เดิมพันพินัยกรรมเลือด: ย้อนเวลาพลิกบัลลังก์ทรราช•ตอนที่ 1

ฟื้นจากขุมนรก

ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในลำคอชัดเจนเสียจนข้าอยากจะสำลักออกมาเป็นก้อนเนื้อที่เน่าเปื่อย หากแต่ในวินาทีที่เปลือกตาหนักอึ้งดั่งถูกตะกั่วถ่วงเปิดขึ้น สิ่งที่ข้าสัมผัสได้กลับไม่ใช่กลิ่นสาบของความตายในคุกใต้ดิน หากแต่เป็นกลิ่นหอมอ่อนจางของไม้กฤษณาที่อบอวลอยู่ภายในห้องนอนอันคุ้นตา “คุณหนูเจ้าคะ ท่านจะตื่นมาทำไมตอนนี้กันเล่า? พิธีมงคลสมรสกับท่านแม่ทัพหยางรออยู่เบื้องหน้า หากท่านไม่รีบนอนเอาแรง ผิวพรรณในวันพรุ่งนี้จะซีดเผือดจนถูกพวกอนุภรรยาในจวนแม่ทัพเยาะเย้ยเอาได้นะเจ้าคะ” น้ำเสียงของ ‘ชิงหลัน’ สาวใช้คนสนิทที่ตายไปแล้วเมื่อสองปีก่อนดังขึ้นข้างหู ข้าผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วจนหัวใจเต้นรัวราวกับกลองศึก ความเย็นเฉียบของเหงื่อกาฬซึมผ่านเนื้อผ้าแพรเนื้อดีที่ข้าสวมใส่ ข้าก้มลงมองมือตนเอง—มือที่ไร้รอยแผลเป็นจากการทรมานด้วยแส้เหล็ก มือที่ยังคงนุ่มนวลและเกลี้ยงเกลา นี่ข้า... ย้อนเวลากลับมาจริงหรือ? ข้าเหลือบมองกระจกทองเหลืองบานเก่าบนโต๊ะเครื่องแป้ง ภาพสะท้อนใบหน้าที่ปรากฏหาใช่สตรีผู้โศกเศร้าที่ถูกต้อนให้จนมุมไม่ แต่มันคือใบหน้าของ ‘ซูเหมย’ ในวัยสิบแปดปี สตรีผู้ถูกตระกูลส่งตัวไปเป็นหมากทางการเมืองเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลหยาง โดยหารู้ไม่ว่านั่นคือแผนการกำจัดทิ้งเพื่อให้บุตรสาวคนรองของอนุภรรยาได้ก้าวขึ้นมาครองตำแหน่ง ‘ฮูหยินเอก’ แทน “ข้าไม่ไป” ข้าเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าสั่นสะท้านด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามกดทับไว้ ชิงหลันชะงักมือที่กำลังถือหวีไม้จันทน์ นางหันมามองข้าด้วยแววตางุนงง “คุณหนู... ท่านพูดเรื่องอันใดกันเจ้าคะ? หากท่านไม่ไป นายท่านจะทำอย่างไร? ราชโองการจากวังหลวงส่งมาถึงแล้ว ท่านจะขัดขืนราชโองการหรือเจ้าคะ?” ข้าเหยียดยิ้มที่มุมปาก—ยิ้มที่แม้แต่ข้าเองยังรู้สึกว่ามันช่างเยือกเย็นและห่างไกลจากความอ่อนแอในอดีต ข้าก้าวลงจากเตียง สัมผัสความเย็นของพื้นไม้กระดานที่แทรกซึมเข้าสู่ฝ่าเท้า ราวกับเป็นการตอกย้ำว่านี่ไม่ใช่ความฝัน "ราชโองการหรือ?" ข้าทวนคำ พลางเดินไปที่หน้าต่างไม้แกะสลัก มองออกไปสู่ความมืดมิดของจวนสกุลซูที่รายล้อมด้วยเหลี่ยมเล่ห์เพทุบาย "คนอย่างท่านพ่อ ไม่เคยสนใจชีวิตข้าหรอก สิ่งที่เขาต้องการคือตำแหน่งของท่านแม่ทัพหยาง และความมั่งคั่งที่จะไหลเข้าสู่ตระกูลจากการสมรสครั้งนี้ต่างหาก" ข้าหยิบพัดหยกที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาคลี่ออก ลมเย็นปะทะใบหน้า ความคิดของข้าแล่นปราดดุจสายฟ้าฟาด หากต้องตายในฐานะหมากที่ไร้ค่าในจวนแม่ทัพ สู้ข้าเผาจวนนี้ให้มอดไหม้ไปพร้อมกับพวกมันเสียยังดีกว่า แต่ช้าก่อน... หมากตัวที่ทรงพลังที่สุดไม่ได้มีไว้เพื่อทำลายเพียงอย่างเดียว แต่มันมีไว้เพื่อ ‘ควบคุม’ กระดานทั้งหมด “ชิงหลัน” ข้าเรียกเสียงเข้ม “ไปนำชุดที่ข้าเตรียมไว้สำหรับไปเยี่ยมญาติมาให้ข้า ข้าจะไม่แต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางหนาเตอะนั่น และเอา ‘ชาโสม’ ที่ท่านแม่ทัพส่งมาให้นั่นออกไปให้พ้นตาข้า” “แต่ว่า... ชาโสมนั่นคือของขวัญมงคลนะเจ้าคะ” ข้าหันกลับไปสบตาสาวใช้ สายตาที่แฝงไปด้วยอำนาจที่ข้าสั่งสมมาจากการเป็นกุนซือเงาในชีวิตที่แล้ว “มันไม่ใช่ชาโสม ชิงหลัน มันคือ ‘ผงรากพิษดอกชะมด’ ใครที่ดื่มเข้าไปติดต่อกันเจ็ดวัน จะมีอาการหลับใหลไร้สติ เลือดลมเดินไม่สะดวกจนดูเหมือนคนป่วยใกล้ตาย” ชิงหลันหน้าซีดเผือด “เหตุใด... เหตุใดคุณหนูถึงทราบ...” ข้าไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่กลับเดินไปที่โต๊ะไม้ประดู่ ข้าเปิดลิ้นชักลับที่ไม่มีใครล่วงรู้ หยิบเอาตราประทับสีหยกมันแพะขึ้นมา มันเป็นตราที่ข้าได้มาจากการช่วยชีวิตบุรุษผู้หนึ่งในยามที่เขาสิ้นไร้ไม้ตอก... บุรุษที่บัดนี้กลายเป็นท่านอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพทมิฬ ‘จ้าวเหวินหลง’ ในชีวิตที่แล้ว ข้าหลงรักเขาจนยอมสละทุกอย่างเพื่อเขา แต่ในชีวิตนี้ ความรักเป็นเพียงเรื่องรอง สิ่งที่ข้าต้องการคือการทำลายพวกที่กดขี่ข้า และเหยียบย่ำพวกมันให้จมดินด้วยมือของข้าเอง ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของบุรุษผู้หนึ่งก็ดังขึ้นหน้าเรือน ก่อนที่ประตูห้องจะถูกผลักออกโดยไม่มีการเคาะตามมารยาท พ่อของข้า—ซูเหยียน ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง ข้างกายเขามีขุนนางเฒ่าผู้หนึ่งที่ข้าคุ้นเคยเป็นอย่างดี คนของฝ่ายตรงข้ามที่ร่วมมือกับแม่ทัพหยาง “ซูเหมย! เจ้ายังไม่อาบน้ำแต่งตัวอีกหรือ?” ซูเหยียนคำราม “พระราชโองการมาถึงแล้ว ท่านแม่ทัพหยางส่งคนมาคุมตัวเจ้าไปตั้งแต่รุ่งสางวันพรุ่งนี้ หากเจ้าทำเรื่องเสื่อมเสียให้ตระกูลซูเพียงนิดเดียว ข้าจะตัดชื่อเจ้าออกจากผังตระกูลเสีย!” ข้าหันไปเผชิญหน้ากับคนเป็นพ่อ สายตาของข้าไม่ได้มีความหวาดกลัวดั่งเช่นในอดีตอีกต่อไป มันคือความสมเพชที่แผ่ซ่านออกมาจนผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าถึงกับชะงักไปชั่วครู่ “ตัดชื่อข้าออกหรือท่านพ่อ?” ข้าเดินเข้าไปหาเขาช้าๆ กรีดนิ้วไปบนโต๊ะอย่างแช่มช้า “ท่านแน่ใจหรือว่าตระกูลซูจะยังคงอยู่ หากข้าเปิดเผยความลับเรื่องคลังเสบียงลับที่ท่านแอบซ่อนไว้ให้กับทางราชสำนัก?” ใบหน้าของซูเหยียนเปลี่ยนจากสีแดงก่ำเป็นขาวซีด เขารีบกวาดสายตามองคนรอบข้าง ก่อนจะกระซิบเสียงลอดไรฟัน “เจ้าพูดจาเหลวไหลอันใด! เจ้าไปรู้อะไรมา!” “ข้ารู้มากกว่าที่ท่านคิด” ข้าหยิบถ้วยชาโสมขึ้นมา หมุนมันไปมา “และข้ารู้ด้วยว่า... คืนนี้ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าท่านจะเซ็นสัญญาแบ่งทรัพย์สินครึ่งหนึ่งให้ข้า” ขุนนางเฒ่าข้างกายซูเหยียนหัวเราะหึๆ ก่อนจะวางพระราชโองการลับลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษหนาๆ กระทบโต๊ะดังสนั่น “แม่นางซู เจ้าช่างปากกล้าเกินวัยนัก... แต่อย่าลืมไปว่าในจวนแม่ทัพหยางนั้น มีสิ่งที่รอต้อนรับเจ้าอยู่... ไม่ใช่เพียงแค่การสมรส” เขากดถ้วยชาอีกถ้วยหนึ่งที่เพิ่งรินเสร็จลงตรงหน้าข้า กลิ่นหอมฉุนของดอกไม้พิษโชยเข้าจมูก “ดื่มเสีย... แล้วเราจะมาคุยกันว่าเจ้าจะรอดพ้นคืนนี้ไปได้อย่างไร” ข้ามองถ้วยชาในมือ ขุนนางเฒ่าผู้นี้ไม่ได้มาเพื่อรับตัวข้าไปสมรส แต่มันมาเพื่อปิดปากข้าตั้งแต่คืนนี้! ข้าเงยหน้าขึ้น สบตากับมันด้วยสายตาที่เด็ดขาด ก่อนจะใช้นิ้วเรียวคีบถ้วยชานั้นขึ้นมา มือของข้านิ่งสนิทราวกับรูปสลัก ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ประตูเรือนถูกเปิดออกอีกครั้งด้วยแรงเตะที่รุนแรงจนบานประตูแทบหลุดออกจากวงกบ เงาร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำทมิฬก้าวเข้ามา แสงจันทร์ส่องกระทบใบหน้าคมสันที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก จ้าวเหวินหลง... ท่านอ๋องผู้ไม่เคยมีใครได้เห็นใบหน้ายามโกรธเกรี้ยว เขาก้าวมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าข้า ก่อนจะปัดถ้วยชาในมือข้าจนแตกกระจายเต็มพื้น “ใครอนุญาตให้คนของตระกูลหยาง มาข่มขู่สตรีของเปิ่นหวางในเรือนนี้?” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาไปกับข้านะครับ แล้วพบกันในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดิมพันพินัยกรรมเลือด: ย้อนเวลาพลิกบัลลังก์ทรราช นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%