“อย่ามองเข้าไปในดวงตาของมัน ถ้าไม่อยากให้เศษเสี้ยววิญญาณของเธอถูกกระชากลงไปอยู่ในนั้นด้วย”
เสียงกระซิบแหบพร่าของอาจารย์รินรดาฟังดูเย็นเยียบเสียยิ่งกว่าอุณหภูมิภายในห้องเก็บศพใต้ดินของคณะโบราณคดี ศิรินทร์ชะงักฝีเท้า มือที่กำลังจะเอื้อมไปเปิดผ้าคลุมสีขาวหม่นหยุดค้างกลางอากาศ กลิ่นกำยานราคาถูกปนกับกลิ่นน้ำยาฟอร์มาลีนฉุนกึกจนแสบจมูก แต่นั่นยังไม่น่าสะพรึงกลัวเท่ากับสัมผัสที่เขารู้สึกได้จากร่างเบื้องหน้า—มันไม่มี ‘ร่องรอยของชีวิต’ หลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
“ผมมาที่นี่เพื่อหาคำตอบ ไม่ใช่มาเพื่อทำตามคำสั่งห้ามครับ อาจารย์” ศิรินทร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากทว่าแววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นกลับไหวระริก เขาเป็นคนประเภทที่เชื่อในเหตุและผล เชื่อในตรรกะที่พิสูจน์ได้ แต่การตายของนักศึกษาปีสามคนนี้... มันก้าวข้ามขอบเขตของวิทยาศาสตร์ไปไกลโข
เขาตัดสินใจกระชากผ้าคลุมออกอย่างรวดเร็ว
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำเอาศิรินทร์ต้องกลั้นหายใจ ร่างของนักศึกษาชายคนหนึ่งนอนแข็งทื่อ ผิวหนังซีดเผือดจนเห็นเส้นเลือดดำขยายตัวเป็นลายคล้ายรากไม้แผ่กระจายไปทั่วลำคอ ทว่าสิ่งที่ผิดปกติที่สุดไม่ใช่ร่องรอยเหล่านั้น แต่เป็น ‘ดวงตา’ ของศพที่เบิกโพลงค้างอยู่ มันไม่ได้ว่างเปล่าอย่างศพทั่วไป แต่มันเหมือนบ่อน้ำที่ไร้ก้นบึ้ง ซึ่งกำลังดูดกลืนทุกแสงสว่างรอบข้างเข้าไป
ทันใดนั้นเอง... ความเงียบงันภายในห้องก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงสัญญาณดิจิทัลที่ดังขึ้นในหัวของศิรินทร์อย่างกะทันหัน
[ ติ๊ง! ]
[ ตรวจพบสภาวะ 'สูญเสียวิญญาณฉับพลัน' ระดับความลึกลับ: คลาส A ]
[ ระบบ 'เนตรวิเคราะห์ไสยเวท' ทำงาน... กระบวนการวิเคราะห์อัตโนมัติ ]
[ คำเตือน: พลังงานอาคมตกค้างเข้มข้นเกินขีดจำกัดของผู้ใช้งาน ]
ศิรินทร์นิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด เหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าไปในลูกตาทั้งสองข้างของเขา โลกตรงหน้าพร่าเลือนไปชั่วขณะ ก่อนที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนเป็นสีขาวดำ ยกเว้นเพียงร่างของศพที่กำลังแผ่ออร่าสีม่วงเข้มออกมาเป็นระลอก
“เธอเห็นอะไร?” อาจารย์รินรดาก้าวเข้ามาใกล้ แววตาของหญิงสาวผู้เป็นอาจารย์เต็มไปด้วยความระแวดระวัง เธอกระชับเสื้อคลุมตัวยาวแน่นขึ้น พลางสังเกตอาการของลูกศิษย์คนเก่งที่ไม่ยอมละสายตาจากร่างนั้น
“มันไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ...” ศิรินทร์พึมพำ น้ำเสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย ขณะที่ภาพในหัวเริ่มฉายซ้ำราวกับฟิล์มภาพยนตร์ที่ถูกกรอถอยหลัง “ในตัวเขามี ‘ตราประทับเลือด’ ของวิชาสายดำที่สาบสูญไปนานแล้ว และที่สำคัญที่สุด... ร่างกายนี้ถูกใช้เป็น ‘ภาชนะ’ สำหรับกักขังบางอย่างที่ไม่มีวันตาย”
อาจารย์รินรดานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะโน้มตัวลงมาใกล้ข้างหูศิรินทร์แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกชัน “เธอยังไม่รู้อะไรอีกเยอะ ศิรินทร์ การที่ระบบเนตรของเธอตื่นขึ้นมาในจังหวะนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือคำเชิญ... คำเชิญสู่ความตายที่อาจารย์พยายามปกป้องเธอมาตลอด”
ศิรินทร์ยังคงจ้องมองไปยังจุดกึ่งกลางของหน้าอกศพ ซึ่งเริ่มปรากฏรอยแยกของมิติที่มองเห็นได้เพียงผ่านเนตรของเขาเท่านั้น รอยแยกนั้นกำลังสั่นไหวราวกับมีบางสิ่งพยายามจะตะเกียกตะกายออกมาจากความว่างเปล่า
“อาจารย์ครับ... หากนี่คือคำเชิญ ผมคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตอบรับมัน”
ในวินาทีนั้นเอง อุณหภูมิในห้องก็ดิ่งฮวบจนลมหายใจกลายเป็นไอ ศพที่เคยนอนนิ่งสนิทกลับขยับนิ้วมืออย่างช้าๆ เสียงกระดูกลั่นดัง ‘กร๊อบ’ ท่ามกลางความเงียบ และก่อนที่ศิรินทร์จะทันได้ตั้งตัว ดวงตาของศพที่เคยว่างเปล่ากลับปรากฏนัยน์ตาสีแดงฉานขึ้นมาอีกคู่หนึ่ง มันไม่ได้จ้องมองไปที่เขา แต่มันจ้องมองไปที่ ‘เงา’ ของเขาที่ทอดอยู่บนพื้น
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังรัวเร็วและบีบคั้นยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
[ คำเตือนวิกฤต: ตรวจพบตัวตนระดับตำนาน 'วิญญาณแค้นพันปี' ]
[ ภารกิจระดับ SSS เริ่มต้นขึ้น: 'จงเอาชีวิตรอดจากพันธนาการแห่งอาคม' ]
[ คำเตือน: หากท่านกะพริบตาเพียงเสี้ยววินาที... ความตายจะมาเยือนท่านเป็นลำดับถัดไป ]
เงาบนพื้นเริ่มยืดขยายและบิดเบี้ยว มันไม่ได้เป็นรูปร่างของศิรินทร์อีกต่อไป แต่มันกลายเป็นร่างของชายหนุ่มที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายกับ ‘พี่ชาย’ ของเขาที่หายสาบสูญไปเมื่อสามปีก่อน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปไขปริศนาสุดอันตรายนี้กับผมนะครับ... อรุณมนตราขาว
เนตรอาคมสยบวิญญาณ: ไขปริศนาฆาตกรรมอาถรรพ์ในรั้วสถาบัน•ตอนที่ 1
จุดเริ่มจากศพไร้สัมผัส
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนตรอาคมสยบวิญญาณ: ไขปริศนาฆาตกรรมอาถรรพ์ในรั้วสถาบัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
