาแผ่วเบาทว่าสั่นประสาท “งั้นก็เชิญสนุกกับงานชิ้นนี้ให้พอ... เพราะที่นี่อาจจะเป็นนรกที่เธอต้องจดจำไปตลอดชีวิต”
เขาสะบัดตัวหันหลังเดินหนีไป ทิ้งให้พริมายืนเคว้งอยู่กลางโถงกว้างด้วยหัวใจที่เต้นรัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะแรงสั่นสะเทือนที่เขาทิ้งไว้ก่อนจะเดินจากไปนั้นมันรุนแรงเกินต้านทาน
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าใครบางคนดังขึ้นจากมุมมืดของโถงทางเดิน พริมาหันไปมองตามสัญชาตญาณ ก่อนที่หญิงสาววัยกลางคนในชุดแม่บ้านจะเดินถือถาดน้ำชาออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตานั้นกลับดูสับสนและหวาดระแวง เธอหยุดชะงักเมื่อเห็นพริมา แล้วจึงเอ่ยประโยคที่ทำเอาสถาปนิกสาวถึงกับเย็นวาบไปทั้งไขสันหลัง
“คุณอย่าทำตามที่เขาบอกเลยนะคะ... หากไม่อยากกลายเป็นเหมือนคนก่อนหน้านี้”
พริมาขมวดคิ้วแน่น “หมายความว่ายังไงคะ?”
หญิงแม่บ้านไม่ตอบ แต่สายตาของเธอเหลือบมองไปยังประตูห้องทำงานชั้นบนที่อัคนีเพิ่งเดินผ่านไป ก่อนจะวางถาดน้ำชาลงแล้วรีบเดินเลี่ยงออกไปทิ้งให้พริมายืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าขนลุก เสียงล็อกประตูจากด้านนอกดังขึ้น... ชัดเจนและกึกก้องจนเธอมั่นใจว่า นี่ไม่ใช่แค่การรีโนเวทบ้านธรรมดาอย่างที่เธอเข้าใจเสียแล้ว
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับและแรงอารมณ์ของอัคนีและพริมาในตอนแรกนี้นะคะ ดาวตกคืนคริสต์มาสรออ่านคอมเมนต์ของทุกคนอยู่ค่ะ!
เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมที่ไม่ยอมใจ•ตอนที่ 1
ยินดีต้อนรับสู่พื้นที่ส่วนตัว
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมที่ไม่ยอมใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
