สถาปนิกหัวใจกับนายวิศวกรปากร้าย•ตอนที่ 1

พิมพ์เขียวแผ่นแรกที่ผิดพลาด

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
กลิ่นฉุนเฉียวของกาวอีพ็อกซี่ที่ยังเซ็ตตัวไม่สนิท คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝุ่นผงของแผ่นไม้อัดบาซ่าในห้องปฏิบัติการโมเดลจำลองชั้นสี่ของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มันเป็นกลิ่นที่รสาคุ้นชินตั้งแต่จำความได้ กลิ่นของความพยายาม กลิ่นของความสมบูรณ์แบบที่ถูกหล่อหลอมด้วยหยาดเหงื่อและความอดทนตลอดสามคืนสามวันที่ผ่านมา ทว่าในวินาทีนี้... กลิ่นเดียวกันกลับชวนให้คลื่นไส้เสียจนเธอต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นเทาที่ปลายนิ้ว "ถ้าตรงคานรับน้ำหนักหลัก เลือกใช้เรขาคณิตแบบโมดูลาร์ที่ฉันคำนวณไว้แต่แรก แรงเฉือนคงไม่กระจุกตัวอยู่ตรงจุดอับสายตาแบบนี้หรอกนะ... คุณสถาปนิกคนเก่ง" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเยาะหยันอย่างจงใจดังขึ้นจากความเงียบงันด้านหลัง รสาไม่ต้องหันไปมองก็จำโทนเสียงราบเรียบแต่กวนประสาทนั้นได้ดี กรันต์—นายวิศวกรปีสี่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและสายตาที่มองโลกผ่านตัวเลขแข็งกระด้าง ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลายราวกับกำลังชมภาพยนตร์คอมเมดี้เรื่องโปรด ไม่ใช่การตรวจประเมินโปรเจกต์จบการศึกษามูลค่าอนาคตของพวกเขา รสาไม่ตอบโต้ เธอยังคงจดจ้องไปยังโครงสร้างโมเดลขนาดยักษ์ตรงหน้า มาตราส่วน 1:50 ของอาคารศูนย์วัฒนธรรมชุมชนริมน้ำที่เธอทุ่มเทออกแบบเส้นสายความโค้งเว้าให้ลื่นไหลราวกับสายน้ำ ดึงดูดสายตาและท้าทายแรงโน้มถ่วง ทุกองค์ประกอบถูกคำนวณอย่างประณีตในมุมมองของเธอ—พื้นที่ที่โอบอุ้มจิตวิญญาณมนุษย์ พื้นที่ที่เธอสร้างขึ้นเพื่อทดแทน ‘บ้าน’ ที่เธอสูญเสียไปในวัยเด็ก พื้นที่ปลอดภัยที่ไม่มีวันพังทลาย อย่างน้อยเธอก็เคยเชื่อเช่นนั้น "ฉันเตือนคุณแล้วว่าโครงสร้างรับแรงดึงในส่วนพาวิลเลียนกระจกโค้งมันบางเกินไปสำหรับการถ่ายน้ำหนักของหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็ก แต่คุณบอกว่ามันรกตา เกะกะสุนทรียศาสตร์ของคุณ" กรันต์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น เสียงฝีเท้าของเขากระทบพื้นปูนเปลือยดัง *ก๊อก... ก๊อก...* จังหวะมั่นคงและเยือกเย็นราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลัง "ความสวยงามที่ปราศจากฐานรองรับที่แข็งแรง มันก็เป็นแค่ภาพลวงตาที่รอวันพังครับ... อ่า ขอโทษที ติดปากไปหน่อย... ที่รอวันพังค่ะ" รสาตวัดสายตาคมกริบหันไปมองเขา ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้ฉายแววตื่นตระหนกอย่างที่วิศวกรปากร้ายคาดหวัง ตรงกันข้าม มันนิ่งสนิท เย็นชา และเต็มไปด้วยกำแพงหนาเตอะที่พร้อมจะดีดตัวปกป้องศักดิ์ศรีของเธอ "ถ้าวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างอย่างคุณ ใช้เวลาว่างจากการเหน็บแนมคนอื่น มาช่วยตรวจสอบการกระจายน้ำหนักตามที่ตกลงกันไว้แต่แรก โมเดลชิ้นนี้คงไม่ต้องแบกรับความสะเพร่าของใครบางคนหรอกนะคะ" รสาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมจนบาดลึกถึงผิวหนัง เธอยกมือขึ้นทัดปอยผมที่หลุดลุ่ยเข้ากับใบหู พยายามซ่อนอาการสั่นเทาเล็กน้อยที่ปลายนิ้ว "อีกอย่าง... ฉันไม่ได้ขอให้คุณมาวิจารณ์งานศิลปะ ฉันขอให้คุณคำนวณแรง ไม่ใช่มานั่งจับผิดรสนิยม" กรันต์หัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไม่มีความขบขันเจืออยู่เลย เขาก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะปฏิบัติการจนระยะห่างระหว่างเขากับรสาเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นโคโลญจ์จางๆ เจือกลิ่นอายฝุ่นปูนของเขาลอยปะปนกับกลิ่นอีพ็อกซี่ รสาผถอยหลังครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ แต่กรันต์กลับใช้สายตาคมกลาบกวาดมองสำรวจโมเดลตรงหน้าอย่างพิจารณา ท่าทีขี้เล่นเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงแววตาวิเคราะห์เฉียบคมที่น่ากลัว "ศิลปะที่ไม่เคารพกฎฟิสิกส์ ก็เป็นแค่ขยะราคาแพงที่รอเวลาพิพากษาครับคุณรสา" กรันต์กระซิบเสียงต่ำ ใบหน้าของเขาโน้มเข้ามาใกล้จนรสาได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของอีกฝ่าย "และดูเหมือนว่า... คำพิพากษาจะมาถึงเร็วกว่าที่เราคิดนะ" *เป๊าะ...* เสียงเล็กๆ คล้ายไม้แห้งหักดังขึ้นแผ่วเบา ท่าหว่างความเงียบงันของห้องปฏิบัติการ รสาชะงัก กรันต์หยุดเคลื่อนไหว ทั้งคู่ต่างก้มลงมองที่จุดเชื่อมต่อระหว่างฐานคอนกรีตจำลองกับเสาเหล็กกล้าไร้สนิมตรงกลางโมเดล รอยร้าวเส้นเล็กเท่าเส้นผม ปรากฏขึ้นบนพื้นผิวเรซิ่นใสที่จำลองผิวน้ำ มันลามเลียจากฐานรากพุ่งตรงขึ้นสู่โครงสร้างหลักด้วยความเร็วที่เหนือกว่าปฏิกิริยาตอบสนองของมนุษย์ "ถอย!" กรันต์ตะโกนลั่น พร้อมกับพุ่งตัวคว้าข้อแขนเรียวของรสาแล้วกระชากสุดแรง เพื่อดึงเธอให้พ้นจากรัศมีของโต๊ะปฏิบัติการ ทว่าทุกอย่างสายเกินไป แรงตึงภายในโครงสร้างที่ถูกออกแบบอย่างผิดเพี้ยนมาตั้งแต่ต้น เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ (Chain Reaction) ที่รุนแรงเกินกว่าวัสดุจำลองจะแบกรับไหว *ครกด... โครม!* เสียงโครงสร้างโมเดลความกว้างสองเมตรพังทลายลงมาดังสนั่นหวั่นไหว ชิ้นส่วนไม้บาซ่า เรซิ่น แผ่นอะคริลิก และเสาเหล็กจำลองแตกกระจายราวกับเศษแก้ว กระเด็นกระดอนไปทั่วพื้นห้อง ฝุ่นผงสีขาวฟุ้งกระจายตลบอบอวลจนมองไม่เห็นทาง โมเดลศูนย์วัฒนธรรมชุมชนที่รสาใช้เวลาอดหลับอดนอนทำมาสามเดือน แตกสลายกลายเป็นกองซากปรักหักพังต่อหน้าต่อตาในเวลาไม่ถึงสามวินาที ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องปฏิบัติการอีกครั้ง ท่ามกลางละอองฝุ่นที่ยังคงลอยเคว้งคว้างในอากาศ รสายืนนิ่งค้างอยู่ที่มุมห้อง แผ่นหลังแนบชิดกับผนังปูนเย็นเยียบ มือขวาของเธอยังคงถูกกุมไว้ด้วยฝ่ามืออุ่นจัดของกรันต์ที่ดึงเธอหลบวิกฤตเมื่อครู่ หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองเพล เสียงหอบหายใจของตัวเองดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงพังทลายของโมเดล คือความทรงจำสีดำมืดในวัยเด็กที่จู่ๆ ก็พวยพุ่งขึ้นมาในหัว—ภาพของคานบ้านที่หักโค่น เสียงกรีดร้อง และฝุ่นควันแบบเดียวกันนี้... พื้นที่ปลอดภัยของเธอพังทลายลงอีกครั้งแล้ว "รสา..." เสียงเรียกของกรันต์ดึงเธอกลับสู่ความเป็นจริง รสาเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตากวนประสาทเมื่อครู่อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความตื่นตระหนกเจือความรู้สึกผิดที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาสีเข้มคู่นั้น กรันต์มองเธอด้วยความเงียบงัน เขารู้ดีว่าความเสียหายครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงแค่คะแนนโปรเจกต์ปีสี่ แต่มันคือการเหยียบย่ำตัวตนและจิตวิญญาณของผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า "ปล่อยค่ะ" รสาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่น แต่มันกลับแหบพร่าจนน่าใจหาย เธอดึงแขนของตัวเองกลับจากการกุมมือของเขาอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว ก่อนที่กรันต์จะทันได้เอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ประตูห้องปฏิบัติการก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงพูดคุยของนักศึกษาคณะสถาปัตย์และคณะวิศวะกลุ่มใหญ่ที่เดินผ่านไปมาแล้วได้ยินเสียงดังโครมคราม ต่างพากันกรูเข้ามามุงดูเหตุการณ์ด้วยความตกใจ "เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้นวะนั่น!" เสียงอุทานดังขึ้นจากรอบทิศทาง สายตานับสิบคู่พุ่งตรงมาที่กองซากโมเดลกลางห้อง ก่อนจะเบนมามองรสาและกรันต์ที่ยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังด้วยสีหน้าตกตะลึง รสาหลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อตั้งสติ เธอกวาดสายตามองรอบตัว กำแพงความเย่อหยิ่งที่เธอสร้างไว้ถูกแรงกระแทกพังลงไม่ต่างจากโมเดล แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่แย่ที่สุด ในสายตาของคนทั้งคณะตอนนี้ เธอกับกรันต์กลายเป็นตัวตลกที่ทำงานร่วมกันไม่ได้จนเกิดความหายนะ ทว่า ในจังหวะที่รสาพยายามก้าวเท้าเดินผ่านซากปรักหักพังเพื่อหนีจากสายตาสอดรู้สอดเห็นเหล่านั้น สายตากลับเหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ฐานเสาคอนกรีตจำลองที่หักสะบั้น มันไม่ใช่ชิ้นส่วนโมเดลที่เธอออกแบบ... รสาขมวดคิ้วแน่น เธอทรุดตัวลงคุกเข่าท่ามกลางเศษฝุ่น ใช้ปลายนิ้วเขี่ยแผ่นเรซิ่นแตกๆ ออก จนเผยให้เห็นชิ้นส่วนโลหะแปลกปลอมชิ้นหนึ่งฝังอยู่แกนกลางของเสาเหล็ก มันคือ ‘น็อตสกรูเหล็กกล้าไร้สนิมคาร์บอนสูง’ ชนิดพิเศษ ที่มีรอยบากประหลาด ซึ่งเธอมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าไม่มีอยู่ในรายการวัสดุที่เธอสั่งซื้อ และไม่ใช่สเปกที่กรันต์ระบุไว้ในแบบคำนวณโครงสร้างเช่นกัน! กรันต์สังเกตเห็นความผิดปกติ เขาย่อตัวลงมาข้างๆ รสา ดวงตาคมกริบหรี่ลงเมื่อมองเห็นวัตถุแปลกปลอมนั้น รัศมีความเย็นชาแผ่ออกมาจากตัวของวิศวกรหนุ่มทันที "นี่มัน... สเปกของโครงสร้างรับแรงอัดในอาคารสูง ไม่ใช่โมเดลจำลอง" กรันต์พึมพำเสียงต่ำ ขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน รสาเงยหน้าขึ้นสบตากัน และในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดนอกห้องปฏิบัติการ พร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตู "ดูท่าทาง... งานชิ้นเอกของพวกคุณ จะต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญเร็วกว่ากำหนดสินะครับ รสา, กรันต์" เสียงทุ้มนุ่มคุ้นเคยเอ่ยทักขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มสุภาพที่มุมปากของ **ธาม** รุ่นพี่นักวิจัยโครงสร้างอัจฉริยะ ผู้กุมกุญแจไขปริศนาอุบัติเหตุตึกถล่มเมื่อสามปีก่อน ที่ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ... และสายตาที่อ่านไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่ *** ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแผ่นนี้ไปกับความเปราะบางและเข้มแข็งของรสาและกรันต์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในบทถัดไปค่ะ — *ที่คั่นหนังสือสีชมพู*
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหัวใจกับนายวิศวกรปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%