“โครงสร้างที่วิศวกรอย่างคุณภูมิใจนักหนา กำลังจะกลายเป็นหลุมศพของความล้มเหลว... คุณพริมา”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยแรงกดดันดังกังวานขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูบนชั้นสูงสุดของตึกอัครเดโช พริมายืนหลังตรงดิ่ง แววตาของเธอวาวโรจน์ด้วยความทิฐิ แม้ฝ่ามือใต้โต๊ะจะกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อเพื่อข่มอาการสั่นไหว
ศิลา อัครเดโช ไม่ได้มองมาที่เธอ สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขากำลังจดจ้องอยู่กับแบบแปลนก่อสร้างที่ถูกกางอยู่บนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งราคาแพงระยับ ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาลากผ่านเส้นสายของเหล็กเสริมคอนกรีต ราวกับกำลังลูบไล้ร่องรอยบนเรือนร่างของเหยื่อที่กำลังจะถูกกลืนกิน
“ดิฉันยืนยันในมาตรฐานวิศวกรรมค่ะท่านประธาน รอยร้าวที่เกิดขึ้นเป็นเพียงส่วนประกอบโครงสร้างรอง ซึ่งเรามีวิธีแก้ไขโดยไม่กระทบต่อความมั่นคงหลัก ดิฉันไม่ได้ทำโครงสร้างให้เป็นหลุมศพอย่างที่ท่านกล่าวหา”
พริมาโต้กลับด้วยน้ำเสียงมั่นคง ทว่าหัวใจของเธอกลับเต้นรัวด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยน เมื่อศิลาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น สบประสานสายตากับเธอ แววตาของเขามืดดำและลึกล้ำราวกับห้วงเหวที่พร้อมจะฉุดกระชากทุกอย่างลงไปฝังไว้ใต้ผืนดิน
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงของเขาทำให้พริมารู้สึกราวกับถูกต้อนให้จนมุมในกรงขังที่มองไม่เห็น ชายหนุ่มเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาหาเธออย่างเชื่องช้า แต่ละย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ทำให้บรรยากาศรอบกายหนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
“มาตรฐาน... งั้นเหรอ?” เขาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นกายหอมสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศทำให้พริมาต้องกลั้นหายใจ “คุณรู้อะไรไหมพริมา ความถูกต้องในโลกของผม มันไม่ใช่สิ่งที่เขียนลงบนกระดาษ แต่มันคือสิ่งที่มีอำนาจมากพอจะบดขยี้ได้ต่างหาก”
ศิลาเอื้อมมือขึ้นมา เชยคางมนของเธอขึ้นเบาๆ สัมผัสนั้นแผ่ซ่านความร้อนประหลาดเข้าสู่กระแสเลือดของหญิงสาว พริมาเบือนหน้าหนีด้วยความถือดี แต่เขากลับใช้ปลายนิ้วโป้งไล้ไปตามริมฝีปากล่างของเธออย่างถือวิสาสะจนมันขึ้นสีระเรื่อ
“อย่ามาทำกิริยาหยาบคายกับดิฉันนะคะ” เธอเอ่ยเสียงสั่น พยายามผลักอกแกร่งของเขาออก แต่ชายหนุ่มกลับไม่สะทกสะท้าน ตรงกันข้าม เขากลับกดน้ำหนักตัวลงมาจนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ
“หยาบคาย?” ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ “สิ่งที่ผมจะทำหลังจากนี้ต่างหากที่เรียกว่าหยาบคาย ถ้าคุณยังคิดจะเล่นเกมท้าทายผมด้วยหลักการที่ไร้ค่าพวกนี้ คุณต้องจ่ายค่าตอบแทนที่สาสม... และคุณเองก็รู้ดีว่าผมไม่ได้หมายถึงเรื่องเงิน”
เขาก้มลงมากระซิบข้างใบหู แรงลมหายใจร้อนผ่าวทำเอาขนอ่อนลุกชันไปทั้งตัว “งานของคุณมีปัญหา เพราะคุณกำลังหลงเชื่อคำลวงของรวินท์... และถ้าคืนนี้คุณยังไม่ยอมตาสว่าง ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะไม่ใช่แค่โครงสร้างตึก แต่จะเป็นชีวิตของคนที่คุณรักที่สุดในบ้านหลังนั้นด้วย”
คำพูดของเขาหยุดชะงักลงเพียงเท่านั้น แต่มันกลับกรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของพริมาจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ภาพของ ‘แม่’ ที่กำลังรอคอยให้เธอกลับไปทานมื้อค่ำด้วยกันอย่างอบอุ่นผุดขึ้นมาในหัว แม่คือโลกทั้งใบของเธอ คือความทรงจำสีขาวสะอาดที่เธอต้องปกป้องไว้ด้วยชีวิต ไม่ว่าศิลาจะร้ายกาจเพียงใด เขาก็แตะต้อง ‘ความบริสุทธิ์’ ในใจของเธอไม่ได้เด็ดขาด
“คุณทำแบบนี้เพื่ออะไร...” พริมาถาม เสียงของเธอเริ่มพร่าเลือนด้วยความแค้นที่ปะปนกับความหวั่นไหว “คุณเกลียดครอบครัวฉันนักหรือไง ถึงได้ใช้เรื่องงานมาข่มขู่กันแบบนี้”
ศิลาไม่ได้ตอบในทันที เขาผละออกเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับกำลังค้นหาความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งแกร่งนั้น เขายกมือขึ้นปัดปอยผมที่ปรกหน้าเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นไม่ได้มีความอ่อนโยน แต่กลับเต็มไปด้วยแรงครอบครองที่ทำให้น่าสั่นสะท้าน
“เพราะความแค้นมันลึกเกินกว่าที่คุณจะจินตนาการได้พริมา” เขากล่าวเสียงเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยรอยร้าวในใจที่ไม่มีใครได้เห็น “และคุณ... คือจิ๊กซอว์ตัวเดียวที่ผมจะใช้ทำลายทุกอย่างที่คนตระกูลวิริยะวัฒน์สร้างมาให้พังทลายลงคามือ”
เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ทิ้งระยะห่างให้เธอได้หายใจ แต่สายตายังคงจับจ้องไม่วางตา “เย็นนี้ ผมจะมีแขกพิเศษมาทานมื้อค่ำที่บ้าน... เตรียมตัวให้พร้อม เพราะถ้าคุณทำพลาดแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่ผมจะทำหลังจากนั้น จะไม่ใช่แค่การรื้อโครงสร้างตึก แต่จะเป็นการรื้อชีวิตของคุณจนไม่เหลือชิ้นดี”
ศิลาหันหลังกลับไปที่โต๊ะทำงาน ไม่หันมามองเธออีกราวกับเธอเป็นเพียงมดปลวกในอาณาจักรของเขา พริมายืนเคว้งคว้างอยู่ที่เดิม ความโกรธแค้นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามปฏิเสธ... ความหวั่นไหวต่อปีศาจร้ายในคราบเทพบุตรคนนี้ที่ค่อยๆ กัดกินหัวใจของเธอทีละน้อย
ทว่าก่อนที่เธอจะก้าวออกจากห้อง เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น ศิลาหยิบมันขึ้นมามองหน้าจอแล้วชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะหันมามองพริมาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... มันเป็นความเย็นชาที่มากกว่าเดิมหลายเท่า
“รวินท์เพิ่งส่งข้อความมาหาผม...” ศิลาแค่นยิ้มที่มุมปาก “เขาบอกว่าเขากำลังไปหาแม่ของคุณที่บ้าน... เพื่อ ‘เจรจา’ เรื่องข้อเสนอทางธุรกิจที่น่าสนใจ”
พริมาเบิกตากว้าง ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลัง หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอรู้ดีว่ารวินท์เป็นคนอย่างไร และการที่เขาบุกไปถึงที่นั่น มันไม่มีทางเป็นเรื่องดีอย่างแน่นอน
“คุณว่าไงนะ!”
“ไปดูให้เห็นกับตาสิพริมา... ว่าในขณะที่คุณยืนเถียงกับผมเรื่องรอยร้าวบนตึก คนของคุณกำลังจะถูกกระชากลงสู่หุบเหวโดยคนที่คุณมองว่า ‘ปลอดภัย’ กว่าผม”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงไปในวังวนแห่งความแค้นและเสน่หาของพริมาและศิลาไปพร้อมกับชฎาพรายไวน์แดงนะคะ
กรงเล็บพิฆาตใจ: วิศวกรสาวกับคดีลับรอยราคี•ตอนที่ 1
รอยร้าวบนโครงสร้าง
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงเล็บพิฆาตใจ: วิศวกรสาวกับคดีลับรอยราคี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
