รสละมุนอุ่นไอรัก ณ ไร่สุขในวันวาน•ตอนที่ 34

การเดินทางเข้าเมืองใหญ่

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
"สัญญาเช่าตึกสามชั้นย่านการค้าใจกลางเมืองหลวง... ขอรับรองว่าถ้าไม่ใช่คนของท่านแม่ทัพกู้ ผู้อื่นคงไม่มีทางได้สิทธิ์ครอบครองทำเลทองนี้เป็นแน่ครับ เถ้าแก่หลิน" เสียงของนายหน้าค้าที่ดินวัยกลางคนดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเจื่อนที่พยายามปั้นแต่งให้ดูนอบน้อมที่สุด บนโต๊ะไม้เนื้อดีในห้องรับรองส่วนตัวของเหลาสุราชื่อดัง เอกสารสิทธิ์ฉบับหนึ่งถูกเลื่อนเข้ามาตรงหน้า หลินอวี้เหมยชำเลืองมองมันเพียงแวบเดียว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่นั่งนิ่งอยู่ข้างกาย กู้หานไม่ได้ปริปากพูดอะไรตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องนี้ ร่างสูงใหญ่ในแบบฉบับนายทหารผ่านศึกแผ่ไอเย็นเยียบและความดุดันออกมาโดยธรรมชาติ สันจมูกโด่งเป็นคม ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคอยกวาดตามองรอบบริเวณเพื่อความปลอดภัยของภรรรยาตลอดเวลา มือหนาข้างหนึ่งวางทราบอยู่บนโต๊ะ ส่วนอีกข้างคอยรินน้ำชาอุ่นๆ เลื่อนส่งให้ภรรยาด้วยความใส่ใจ ราวกับว่าเรื่องสัญญาเช่าตึกราคาแพงลิบลิ่วตรงหน้าเป็นเพียงเรื่องลมแล้งที่ไม่น่าใส่ใจเท่ากับกลัวว่าริมฝีปากบางของภรรยาจะแห้งผาก "ทำเลตรงข้ามกับหอการค้าเขตตะวันตก และอยู่ไม่ไกลจากจวนอ๋อง... ถือว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ยอดเยี่ยมมากครับ นายหน้าเฉิน" อวี้เหมยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่วางท่าทีสุขุมนุ่มลึก นางยกถ้วยชาขึ้นจิบนิดๆ ปล่อยให้กลิ่นหอมกรุ่นของใบชาชั้นดีกระจายอยู่ในช่องปาก ก่อนจะวางลงเบาๆ "แต่ข้าสงสัย... เหตุใดท่านถึงยอมลดราคาค่าเช่าลงถึงสามส่วน ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีพ่อค้าจากตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงเสนอราคาให้สูงกว่านี้เสียด้วยซ้ำ" นายหน้าเฉินสะดุ้งเล็กน้อย ยิ้มแห้งๆ จนริ้วรอยบนใบหน้าย่นยู่ เขาเหลือบมองกู้หานแวบหนึ่งด้วยความหวาดหวั่น ใครบ้างจะไม่รู้ว่ากิตติศัพท์ความเด็ดขาดในสนามรบของพันจ่ากู้หานน่าสะพรึงกลัวเพียงใด อีกทั้งอำนาจมืดเบื้องหลังที่คอยสนับสนุนภรรยาผู้นี้ ไม่ใช่สิ่งที่พ่อค้าหน้าเลือดคนไหนจะกล้าหาเรื่องด้วย "ฮ่าๆ... เถ้าแก่หลินล้อเล่นแล้วครับ การค้าขายย่อมต้องเลือกคนที่เหมาะสมที่สุด ตึกคูหา Nั้นร้างราผู้คนมานานเพราะไม่มีใครมีปัญญาปรับปรุงให้ถูกใจขุนนางตรวจการได้ แต่ข้าเชื่อมั่นว่า... ด้วยฝีมือการทำอาหารและวิสัยทัศน์ของท่าน จะต้องเนรมิตให้ที่แห่งนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานบทใหม่ในเมืองหลวงได้อย่างแน่นอนครับ" นายหน้าเฉินรีบแก้ตัวพัลวัน อวี้เหมยแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ นางรู้ดีว่าเบื้องหลัง "ความเหมาะสม" นี้ ย่อมหนีไม่พ้นอำนาจและอิทธิพลที่สามีของนางแอบไปจัดแจงเคลียร์เส้นทางไว้ให้เรียบร้อยแล้ว แม้ปากเขาจะบอกว่าไม่อยากยุ่งเรื่องการค้าของนาง แต่ลับหลังกลับกวาดล้างอุปสรรคและกว้านซื้อสิทธิประโยชน์มาปูพรมรอรับนางอย่างเงียบเชียบเสมอ "ถ้าเช่นนั้น... เรื่องสัญญาถือว่าตกลงตามนี้ครับ" อวี้เหมยเอื้อมมือไปหยิบพู่กัน จรดปลายหมึกเซ็นชื่อลงบนสัญญาด้วยลายมือที่เฉียบคมและทรงพลัง ราวกับประกาศิตที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลง "พรุ่งนี้ข้าจะให้คนเข้าไปสำรวจโครงสร้างตึก และเริ่มกระบวนการรีโนเวททันที เป้าหมายของข้าคือการเปิดร้านอาหารระดับพรีเมียมที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่จากไร่สุขในวันวาน ข้าจะทำให้คนในเมืองหลวงรู้ซึ้งถึงรสชาติที่แท้จริงที่พวกเขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน" กู้หานมองภรรยาด้วยแววตาที่ฉายประกายความคลั่งรักอย่างปิดไม่มิด มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความเด็ดเด็ดขาดและท่าทีที่มั่นใจในตัวเองของอวี้เหมยคือสิ่งที่ทำให้เขาหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น ไม่ว่านางต้องการสิ่งใด ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหามาให้ เขาก็ยินดีทำทั้งสิ้น "เหนื่อยหรือไม่ครับ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบหลังจากนายหน้าเฉินขอตัวลาออกไป พร้อมกับเอกสารสัญญาในมือ มือหนายื่นไปกุมมือเรียวนุ่มของภรรยาไว้ใต้โต๊ะ บีบเบาๆ อย่างทะนุถนอม "หากไม่ไหว... เราค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปก็ได้ เจ้าไม่ต้องโหมงานหนักเกินไปหรอกนะอวี้เหมย" อวี้เหมยชะงักไปเล็กน้อย นางหันไปสบตากับสามี ความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากฝ่ามือหนานั้นช่วยปัดเป่าความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลและเจรจาธุรกิจนับชั่วโมงให้มลายหายไปสิ้น นางระบายยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีแค่ความงดงาม แต่แฝงไว้ด้วยความอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก "ข้าไม่ได้เหนื่อยเลยสักนิดครับพี่กู้หาน..." อวี้เหมยเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง นัยน์ตาสุกสกาวพราวระยับด้วยความมุ่งมั่น "การได้เห็นไร่ของเราเติบโต ขยายผลผลิต และวันนี้... เรากำลังจะได้ก้าวเข้ามาปักธงในเมืองหลวง มันคือความฝันที่ข้าตั้งใจไว้ ข้าไม่ได้ทำเพื่อเงินทองมากมาย แต่ข้าต้องการพิสูจน์ว่า อาหารที่รังสรรค์จากหัวใจและวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม จะสามารถสั่นคลอนรากฐานของพวกพ่อค้าหน้าเลือดในเมืองหลวงแห่งนี้ได้อย่างไร" กู้หานมองประกายตาของภรรยาแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความเอ็นดู เขาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนกลิ่นกายสะอาดสะอ้านและไออุ่นจากตัวเขาลอยมาแตะจมูก "ไม่ว่าเจ้าจะทำอะไร ข้าจะอยู่เคียงข้างและคอยกวาดล้างขวากหนามทั้งหมดให้เจ้าเอง ใครหน้าไหนที่กล้าเข้ามาขัดขวางเส้นทางของเจ้า มันผู้นั้นต้องเดินออกจากเมืองหลวงด้วยมือเปล่า" น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นนั้น ทำให้บรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลงวูบหนึ่ง แต่มันกลับทำให้อวี้เหมยรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด นางรู้ว่าสามีของนางไม่ใช่คนพูดเล่น คำพูดของกู้หานคือประกาศิตที่พร้อมจะปฏิบัติจริงเสมอ สองสามีภรรยาออกจากเหลาสุราเพื่อเดินสำรวจทำเลที่ตั้งของร้านอาหารแห่งใหม่ในย่านการค้าถนนสายหลัก บรรยากาศยามบ่ายของเมืองหลวงคึกคักไปด้วยผู้คน รถรา และเสียงร้องแรกของพ่อค้าแม่ขาย สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าหลากหลายรูปแบบ ทั้งร้านผ้าไหม ร้านเครื่องประดับ และเหลาสุราชื่อดัง แต่ตึกสามชั้นที่ตั้งอยู่หัวมุมถนน ซึ่งเป็นเป้าหมายของอวี้เหมยในตอนนี้ กลับปิดเงียบเชียบและดูทรุดโทรมสวนทางกับความเจริญโดยรอบ อวี้เหมยยืนกอดอกพิจารณาโครงสร้างภายนอกของตึกไม้ผสมอิฐเก่าแก่ โครงสร้างหลักยังคงแข็งแรงดี แม้จะมีร่องรอยความเสียหายจากกาลเวลาและการถูกทิ้งร้าง แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับนางเลยแม้แต่น้อย ในมิติพิเศษของนางยังมีวัตถุดิบและอุปกรณ์แปลกใหม่อีกมากมายที่พร้อมจะถูกนำมาใช้เนรมิตสถานที่แห่งนี้ให้กลายเป็นสวรรค์บนดินของคนรักอาหาร "โครงสร้างดีมากครับ..." อวี้เหมยพึมพำกับตัวเอง "ชั้นล่างทำเป็นโซนเสิร์ฟอาหารและครัวเปิดให้ลูกค้าได้เห็นลีลาการทำอาหารสดๆ ชั้นสองเป็นห้องรับรองส่วนตัวสำหรับแขกกระเป๋าหนัก และชั้นสาม... ข้าตั้งใจจะทำเป็นห้องพักผ่อนส่วนตัวและห้องทดลองสูตรอาหารลับ" นางหันไปหมายจะปรึกษากู้หานต่อ แต่จังหวะนั้นเอง หางตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นตาของใครบางคนที่กำลังเดินก้าวออกมาจากร้านค้าฝั่งตรงข้าม ร่างนั้นสวมชุดผ้าแพรปักลายวิจิตรบรรจง ใบหน้าแม้จะดูสูงส่งแต่กลับฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่อวี้เหมยไม่มีวันลืม คุณชายรองตระกูลหลิน... พี่ชายต่างมารดาผู้เคยเหยียบย่ำและขับไล่นางออกจากตระกูลอย่างไม่ใยดี กำลังเดินมาหยุดอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามถนนสายนี้พอดี! สายตาทั้งสองคู่ประสานกันผ่านความวุ่นวายของผู้คนกลางถนนใหญ่ รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของคุณชายรองตระกูลหลินยิ่งเด่นชัดขึ้นเมื่อเขาเห็นว่าอวี้เหมยกำลังยืนมองตึกเก่าๆ โทรมๆ คูหาหนึ่งอยู่ เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะก้าวเท้าข้ามถนนตรงดิ่งเข้ามาหา พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จงใจให้คนรอบข้างได้ยินชัดเจน "โอ้... นึกว่าใคร ที่แท้ก็เป็นลูกสาวตัว N ที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูลเรานี่เอง..." คุณชายรองหลินแสยะยิ้มเหยียดหยาม กวาดสายตามองตึกเก่าตรงหน้าแล้วหัวเราะร่วน "ฮ่าๆๆ! เจ้าคิดจะมาเปิดร้านอาหารในย่านการค้าหลวงแห่งนี้งั้นหรือ? ฝันกลางวันอะไรกัน! ตึกผีสิงที่ไม่มีใครเอาคูหานี้ ค่าเช่าปีหนึ่งก็มากจนเจ้าหาบเงินทั้งชีวิตก็ไม่มีทางจ่ายไหว อย่ามาทำเป็นอาจหาญเกาะแข้งเกาะขากับนายทหารชั้นผู้น้อยแล้วคิดว่าจะปีนขึ้นที่สูงได้เลย เจ้ามันก็แค่เศษสวะที่ไร้ค่า..." บรรยากาศรอบบริเวณพลันเงียบกริบลงทันตาเห็น พ่อค้าแม่ขายและผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างหยุดชะงัก หันมามองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น กู้หานที่ยืนนิ่งสงบมาตลอด ค่อยๆ หันขวับไปมองหน้าคุณชายรองหลินด้วยแววตาดุจพญาอินทรีที่เตรียมขย้ำเหยื่อ รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงใหญ่นั้นจนผู้คนรอบข้างต่างพากันถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว แต่อวี้เหมยกลับยกมือขึ้นแตะแขนของสามตรึงไว้เบาๆ นางไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเกรี้ยวหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย มุมปากบางยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้คุณชายรองหลินถึงกับหนสันหลังวาบโดยไม่รู้สาเหตุ "เศษสวะงั้นหรือครับ..." อวี้เหมยเอ่ยทวนคำด้วยน้ำเสียงกังวานใส ไพเราะแต่น่าเกรงขาม นางก้าวเท้าเดินเข้าไปประชิดตัวคุณชายรองหลินทีละก้าวอย่างมั่นใจ สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจพี่ชายต่างมารดาหัวจรดเท้าด้วยความเวทนา "น่าเสียดายนะคุณชายรองหลิน... ที่ตึกผีสิงโทรมๆ คูhaนี้ บัดนี้ได้ถูกลงนามสัญญาเช่าโดย 'ภรรยา' ของพันจ่ากู้หานเรียบร้อยแล้ว และในอีกสามสัปดาห์ข้างหน้า กลิ่นหอมจากร้านอาหารของข้า จะทำให้กิจการเหลาสุราตระกูลหลินของท่าน... ต้องปิดตัวลงอย่างถาวร!" คำประกาศกร้าวที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและเด็ดเดี่ยวสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ คุณชายรองหลินหน้าถอดสีทันที รอยยิ้มเยาะหยันแข็งค้างอยู่บนใบหน้า เมื่อจู่ๆ มีเงาร่างของทหารองครักษ์ในชุดเกราะเหล็กนับสิบชีวิตก้าวพรวดพราดเข้ามาปิดล้อมพื้นที่รอบตัวเขาไว้ทุกด้าน พร้อมกับเสียงตบเท้าหนักแน่นที่ดังขึ้นจากตรอกซอกซอยใกล้เคียง ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของฝูงชน กู้หานก้าวออกมายืนบังร่างภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง ก่อนที่เขาจะกระซิบเสียงต่ำด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ข้างหูของคุณชายรองหลิน "หากเจ้ายังกล้าใช้คำพูดต่ำทรามกับภรรยาของข้าอีกแม้แต่คำเดียว... ข้าจะทำให้ตระกูลหลินของเจ้า ไม่เหลือแผ่นดินให้ยืนแม้แต่ตารางนิ้วเดียว... ไสหัวไป!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างและสนับสนุน "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รสละมุนอุ่นไอรัก ณ ไร่สุขในวันวาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%