เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กบนโต๊ะประชุมกระจกใสเงาวับดังสนั่น ลบภาพความเงียบเชียบของสำนักงานสถาปนิกใจกลางกรุงเทพฯ ในยามบ่ายแก่ๆ ได้อย่างสิ้นเชิง
"ถ้าคุณคิดว่าการยกผนังกระจกเทมเปอร์กั้นห้องน้ำแบบไร้เสารับน้ำหนักในแปลนนี้ มันเป็นงานศิลปะที่ชาญฉลาดล่ะก็... ผมคงต้องบอกตามตรงว่าคุณควรกลับไปเรียนวิชาโครงสร้างพื้นฐานมาใหม่นะครับ คุณพาย"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบจนเย็นเยียบเอ่ยขึ้น เจ้าของเสียงคือชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้มไร้รอยยับ ปราชญ์... สถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและวาจาร้ายกาจราวกับติดใบมีดโกน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดันกรอบขึ้นเล็กน้อยเพื่อจ้องมองหญิงสาวฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เกรงใจ
พายสูดลมหายใจเข้าลึกจนอกอิ่มกระเพื่อมไหว ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววพะเนียงเพลิง เธอตวัดสายตากลับไปอย่างดุดันไม่แพ้กัน เรียวปากเคลือบลิปสติกสีแดงเบอร์รี่เม้มเข้าหากันนิดๆ ก่อนจะสวนกลับทันควันโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด
"แล้วถ้าคุณปราชญ์ผู้รอบรู้และน่ารำคาญที่สุดในสามโลก จะกรุณาแหกตาดูบันทึกย่อสีเหลืองที่ฉันแปะไว้ท้ายเล่มสักนิด คุณก็จะเห็นว่าฉันออกแบบให้มีคานซ่อนเหล็กกล่องรับน้ำหนักไว้ด้านบนเรียบร้อยแล้วค่ะ! ไม่ได้เอาหัวแม่เท้าคิดเหมือนที่คุณกำลังปรามาสฉันอยู่หรอกนะ!"
ปราชญ์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท เขายื่นมือเรียวยาวไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาพิจารณาช้าๆ ราวกับจงใจยื้อเวลาเพื่อกวนโมโหคนตรงหน้า ดวงตาคมกวาดตามองตัวเลขและสัญลักษณ์ทางสถิติที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่เฉียบคม
บรรยากาศในห้องประชุมแคบๆ อัดแน่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ ไม่มีใครยอมใคร สองคนนี้ถูกจับพลัดจับผลูให้มารับผิดชอบโปรเจกต์รีโนเวทคอมเพล็กซ์มาร์เก็ตติ้งขนาดใหญ่ที่สุดแห่งปีร่วมกัน โดยที่ต่างฝ่ายต่างมีประวัติ "เขี่ย" ทีมงานคนก่อนหน้ากระเด็นมาแล้วนักต่อนัก จนสุดท้ายบอสใหญ่ใจร้ายเลยตัดสินใจลงทัณฑ์ด้วยการจับสิงห์มาขังรวมกับเสือ
"คานซ่อนของคุณมันรับน้ำหนักได้แค่ห้าร้อยกิโลกรัมครับ... แต่สเปกวัสดุกระจกที่ผมเลือกใช้มันน้ำหนักเกือบแปตัน ถ้าฝืนสร้างตามนี้ มีหวังวันเปิดตัวโปรเจกต์ ห้องน้ำหรูของคุณคงกลายเป็นสระว่ายน้ำส่วนตัวกลางล็อบบี้แน่ๆ" ปราชญ์โยนกระดาษแผ่นนั้นกลับลงโต๊ะเบาๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ
พายกัดฟันกรอด มือเรียว2ข้างกำเข้าหากันแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าไปในเนื้อ เธอเกลียดคนประเภทนี้ที่สุด... คนที่ฉลาดเป็นกรดแต่ไร้ซึ่งศิลปะในการถนอมน้ำใจคนอื่น ปราชญ์เก่งกาจเรื่องการคำนวณและโครงสร้าง แต่เขาไม่มีหัวใจให้กับความงามทางสถาปัตยกรรมเอาเสียเลย
"งั้นก็แก้สิคะ! หน้าที่ของคุณคือประสานโครงสร้างให้เข้ากับดีไซน์ ไม่ใช่มานั่งจับผิดแล้วทำหน้าตายซากใส่ฉันเหมือนคนท้องผูกมาสามวันแบบนี้!"
"ปากคอเราะร้ายแบบนี้... มิน่าล่ะ ทีมเก่าถึงหนีหายไปหมดไม่เหลือแม้แต่เงา" ปราชญ์พึมพำเบาๆ แต่ตั้งใจให้ได้ยิน ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ กอดอกมองเธอด้วยแววตานิ่งสนิทที่ชวนให้อารมณ์ขึ้นยิ่งกว่าเดิม
"แล้วคุณล่ะคะ! ที่โดนเขี่ยมาจากโปรเจกต์คฤหาสน์หมื่นล้านเพราะเรื่องมากจนลูกค้าถอนทุนคืน คงเพราะไม่มีใครทนความเย่อหยิ่งน่ารำคาญของคุณได้มากกว่าล่ะสิไม่ว่า!" พายสวนกลับทันควัน เสียงหวานใสแต่คมกริบทำเอาปราชญ์ชะงักไปนิด ดวงตาคมเข้มหรี่ลงเล็กน้อย รังสีความหงุดหงิดแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาอย่างชัดเจน
ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมจะลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของพายก็แผดเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ เธอก้มลงมองหน้าจอ ปรากฏชื่อของ "ริน" เพื่อนสนิทตัวดีที่โทรมาตามนัดกินข้าวเย็น
พายถอนหายใจยาวเหยียดเพื่อระบายความอัดอั้น เธอกวาดแฟ้มเอกสารทั้งหมดเข้าหากันอย่างลวกๆ แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตากลมโตจ้องมองชายหนุ่มผู้ นั่งไขว่ห้างทำหน้าตายอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยความหมั่นไส้ขั้นสุด
"วันนี้เราเคลียร์กันไม่จบแน่ค่ะคุณปราชญ์ พรุ่งนี้เก้าโมงเช้า... เอาแปลนโครงสร้างที่คุณแก้แล้วมาวางบนโต๊ะนี้ หวังว่าคุณคงไม่ใช้ข้ออ้างเรื่องปวดท้องหรือหมาป่วยมาเบี้ยวนัดหรอกนะ"
ปราชญ์ปรายตามองเธออย่างเยือกเย็น ไม่มีความสะทกสะท้านใดๆ ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลานั้น เขายันตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงของเขาทำให้พายต้องแหงนหน้ามองเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
"ผมไม่เคยเบี้ยวนัดใคร... ยกเว้นแต่ว่างานชิ้นนั้นมันไร้สาระเกินกว่าจะเสียเวลา" ปราชญ์ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะฝั่งที่เธอยืนอยู่ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนพายได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ที่ผสมผสานกับกลิ่นกระดาษและกาแฟเข้มข้น "และจำไว้ด้วยคุณพาย... ถ้าพรุ่งนี้คุณยังเอาดีไซน์เด็กอมมือมาเสนออีก ผมจะยกเลิกสัญญาแล้วทำมันคนเดียวทั้งหมดซะ"
"เชิญเลยค่ะ! ถ้าคิดว่าสมองอันคับแคบของคุณจะจินตนาการงานศิลปะชิ้นนี้ออกน่ะนะ!"
พายเชิดหน้าใส่ ปะทะสายตากับเขาในระยะประชิด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความเขินอาย... แต่เป็นเพราะความโกรธล้วนๆ (เธอบอกตัวเองเช่นนั้นซ้ำๆ) ปราชญ์จ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงไม่หยุดด้วยแววตาลึกล้ำแปลกๆ ชั่ววินาทีหนึ่งที่บรรยากาศรอบตัวเงียบงันลงอย่างกะทันหัน ความตึงเครียดทางธุรกิจเปลี่ยนรูปเป็นกระแสความดึงดูดบางอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด
ติ๊ง!
เสียงลิฟต์ด้านนอกห้องประชุมเปิดออก พร้อมกับร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มอีกคนในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขน ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้างและถุงกาแฟในมือ
"พาย... พี่สั่งลาเต้ปั่นหวานน้อยมาฝาก... อ้าว ขอโทษที พี่ขัดจังหวะอะไรพวกคุณอยู่หรือเปล่าเนี่ย?"
ทั้งพายและปราชญ์ผละออกจากกันโดยอัตโนมัติราวกับมีกระแสไฟช็อต พายหน้าแดงก่ำด้วยความตกใจ ขณะที่ปราชญ์หรี่ตามองผู้มาใหม่ด้วยแววตาคมกริบที่อ่านไม่ออก
หวังว่าตอนต่อไป รี้ดเดอร์คงไม่ใจร้อนอยากหยิกหลังพระเอกมากเกินไปนะครับ ขอบคุณที่ติดตามอ่านผลงานของโครโนสทริกเกอร์ครับ
เซฟโซนของคนคลั่งงานกับโปรเจกต์หัวใจที่สั่งไม่ได้•ตอนที่ 1
แบบแปลนแห่งความวุ่นวาย
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานกับโปรเจกต์หัวใจที่สั่งไม่ได้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
