เสียงเคาะประตูที่ดังโครมครามรากับจะพังเข้ามา พร้อมกับเสียงแหลมสูงบาดแก้วหูของ "แม่เฒ่าเฉิน" ที่แผดลั่นอยู่หน้ากระท่อมร้างหลังบ้านตระกูลลู่ คือสิ่งแรกที่ต้อนรับหลินว่านหลิวกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง
"นังตัวดี! นอนกินบ้านกินเมืองจนตะวันจะเลยหัวแล้ว! คิดว่าสามีส่งเงินมาให้แล้วจะทำตัวเป็นคุณนายรึไง? ลุกขึ้นมาซักผ้าแล้วไปถอนหญ้าในแปลงผักเดี๋ยวนี้! ถ้าแกยังอืดอาด ฉันจะบอกให้จ้านเฉิงหย่ากับแกเสียให้เข็ด!"
หลินว่านหลิวกะพริบตาช้าๆ เพื่อขับไล่ความพร่ามัว ความทรงจำอันยุ่งเหยิงของร่างเดิมไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก นางคือเชฟอัจฉริยะอันดับหนึ่งของศตวรรษที่ 21 ที่กำลังทดลองสูตรอาหารลับในห้องครัว เผลองีบหลับไปเพียงชั่วครู่ ตื่นขึ้นมาอีกทีกลับกลายเป็น "หลินว่านหลิว" สะใภ้รองแห่งยุค 70 หญิงสาวผู้อ่อนแอ ขี้ขลาด และกำลังจะอดตายในกระท่อมดินปะผุที่กันลมหนาวไม่ได้ด้วยซ้ำ
ท้องของนางส่งเสียงร้องโครกครากราวกำลังประท้วง ร่างกายนี้ผอมโซจนแทบเหลือแต่กระดูก อาหารการกินตลอดหลายเดือนที่ผ่านมามีเพียงข้าวต้มเจือจางน้ำจนแทบมองเห็นเงาหน้าตัวเอง ผิดกับบ้านใหญ่ที่แม่เฒ่าเฉินกับลูกหลานปรนเปรอตัวเองด้วยแป้งขาวและไข่ไก่ทุกเช้า เงินเดือนทหารที่ลู่จ้านเฉิงส่งกลับมาแต่ละครั้งถูกแม่สามีจอมสูบเลือดกวาดเรียบเข้ากระเป๋าตัวเองจนเกลี้ยง ปล่อยให้สะใภ้รองผู้ไม่มีปากมีเสียงต้องมาเผชิญชะตากรรมกึ่งเป็นกึ่งตายอยู่ที่นี่
*หึ... รังแกคนอื่นจนเคยตัวสินะคะ*
ว่านหลิวเหยียดยิ้มที่มุมปาก แววตาที่เคยหม่นหมองและหวาดกลัวพลเปลี่ยนเป็นคมกราบ นางไม่ใช่หลินว่านหลิวคนเดิมที่จะยอมให้ใครมาโขกสับอีกต่อไป ในเมื่อสวรรค์เมตตาให้โอกาสนางได้ชีวิตใหม่ พร้อมกับ "มิติลับ" ที่พ่วงติดวิญญาณเชฟมาด้วย นางก็พร้อมที่จะฟาดฟันและเอาคืนคนพวกนี้ทีละคนอย่างสาสม!
เสียงทุบประตูยังคงดังต่อเนื่อง พร้อมกับเสียงด่าทอที่หยาบคายขึ้นเรื่อยๆ
"นังว่านหลิว! หูหนวกหรือเป็นใบ้ไปแล้ว! ออกมาเดี๋ยวนี้!"
ว่านหลิวค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะยังอ่อนเพลียแต่นางก็จัดเสื้อผ้าที่เก่าจนซีดให้เข้าที่ เดินอาดๆ ไปเปิดประตูด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทันทีที่บานประตูไม้ผุกร่อนเปิดออก แม่เฒ่าเฉินที่กำลังยกมือขึ้นเตรียมจะทุบซ้ำก็ชะงักค้าง ปากที่อ้าเตรียมด่าหุบฉับเมื่อเห็นสายตาที่ส่งตรงมา
สายตาคู่นั้น... เยียบเย็น คมกริบ และเต็มไปด้วยอำนาจกดดันประหลาด ราวกับพญาเสือดาวที่กำลังมองเหยื่อโง่เขลา ทำให้แม่เฒ่าเฉินถึงกับสะท้านเฮือก ถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"แหกปากแต่เช้า เสียงดังรบกวนความสงบ ชาวบ้านเขาจะนินทาเอาได้นะคะคุณแม่" ว่านหลิวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่กลับทรงพลังจนแม่เฒ่าเฉินหน้าชา
"น...นังว่านหลิว! แกกล้าดียังไงมาพูดจาย้อนฉัน! นังลูกสะใภ้อัปมงคล เกาะสามีกินไปวันๆ ยังมีหน้ามาสั่งสอนฉันรึ?!" แม่เฒ่าเฉินแผดเสียงกลบเกลื่อนความประหม่า ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกสะใภ้รองต่อปากต่อคำเป็นครั้งแรก
"เกาะสามีกิน?" ว่านหลิวหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นอย่างไม่ปิดบัง "เงินเดือนทหารของพี่จ้านเฉิงส่งมาเท่าไหร่ และฉันได้ใช้มันสักหยวนไหมคะ? หรือว่ามันถูกโยกไปเข้าท้องลูกชายคนโปรดของคุณแม่จนหมดเกลี้ยง? ถ้าจะพูดเรื่องเกาะคนอื่นกิน ลองสำรวจตัวเองดูหน่อยไหมคะว่าตระกูลเฉินเคยหาเงินเองได้สักเท่าไหร่กันเชียว"
"กรี๊ด! นังเด็กนี่! ปากดีนักนะ แกกล้าหาว่าฉันปล้นเงินลูกชายเรอะ!" แม่เฒ่าเฉินปรี่เข้ามาหมายจะตบหน้าว่านหลิวให้หายแค้น มือเหี่ยวย่นกางออกพุ่งตรงมาหมายจะฝากรอยเล็บไว้บนแก้ม
แต่นางประเมินหลินว่านหลิวคนนี้ต่ำไปเสียแล้ว!
ว่านหลิวเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วดั่งสายลม มือเรียวคว้าข้อมือเหี่ยวแห้งนั้นไว้แน่น ออกแรงบีบเพียงเล็กน้อยจนแม่เฒ่าเฉินร้องจ๊ากด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าบิดเบี้ยวเหี่ยวย่นยิ่งกว่าเดิม
"โอ๊ย! ปล่อยนะ! นังสารเลว แกกล้าทำร้ายแม่สามีรึ! ใครก็ได้มาดูเร็ວ! ลูกสะใภ้เนรคุณจะฆ่าแม่ตัวเองแล้ว!" แม่เฒ่าเฉินแผดเสียงโวยวายลั่นหมู่บ้าน หวังจะเรียกชาวบ้านให้มามุงดูและรุมประณามสะใภ้รองผู้นี้
ชาวบ้านที่กำลังเดินผ่านไปมาเริ่มหยุดฝีเท้า เสียงซุบซิบนินทาเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ หลินว่านหลิวหาได้สะดุ้งสะเทือน นางเพียงแค่ปัดมือออกอย่างรังเกียจราวกับเพิ่งสัมผัสสิ่งสกปรก แล้วเชิ่ดหน้าขึ้นอย่างสง่างาม
"เชิญแหกปากให้ดังกว่านี้อีกหน่อยสิคะ คนจะได้รู้ทั่วกันว่าแม่สามีตระกูลเฉินรังแกสะใภ้รองจนจะอดตายคาเรือนร้างอย่างไรบ้าง ฉันไม่ได้ทำร้ายใคร แค่ป้องกันตัวจากการถูกทำร้ายเท่านั้นเองค่ะ" ว่านหลิวพูดด้วยน้ำเสียงฉะฉาน ชัดถ้อยชัดคำจนคนที่เดินเข้ามามุงต่างพากันพยักหน้าเห็นใจ
ภาพของสะใภ้รองที่ผอมโซจนน่าเวทนา ยืนเผชิญหน้ากับแม่เฒ่าเฉินผู้มีรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ ทำให้ความจริงปรากฏชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
แม่เฒ่าเฉินหน้าดำคร่ำเครียด ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความแค้นเคืองจนตัวสั่นสะท้าน นางชี้หน้าว่านหลิวด้วยความโกรธจัด "ดี! ดีมาก! ปากกล้าขึ้นนะนังว่านหลิว งั้นก็จำเอาไว้ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แกกับสามีไร้ประโยชน์ของแก จงหาข้าวกินเอง ห้ามมาขอข้าวบ้านใหญ่แม้แต่เมล็ดเดียว!"
ว่านหลิวลอบยิ้มในใจ คำนี้แหละที่นางรอคอย! การตัดขาดจากบ้านใหญ่คือจุดเริ่มต้นของการสะสมความมั่งคั่งอย่างอิสระโดยไม่ต้องมีปลิงคอยดูดเลือด
"พูดแล้วห้ามคืนคำนะคะคุณแม่" ว่านหลิวตอบรับทันทีด้วยรอยยิ้มหวานหยดที่ทำเอาแม่เฒ่าเฉินถึงกับงุนงง "จำคำนี้ไว้ให้ดีล่ะคะ เผื่อวันหน้ากลิ่นอาหารจากกระท่อมหลังนี้ลอยไปเตะจมูกคุณแม่จนทนไม่ไหว อย่ามาเคาะประตูขอส่วนบุญก็แล้วกัน"
พูดจบ ว่านหลิวก็หมุนตัวเดินกลับเข้ากระท่อม ปิดประตูใส่หน้าแม่สามีจอมเผด็จการเสียงดังปัง! ทิ้งให้แม่เฒ่าเฉินยืนหน้าเขียวคล้ำอยู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะเบาๆ ของชาวบ้าน
ทันทีที่ลับสายตาคนภายนอก ว่านหลิวก็ปลดปล่อยรอยยิ้มกว้าง นางสะบัดมือเบาๆ เรียก "มิติลับฟาร์มสุข" ออกมา พื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลอุดมไปด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศ อุปกรณ์ครัวครบครัน และเนื้อสัตว์คุณภาพเยี่ยมปรากฏขึ้นตรงหน้า
*ในเมื่อมีทั้งวัตถุดิบระดับพรีเมียมและความรู้ระดับเชฟ... มื้อแรกในยุค 70 นี้ ฉันจะทำให้อาหารจานนี้ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งหมู่บ้าน จนคนตระกูลเฉินกลืนน้ำลายแทบไม่ทันเลยคอยดู!*
ว่านหลิวจัดการหยิบเนื้อสามชั้นติดมันสวยงาม น้ำตาลกรวด เครื่องเทศจีนชั้นดี และซีอิ๊วหมักสูตรโบราณจากมิติลับเตรียมไว้ นางตั้งหมูตุ๋นน้ำแดง (หงShao Rou) บนเตาไฟดวงเล็กๆ กลิ่นหอมหวานของเครื่องเทศและไขมันหมูที่ค่อยๆ เคี่ยวจนละลายเข้าเนื้อเริ่มโชยกลิ่นหอมเย้ายวนใจ ลอยลอดผ่านรอยแตกของผนังกระท่อมออกไปสู่สายลมภายนอกอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม กลิ่นหอมฟุ้งอันเป็นเอกลักษณ์ของหมูตุ๋นน้ำแดงก็ลอยข้ามรั้วบ้านใหญ่ กระจายไปทั่วบริเวณจนชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาต้องสูดจมูกฟุดฟิดด้วยความอยากอาหาร
ภายในบ้านใหญ่ แม่เฒ่าเฉินที่กำลังนั่งหน้าบึ้งตั้วแต่เหตุการณ์เมื่อครู่ ถึงกับชะงักกкаก นางสูดกลิ่นหอมที่ลอยมาตามลมเข้าปอดเต็มแรง น้ำลายในปากสอขึ้นมาทันทีโดยอัตโนมัติ
*กลิ่นอะไร... หอมขนาดนี้? หรือว่านังนั่นแอบซ่อนเนื้อไว้กินคนเดียว?!*
ขณะที่แม่เฒ่าเฉินกำลังจะลุกขึ้นด้วยความโมโหและอยากรู้อยากเห็น จู่ๆ ประตูรั้วหน้าบ้านก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้ม ใบหน้าคมคายหล่อเหลาแต่เย็นชาไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบบ้านด้วยบรรยากาศกดดันที่ทำให้ทุกคนในบ้านใหญ่ถึงกับตัวสั่นเทา
นั่นคือ "ลู่จ้านเฉิง" สามีนายทหารผู้เย็นชาและทรงอำนาจ ที่จู่ๆ ก็เดินทางกลับบ้านก่อนกำหนดโดยไม่มีใครคาดคิด!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้ด้วยหัวใจนะคะ
สูตรลับกลิ่นอายฟาร์มสุขของภรรยาผู้ไม่ยอมก้มหัว•ตอนที่ 1
สะใภ้รองผู้ร่วงหล่นจากคานไม้ผุ
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับกลิ่นอายฟาร์มสุขของภรรยาผู้ไม่ยอมก้มหัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
