“ผมไปไม่ได้”
เสียงทุ้มต่ำของเฉินหลงดังก้องอยู่ในห้องครัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเครื่องเทศและไอร้อนจากหม้อตุ๋นยาจีน เขาไม่ได้หันไปมองลูกน้องที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ตรงประตู แต่สายตาของเขากลับจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังของหลินฟาง ผู้ซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการเคี่ยวซอสสูตรพิเศษอย่างใจจดใจจ่อ
“ผู้กอง! นี่มันคำสั่งด่วนจากส่วนกลางนะครับ ท่านผู้บัญชาการกำชับมาว่าสถานการณ์ชายแดนวิกฤต ถ้าคุณไม่ไป...”
“ถ้าผมไป ใครจะช่วยภรรยาผมถอนวัชพืชในแปลงสมุนไพรพรุ่งนี้เช้าล่ะ?” เฉินหลงขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงความเด็ดขาดจนลูกน้องหนุ่มถึงกับอ้าปากค้าง
หลินฟางวางตะหลิวไม้ลงในอ่างเซรามิก เธอหันกลับมามองสามีด้วยสายตาที่ซ่อนความสงสัยเอาไว้ เธอรู้ดีว่าหน้าที่ทหารนั้นสำคัญเพียงใด แต่ท่าทีที่เปลี่ยนไปของชายหนุ่มตรงหน้า—จากทหารผู้เย็นชาสู่พ่อบ้านที่เกาะติดเธอราวกับเงา—มันเริ่มทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ
“เฉินหลง... คุณมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบนะ” เธอเอ่ยเสียงเบา พยายามรักษาความสงบในใจ
เฉินหลงเดินเข้าไปใกล้ เขาไม่ได้สนใจลูกน้องที่ยืนงงเป็นไก่ตาแตกอีกต่อไป มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับปืนและคันไถค่อยๆ เอื้อมไปปัดเส้นผมที่ตกลงมาปรกหน้าภรรยาอย่างแผ่วเบา สายตาของเขาเปลี่ยนจากคมกริบเป็นอ่อนโยนจนน่าใจหาย
“หน้าที่ของผมคือการปกป้องสิ่งที่สำคัญที่สุด” เขาขยับเข้าไปกระซิบข้างหูเธอจนหลินฟางสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจ “และตอนนี้... ที่นี่คือสนามรบเดียวที่ผมอยากอยู่”
ลูกน้องหนุ่มกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะค่อยๆ ถอยหลังออกจากครัวไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้ทั้งคู่เผชิญหน้ากันท่ามกลางกลิ่นไอของดินหลังฝนและรสชาติแห่งความรักที่กำลังก่อตัว
หลินฟางรู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ซ่านขึ้นมาบนใบหน้า เธอไม่ใช่เด็กสาวไร้เดียงสาที่หลงกลคำหวานได้ง่ายๆ แต่สัมผัสจากมือของเขามันกลับทำให้กำแพงในใจที่เธอสร้างไว้สั่นคลอน “คุณกำลังอ้อนผมอยู่หรือเปล่า?” เธอถามพลางเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง
“ถ้าการขอให้ภรรยาหันมามองผมบ่อยๆ เรียกว่าการอ้อน... งั้นผมก็คงกำลังทำแบบนั้นอยู่ครับ” เฉินหลงไม่ได้หลบสายตา เขายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “ผมเห็นสิ่งที่คุณทำมาตลอด ทั้งการจัดการแม่เฒ่าหลี่ที่จ้องจะเอาเปรียบ ทั้งการทำร้านอาหารนี้ให้เป็นที่ยอมรับ... ผมแค่ต้องการให้คุณรู้ว่า ต่อไปนี้คุณไม่ต้องสู้คนเดียว”
หลินฟางสัมผัสได้ถึงความหนักแน่นในคำพูดนั้น เธอหยิบถ้วยแกงไก่ตุ๋นโสมที่เพิ่งทำเสร็จส่งให้เขา “งั้นก็พิสูจน์สิครับ ว่าคุณทำตัวเป็นประโยชน์มากกว่าแค่ยืนขวางทางในครัว”
เฉินหลงรับถ้วยแกงไปถือไว้ด้วยรอยยิ้มมุมปาก เขาเริ่มเข้าใจวิธีการรับมือกับภรรยาคนนี้แล้ว—ไม่ใช่การใช้อำนาจ แต่คือการสนับสนุนทุกจังหวะชีวิตที่เธอเลือกเดิน
ทว่า ความสงบสุขก็มักจะมีคนจ้องทำลายเสมอ ขณะที่ทั้งคู่กำลังใช้เวลาอันมีค่าอยู่ในครัว เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับเสียงแหลมสูงที่ฟังแล้วระคายหูของแม่เฒ่าหลี่
“หลินฟาง! นังตัวดี! ฉันรู้ว่าพวกแกซ่อนของดีไว้ข้างใน! ส่งเงินค่าขายอาหารของวันนี้มาให้ฉัน เดี๋ยวนี้!”
หลินฟางถอนหายใจยาว เธอหันไปมองเฉินหลงที่ตอนนี้วางถ้วยแกงลงด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปทันที แววตาของเขาที่เคยอ่อนโยนกับเธอ บัดนี้กลับกลายเป็นแววตาของพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำศัตรู
เขาก้าวเดินไปที่ประตูด้วยความมั่นคง หลินฟางก้าวตามไปติดๆ เมื่อเปิดประตูออกไป ภาพแม่เฒ่าหลี่ที่กำลังทำท่าโวยวายพร้อมกับถือไม้อาคม—เอ้ย ไม้กวาด—ก็ปรากฏขึ้น ทว่าแม่เฒ่าหลี่กลับชะงักกึกเมื่อเห็นเฉินหลงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังภรรยา
“ลูกชาย... แม่แค่...”
“แม่ครับ” เฉินหลงพูดแทรกด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกจนแม่เฒ่าหลี่ขนลุกซู่ “ถ้าแม่คิดจะเข้ามาอาละวาดในบ้านหลังนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว ผมคงต้องรายงานทางหน่วยงานเรื่องพฤติกรรมรบกวนความสงบของแม่แล้วล่ะครับ”
“แก... แกกล้าไล่แม่ตัวเอง!”
“ผมไม่ได้ไล่แม่ แต่ผมกำลังปกป้องครอบครัวของผม” เฉินหลงตอบสั้นๆ ก่อนจะปิดประตูใส่หน้าแม่เฒ่าหลี่อย่างไม่เกรงใจ
ในขณะที่ความวุ่นวายภายนอกจบลง ความเงียบภายในบ้านกลับยิ่งดูหนักแน่นขึ้น หลินฟางมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาไม่ได้เป็นเพียงสามีที่ยอมทำตามใจเธอ แต่วันนี้เขากลายเป็นเกราะกำบังที่แข็งแกร่งที่สุด
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปากขอบคุณ เสียงเคาะประตูอีกครั้งจากด้านหลัง—ประตูหลังบ้านที่ควรจะล็อคไว้—กลับดึงความสนใจของทั้งคู่ไป
“ขอโทษนะ... มีใครอยู่ไหมครับ?” เสียงชายแปลกหน้าฟังดูแหบพร่าและเร่งร้อน
หลินฟางขมวดคิ้ว เธอจำเสียงนี้ได้แม่น... มันคือเสียงของคนจากกลุ่มลักลอบค้าอาวุธที่เธอเคยปะทะด้วยในตลาดมืดเมื่อวันก่อน!
เฉินหลงเปลี่ยนท่าทีเป็นระแวดระวังทันที เขากระชับปืนพกที่เหน็บไว้ข้างเอวใต้เสื้อผ้าพลางส่งสายตาเป็นนัยให้หลินฟางหลบไปข้างหลัง
"อย่าขยับนะ..." เฉินหลงกระซิบพลางค่อยๆ เดินไปที่ประตูหลัง มือข้างหนึ่งเอื้อมไปจับลูกบิดประตูอย่างระมัดระวัง
วินาทีที่เขาเปิดประตูออก แสงไฟจากตะเกียงในครัวสาดส่องไปกระทบใบหน้าของชายฉกรรจ์ที่ยืนอยู่นอกบ้าน พร้อมกับเสียงกระซิบที่ทำให้ทั้งคู่ต้องหยุดหายใจ
"ผู้กอง... ผมไม่ได้มาเพื่อจับคุณ แต่ผมมาเพื่อบอกว่า... ของที่คุณเก็บไว้ในมิติของคุณ กำลังถูกรัฐบาลตามล่า!"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมในทุกๆ บทตอนนะครับ หวังว่าเรื่องราวของหลินฟางและเฉินหลงจะเติมเต็มความสุขให้ทุกท่านได้ในทุกๆ วันครับ - ฟาร์มเมอร์สุขใจ
คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70•ตอนที่ 28
ความรักที่ซ่อนอยู่ในครัว
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!