เงาพยศในรอยจูบ•ตอนที่ 3

ก้าวแรกที่ไร้เงา

ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
“คุณแม่คะ... ทำไมที่นี่ถึงไม่มีห้องทำงานของคุณพ่อล่ะคะ?” คำถามซื่อใสของเด็กน้อยวัยสี่ขวบดังก้องขึ้นในความเงียบงันของห้องเช่าขนาดกะทัดรัดที่ตั้งอยู่สุดซอยของเมืองเล็กๆ แห่งนี้ รินรดาชะงักมือที่กำลังจัดวางหนังสือเล่มสุดท้ายลงบนชั้นไม้เก่าคร่ำคร่า แผ่นหลังของเธอกระตุกวูบราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปมองดวงตากลมโตคู่สวยที่ถอดแบบมาจากใครบางคนที่เธอพยายามฝังกลบไว้ในส่วนลึกสุดของความทรงจำ รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก กัดฟันข่มความสั่นไหวในอก ก่อนจะคลี่ยิ้มบางเบาที่ดูเปราะบางเหมือนแก้วเจียระไน “ที่นี่เรามีแค่คุณแม่กับลินินไงคะคนเก่ง... เราไม่ต้องการห้องทำงานของคุณพ่อที่ไหนทั้งนั้น เพราะเราสองคนคือโลกทั้งใบของกันและกัน ลินินเข้าใจไหมคะ?” มือเล็กป้อมของน้องลินินเอื้อมมาจับชายกระโปรงของมารดา เด็กน้อยไม่ถามต่อ เพียงแค่พยักหน้าหงึกหงักอย่างว่าง่าย ทว่านัยน์ตาคู่นั้นกลับทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง มองดูทิวทัศน์ของเมืองใหม่ที่เต็มไปด้วยผู้คนแปลกหน้า รินรดาเจ็บปวดในอกจนแทบหายใจไม่ออก เธอรู้ดีว่าการหนีจากกรุงเทพฯ มายังเมืองชายฝั่งที่ห่างไกลเช่นนี้คือการเดิมพันด้วยชีวิต แต่เมื่อเทียบกับความโหดร้ายที่เธอเคยเผชิญ ความลำบากในห้องเช่าแคบๆ นี้กลับกลายเป็นวิมานที่มอบความปลอดภัยให้กับลูกสาวของเธอ ชีวิตใหม่ของรินรดาเริ่มต้นขึ้นในฐานะภัณฑารักษ์ของหอศิลป์ท้องถิ่น เธอต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าเพื่อเตรียมมื้อเช้าให้ลินินก่อนจะพาไปส่งที่โรงเรียนอนุบาลเล็กๆ แล้วจึงไปจัดการงานเอกสารและจัดแสดงนิทรรศการด้วยความขยันขันแข็ง ทุกหยาดเหงื่อที่ไหลรินคือเครื่องยืนยันว่าเธอจะไม่มีวันยอมแพ้ เธอขัดเกลาตัวเองให้เป็นคนใหม่ที่ไร้เงาอดีต ไร้ซึ่งร่องรอยของหญิงสาวที่เคยถูกเหยียบย่ำหัวใจอย่างไร้ปราณี ทว่า... ความสุขมักมีระยะเวลาของมัน หนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น ท้องฟ้าเหนือหอศิลป์ครึ้มฝน ลมพายุพัดกระหน่ำจนบานหน้าต่างไม้สั่นไหว รินรดากำลังง่วนอยู่กับการเคลียร์ภาพวาดเก่าแก่ที่ได้รับบริจาคมาใหม่ เธอไม่ได้สังเกตเลยว่ามีใครบางคนก้าวเข้ามาในโถงจัดแสดงที่มืดสลัว “ฝีมือการจัดวางยังยอดเยี่ยมเหมือนเดิมเลยนะ... ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน รสนิยมของคุณก็ยังคงเป็นสิ่งที่ผมโหยหาอยู่เสมอ” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยบาดลึกลงไปในโสตประสาท รินรดาทำพู่กันในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังเพล้ง ร่างกายของเธอแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกลิ่นอายของอากาศหนาวเย็นที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มผู้ยืนอยู่เบื้องหลัง ทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก “คิรากร...” ชื่อนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นระริก เขาไม่ได้เปลี่ยนไปเลย แม้ใบหน้าจะดูเคร่งขรึมขึ้นและแววตาจะฉายความดุดันที่ซ่อนความร้าวรานเอาไว้ คิรากรก้าวเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นไอความกดดันที่เคยคุ้นเคย เขาหยุดลงตรงหน้าเธอ ร่างสูงใหญ่ตระหง่านบังแสงไฟจากหลอดนีออนจนเกิดเป็นเงาทมิฬทาบทับร่างของเธอไว้ “คุณคิดว่าการซ่อนตัวอยู่ในรูเล็กๆ แห่งนี้ จะทำให้ลืมความจริงที่ว่าคุณยังเป็นภรรยาตามกฎหมายของผมได้งั้นหรือ รินรดา?” เขาเอ่ยพลางใช้ปลายนิ้วเชยคางเธอขึ้น บังคับให้เธอต้องสบตาที่ลุกโชนไปด้วยความแค้นผสมความโหยหา “ฉันไม่ใช่ภรรยาคุณแล้ว! ระหว่างเรามันจบลงตั้งแต่วันที่ฉันเดินออกจากบ้านหลังนั้น!” เธอตะคอกกลับ พยายามสะบัดหน้าหนี แต่เขากลับยิ่งบีบคางเธอแน่นขึ้น “จบ? คุณคิดว่าความเจ็บปวดที่ผมได้รับตลอดสามปีที่ผ่านมามันจบลงง่ายๆ แบบนั้นหรือ?” คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาของเขาไม่ได้หยุดอยู่ที่ใบหน้าของเธอ แต่กลับเหลือบไปเห็นภาพวาดบนโต๊ะทำงาน—เป็นภาพวาดสีน้ำรูปเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่กำลังวิ่งเล่นท่ามกลางทุ่งดอกไม้ ใบหน้าเล็กๆ ในรูปนั้นช่างแจ่มชัดเสียจนเขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน นิ้วมือหนาหยิบภาพวาดนั้นขึ้นมาพินิจ ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจและสับสน “นี่คือใคร... ทำไมเด็กคนนี้ถึงมีดวงตาเหมือนกับผม?” รินรดาหน้าซีดเผือด เธอถอยหลังกรูดจนหลังชนกับชั้นวางของ แต่ช้าเกินไปเสียแล้ว เพราะในขณะนั้นเอง ประตูด้านหน้าหอศิลป์ก็เปิดออก พร้อมกับร่างเล็กๆ ของเด็กหญิงวัยสี่ขวบที่วิ่งร่าเข้ามาพร้อมร่มคันจิ๋ว “คุณแม่ขา! หนูอยากได้ไอศกรีมจังเลยค่ะ... เอ๊ะ?” ลินินหยุดชะงักเมื่อเห็นชายแปลกหน้าแปลกตาที่ยืนขวางอยู่กลางห้อง คิรากรหันขวับไปมองเด็กน้อย ดวงตาของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อเห็นใบหน้าที่ถอดแบบมาจากตัวเขาเองในวัยเด็กอย่างไม่ผิดเพี้ยน มือที่ถือภาพวาดสั่นระริก เขาค่อยๆ วางมันลงและก้าวเดินไปหาลินินอย่างเลื่อนลอย ก่อนจะหยุดยืนตรงหน้าเด็กน้อยที่มองเขากลับด้วยความสงสัย เขาย่อตัวลงในระดับสายตาของลินิน มือใหญ่ที่เคยบีบคั้นรินรดาเอื้อมไปแตะแก้มใสของเด็กน้อยอย่างแผ่วเบา เสียงของเขาแหบพร่าจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ “หนู... ชื่ออะไรครับคนเก่ง?” ลินินเอียงคอทำตาโต “หนูชื่อลินินค่ะ... แล้วคุณลุงเป็นใครคะ ทำไมถึงทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เลยล่ะ?” รินรดายืนตัวแข็งทื่อราวกับร่างวิญญาณหลุดออกจากร่าง เธอรู้ดีว่าวินาทีนี้... เกมการล้างแค้นที่เขาวางไว้ได้กลายเป็น ‘กับดัก’ ที่รัดคอเธอจนดิ้นไม่หลุดเสียแล้ว และเมื่อคิรากรเงยหน้าขึ้นสบตากับเธออีกครั้ง รอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยความน่าสะพรึงกลัวก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา “ผมคงต้องขอบคุณพายุที่ทำให้ผมมาเจอสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผมเคยทำหายไป... กลับบ้านเราเถอะนะ... รินรดา” กุหลาบอาบแสงจันทร์ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและแสงแห่งความหวังในบทนี้ แล้วพบกันในตอนหน้านะคะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพยศในรอยจูบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%