“ถ้าคุณคิดว่าบรรทัดคำสั่งพวกนั้นมันซื่อสัตย์นัก ทำไมล็อกไฟล์ถึงกำลังโกหกคุณหน้าตาเฉยล่ะคะ คุณคีย์”
น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดอาบยาพิษดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องควบคุมระบบเซิร์ฟเวอร์ชั้นสิบห้า กลิ่นอายความตึงเครียดคุกรุ่นจนแทบจะจุดประกายไฟได้ รินรดา ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานกระจกใส แววตาคู่คมกริบกวาดมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังรันโค้ดนับร้อยบรรทัดด้วยความเย้ยหยันเล็กๆ ที่มุมปาก
ในฐานะนักวิเคราะห์พฤติกรรม เธอมองทะลุยิ่งกว่าโครงสร้างอัลกอริทึม เธอมองเห็น ‘เจตนา’ ของคนที่เขียนมันขึ้นมา
คีย์ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อฮู้ดสีดำสนิท ชะงักมือที่กำลังพรมลงบนคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็ว เขาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ภายใต้กรอบแว่นสายตา เลนส์แว่นสะท้อนแสงไฟนีออนจนยากจะอ่านความรู้สึก แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนขึ้นบ่งบอกชัดเจนว่าเขาไม่พอใจอย่างยิ่งที่ถูก ‘จับไต๋’ ได้
“ระบบของผมไม่มีวันโกหก” คีย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาไม่แพ้กัน ดวงตาสีเข้มจ้องมองเธอกลับราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “ตัวเลขไม่รู้จักคำว่าโกหก รินรดา มันมีแค่ศูนย์กับหนึ่ง มีแค่จริงกับเท็จ คนต่างหากที่ชอบใส่ ‘อารมณ์เน่าๆ’ ของตัวเองลงไปในความสมบูรณ์แบบของลอจิก”
“โอ้ จริงเหรอคะ?” รินรดายกยิ้มมุมปาก ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ชายหนุ่มช้าๆ อย่างจงใจคุกคามพื้นที่ส่วนตัว เธอโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเขา “แต่วิทยาศาสตร์ทางจิตวิทยาบอกไว้อย่างนะคะ ว่ายิ่งคนเราพยายามสร้างระบบที่ ‘ไร้ที่ติ’ มากเท่าไหร่ ยิ่งแปลว่าพวกเขากำลังซ่อนความบิดเบี้ยวเอาไว้มหาศาล… เหมือนกับที่คุณกำลังลบประวัติการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ในช่วงสามทุ่มเมื่อคืนนี้ยังไงล่ะคะ”
คีย์ชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที—สั้นเสียจนคนทั่วไปไม่มีทางสังเกตเห็น แต่สำหรับนักอ่านภาษากายระดับมืออาชีพอย่างรินรดา มันชัดเจนยิ่งกว่าไฟนีออน ดวงตาของเขาไหววูบไปชั่วพริบตา ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความแข็งกร้าวตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัว
“คุณกำลังกล่าวหาผม”
“ดิฉันไม่ได้กล่าวหาค่ะ ดิฉันกำลัง ‘วินิจฉัย’” รินรดาจงใจลากเสียงยาวอย่างเย้ายวน เธอเอื้อมมือเรียวบางไปแตะที่ขอบโต๊ะทำงานของเขา ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ บนตัวชายหนุ่ม “คุณจงใจป้อนข้อมูลปลอมเข้าระบบเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากช่องโหว่บางอย่าง… ช่องโหว่ที่เกี่ยวข้องกับตัวคุณเองโดยตรง ทำไมคะ? กลัวว่าความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังบรรทัดโค้ดพวกนั้น จะถูกคนอื่นล่วงรู้เข้าอย่างนั้นเหรอ”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก คีย์ไม่หลบสายตา เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายของเขาสูงใหญ่จนทำให้รินรดาต้องเงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อย แต่เธอกลับไม่มีทีท่าหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เธอกลับเชิดคางขึ้นท้าทายด้วยซ้ำ
ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่คืบ ความร้อนจากร่างกายของคนทั้งสองปะทะกันจนใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อพบว่าแววตาของคีย์ไม่ได้มีแค่ความโกรธ แต่มันมีความ ‘คลั่ง’ บางอย่างซ่อนอยู่ลึกๆ—ความคลั่งที่พยายามถูกกดทับไว้ด้วยกฎเกณฑ์และตรรกะอันเย็นชา
“คุณนี่มัน… ร้ายกาจเป็นบ้า” คีย์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการจะแผดเผาเธให้เป็นจุล “รู้อะไรไหมรินรดา คนที่ฉลาดเกินไปจนรู้ทันคนอื่นไปเสียหมด… มักจะอายุสั้น”
“งั้นเหรอคะ?” รินรดายิ้มหวานหยาดเยิ้ม ไร้ความเกรงกลัวใดๆ “แต่ดิฉันกลับคิดว่า… คนที่พยายามผลักไสคนอื่นออกไปด้วยกำแพงตรรกะต่างหาก ที่เป็นฝ่าย ‘โดดเดี่ยว’ จนน่าเวทนาที่สุด”
คำพูดนั้นราวกับลูกศรที่ปักเข้ากลางใจของคีย์อย่างแม่นยำ มือหนาของเขาเอื้อมพรวดมากำข้อมือเรียวของรินรดาไว้แน่นโดยอัตโนมัติ แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นและเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้าจนควบคุมไม่ได้ ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ใกล้กันจนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน
รินรดาสدชะงัก หัวใจเต้นรำระส่ำไม่เป็นส่ำ เธอยอมรับเลยว่าไม่ได้คาดคิดว่าเขาจะตอบโต้ด้วยการรุกรานทางกายภาพที่ใกล้ชิดขนาดนี้ แววตาของคีย์เปลี่ยนไป มันไม่ใช่แววตาของโปรแกรมเมอร์ผู้เยือกเย็นอีกต่อไป แต่มันคือแววตาของนักล่าที่กำลังจนมุมและพร้อมจะขย้ำเหยื่อให้จมเขี้ยว
“ถ้าคุณเก่งนัก… ก็ลองทายสิว่าตอนนี้ผมกำลังคิดอะไรอยู่” คีย์กระซิบเสียงพร่า, ชิดริมหูของเธอจนขนลุกซู่ “ทายซิว่าผมอยากจะลบข้อมูล ‘ส่วนไหน’ ของคุณออกจากระบบนัก”
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้สวนกลับด้วยคำพูดคมคายเพื่อกู้ศักดิ์ศรี จู่ๆ ประตูห้องควบคุมระบบก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงหอบหายใจและใบหน้าซีดเผือดของทีมงานฝ่ายไอทีที่วิ่งพรวดพราดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก
“คุณคีย์! คุณรินรดาแย่แล้วครับ! ไฟร์วอลล์หลักถูกเจาะ… มีคนกำลังดาวน์โหลด ‘ข้อมูลลับสุดยอด’ ออกจากเซิร์ฟเวอร์กลาง!”
คีย์ปล่อยมือจากข้อมือของรินรดาในทันที ดวงตาคมกริบเบนกลับไปมองหน้าจอหลักที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกระพริบเตือนภัยรัวๆ รินรดานิ่วหน้า หันขวับไปมองหน้าจอทันทีเช่นกัน ความตึงเครียดเปลี่ยนทิศทางในเสี้ยววินาที
แต่ก่อนที่คีย์จะก้าวเท้าเข้าไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อกู้ระบบ สายตาของเขากลับเหลือบมามองรินรดาชั่วแวบหนึ่ง พร้อมกับคำกระซิบแผ่วเบาที่ทำให้เลือดในกายของเธอกลายเป็นน้ำแข็ง
*“ยินดีต้อนรับสู่เกม… รินรดา”*
---
ขอบคุณสำหรับการติดตามตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
รหัสลับรักฉบับวิเคราะห์ใจ: เมื่อโปรแกรมเมอร์ต้องเรียนรู้ภาษามนุษย์•ตอนที่ 1
ข้อมูลที่บิดเบี้ยว
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับรักฉบับวิเคราะห์ใจ: เมื่อโปรแกรมเมอร์ต้องเรียนรู้ภาษามนุษย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!