เสียงชัตเตอร์ที่ดังรัวราวกับปืนกลในสตูดิโอขนาดใหญ่ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศอึดอัดตรงหน้าเบาบางลงเลยแม้แต่น้อย ปลายเลนส์ราคาแพงหระยับของกล้องโปรตัวท็อปกำลังจดจ้องไปยังนางแบบสาวในชุดเดรสผ้าไหมสีมรกตที่โพสท่าได้อย่างไร้ที่ติ ทว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่นางแบบ... แต่อยู่ที่ช่างภาพอัจฉริยะผู้ยืนอยู่หลังกล้องต่างหาก
"คีย์... แสงทางฝั่งซ้ายมันดรอปลงไปนะ นายเช็ตไฟยังไงเนี่ย"
เสียงหวานติดจะห้วนเล็กน้อยดังขึ้นจากมุมมอนิเตอร์ รินรดาในฐานะครีเอทีฟไดเรกเตอร์ประจำกองถ่ายก้าวฉับๆ เข้ามาด้วยส้นสูงปรี๊ด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าเฉี่ยวตวัดมองช่างภาพหนุ่มผู้มีอีโก้สูงลิ่วทะลุเพดานสตูดิโอ คีย์ ธันวา ไม่แม้แต่จะชายตาแล เปลือกตาคมเข้มกระตุกวูบเล็กน้อยขณะที่มือใหญ่ยังคงหมุนแหวนปรับโฟกัสด้วยความรวดเร็ว
"ผมเช็ตตามมาตรฐานระดับโลกที่พวกคุณอาจจะตามไม่ทัน รินรดา ถ้าไม่มีอะไรจะแนะนำที่มีประโยชน์ว่าแต่นิยายขายฝันของคุณ ช่วยถอยไปห่างๆ รัศมีเลนส์ของผมหน่อยครับ มันเกะกะ" คีย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยnชา ปลายเสียงเจือความถือดีที่คนฟังอยากจะยกเท้าขึ้นมาประทับรอยรองเท้าบนหน้าหล่อๆ นั่นเสียเหลือเกิน
"ปากดีแบบนี้ ระวังตอนล้มจะไม่เป็นท่าเด็ดขาดนะคะ คุณธันวา" รินรดายกยมุมปากอย่างท้าทาย เธอรู้ดีว่าการปะทะฝีปากกับผู้ชายคนนี้ไม่มีวันชนะด้วยคำพูดธรรมดา จึงเลือกที่จะก้าวเข้าไปยืนชิดขอบฉากเพื่อตรวจเช็ตภาพจากจอหลังกล้องโดยตรง เป็นจังหวะเดียวกับที่คีย์กดชัตเตอร์บันทึกภาพเซ็ตสุดท้าย
เสี้ยววินาทีนั้นเอง... ภาพบนหน้าจอ LCD สั่นไหว สีมรกตสดใสของชุดผ้าไหมกลับกลายเป็นสีเทาหม่นอมเขียวขุ่นมัวที่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง คีย์ชะงักกึก ลมหายใจสะดุดกะทันหัน หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก เขากะพริบตาถี่ๆ พยายามปรับโฟกัสสายตา แต่มันก็ยังคงพร่าเลือนในโทนสีที่เขาเกลียดชังที่สุด—สีที่ย้ำเตือนว่าความลับที่เขาปกปิดไว้กำลังจะพังทลาย
"เดี๋ยวนะ..." รินรดาคิ้วขมวดมุ่น นิ้วเรียวยาวชี้ไปที่หน้าจอ "คีย์! ทำไมนางแบบถึงกลายเป็นสีเขียวตอตะโกแบบนั้นล่ะ นายตั้งค่า White Balance ผิดหรือไง หรือว่า... ตาบอดสีจนมองไม่เห็นความต่างของเฉดสีกันแน่?"
คำพูดเล่นๆ ที่เปรียบเสมือนหอกแหลมพุ่งตรงเข้าเสียบกลางใจ คีย์หน้าซีดเผือด สันกรามขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน มือที่ถือกล้องราคาหลักแสนสั่นเทาเล็กน้อย ความอีโก้ที่เคยค้ำคออยู่พังทลายลงในพริบตา เขาหันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับหญิงสาว ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนรน
รินรดาชะงักไปเมื่อเห็นแววตาไหววับที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความหยิ่งผยองนั้น มันไม่ใช่สายตาของความโกรธเกรี้ยว... แต่มันคือแววตาของคนจนมุม
"ถ้ารู้แล้ว... จะเอาไปประกาศให้คนทั้งวงการรู้เลยไหมล่ะ" คีย์เค้นเสียงกระซิบต่ำลอดไรฟัน น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและอับ
รินรดานิ่งงึด หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบแปลกๆ เมื่อร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวจนเธอต้องถอยหลังไปชนกับขาตั้งไฟสตูดิโอ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นอายความเครียดแผ่ซ่านอยู่รอบตัว ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเชิดใส่เธอเสมอในยามนี้อยู่ใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาดุดันคู่นั้นจ้องมองเธอราวกับจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว
"ถ้าฉันบอก... นายจะทำไมล่ะคะ" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก ความใกล้ชิดที่อันตรายนี้ทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนผ่าวราวกับมีเปลวไฟล้อมรอบ
ทว่า ก่อนที่คีย์จะได้เอާމปากเถียงอะไรกลับไป เสียงประตูกระจกบานใหญ่ของสตูดิโอก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของ 'กรณ์' อดีตโปรดิวเซอร์มือทองที่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะ
"ว้าว... ดูเหมือนกองถ่ายนี้จะมีปัญหาใหญ่กว่าที่คิดแฮะ ช่างภาพมือหนึ่งกำลังจะตกอับเพราะมองสีเพี้ยนเหรอเนี่ย คีย์?"
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนแรกนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
กับดักเลนส์รักฉบับคนขี้เหวี่ยง•ตอนที่ 1
หน้าเลนส์ที่สั่นคลอน
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักเลนส์รักฉบับคนขี้เหวี่ยง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!