เดือดรอยสลักเถื่อนบนเรือนร่างนายไร่•ตอนที่ 1

ก้าวแรกสู่ดินแดนต้องห้าม

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
ฝุ่นสีแดงฉานที่ฟุ้งตลบตามแรงเหวี่ยงของล้อยางรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อ ไม่ได้ระคายเคืองสายตาคู่คมที่จดจ้องมองผ่านกระจกเงาสักนิดเดียว รินรดากำสายกระเป๋าเดินทางหนังแท้ในมือแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขาวซีด ความร้อนระอุของผืนดินแถบชายแดนภาคตะวันตกแผดเผาทะลุกระจกเข้ามาจนแผ่นหลังชุ่มเหงื่อ แต่สิ่งที่ร้อนยิ่งกว่าอุณหภูมิภายนอก คือบรรยากาศกดดันภายในห้องทำงานกว้างขวางโอ่โถงที่ถูกตกแต่งด้วยไม้เนื้อแข็งราคาแพง กลิ่นอายของไร่ศิลาพยัคฆ์ดิบเถื่อนและทรงพลัง สมชื่อเจ้าของไร่ผู้สร้างอาณาจักรนี้ขึ้นมาจากกองเลือดและหยาดเหงื่อ โต๊ะทำงานตัวใหญ่ตั้งอยู่ลึกสุดสายตา ด้านหลังเป็นหน้าต่างกระจกบานโตที่เผยให้เห็นทิวแถวของไร่อ้อยสุดลูกหูลูกตา ไร่อ้อยที่ถูกโอบล้อมด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จของชายผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร และในวินาทีนี้... เขากำลังนั่งไขว่ห้างประสานมือไว้บนตัก มองตรงมายังเธอด้วยสายตาราวกับจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว "ยินดีต้อนรับสู่ไร่ศิลาพยัคฆ์... คุณนักบัญชีคนสวยจากเมืองกรุง" เสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนหินบดกันในลำคอ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน พยัคฆ์ (ศิลา กิตติธาดา) ไม่ได้ลุกขึ้นต้อนรับ เขายังคงนั่งนิ่งอยู่ในเงาสลัวของห้อง ดวงตาคมกริบสีสนิมเหล็กใต้คิ้วหนาเข้มคู่นั้นกวาดสำรวจเรือนร่างของเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างอุกอาจ ไร้ซึ่งมารยาท แต่มันเต็มไปด้วยสัญชาตญาณดิบของนักล่าที่กำลังตีตราเหยื่อในอาณาเขตของตัวเอง รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามซ่อนความสั่นไหวในอกไว้ภายใต้ใบหน้านิ่งสงบที่ฉาบด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นทางการ "ดิฉันรินรดาค่ะ มารับหน้าที่ดูแลบัญชีตามสัญญาจ้าง หวังว่าทางไร่จะเตรียมเอกสารทั้งหมดไว้พร้อมแล้วนะคะ" เสียงหวานเอ่ยอย่างมั่นใจ แม้หัวใจจะเต้นรัวรากับกลองศึกเมื่อเห็นเขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พยัคฆ์แค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนขึ้นจนเผยให้เห็นรอยสักรูปพยัคฆ์ลายเส้นดุดันพาดผ่านท่อนแขนกำยำ กล้ามเนื้อทุกมัดภายใต้เนื้อผ้าเคลื่อนไหวอย่างทรงพลัง เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เธอทีละก้าว... ช้าๆ ทว่ามั่นคง ราวกับราชสีห์ที่กำลังเดินเข้าหาเหยื่อในกรงขัง กลิ่นกายเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นบุหรี่ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นอายแดดและเหงื่อของผู้ชายสายลุย—พุ่งเข้าปะทะจมูกทันทีที่เขาย่างก้าวเข้ามาประชิดตัว รินรดาผถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับบานประตูไม้หนาหนักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หนีไม่พ้น... พยัคฆ์หยุดยืนห่างจากเธอเพียงคืบเดียว ส่วนสูงของเขาทำให้รินรดาต้องแหงนหน้าขึ้นมอง ใบหน้าคมคายดุดันราวกับรูปสลักของเขานิ่งสนิท ไร้รอยยิ้ม มีเพียงประกายไฟในแววตาคู่นั้นที่ลุกโชนด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนและอำนาจที่เหนือกว่า "สัญญาจ้างงั้นเหรอ..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยชิดริมหูของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกซู่ "ที่นี่ไม่มีกฎหมายอื่น... นอกจากกฎของฉันคนเดียว จำไว้รินรดา" มือหนาหยาบกร้านเอื้อมมาแตะที่ปลายคางมนของเธออย่างถือวิสาสะ นิ้วหัวแม่มือหยาบไต่ไล้กรอบหน้าเนียนนุ่มอย่างจงใจ รินรดารู้สึกเหมือนผิวเนื้อตัวเองร้อนฉ่าราวกับถูกไฟลน เธอสะบัดหน้าหนีสัมผัสนั้นด้วยความถือดี ดวงตากลมโตตวัดมองเขาอย่างไม่เกรงกลัว "กรุณาให้เกียรติด้วยค่ะ ฉันมาทำงาน ไม่ใช่..." "ไม่ใช่ตัวเลือกบนเตียงของฉันงั้นรึ?" พยัคฆ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและท้าทาย นิ้วแกร่งเปลี่ยนจากการแตะคางมาเป็นการบีบกระชับคางเธอไว้แน่นบังคับให้หันกลับมาสบตา "ถ้าคิดจะอยู่ที่นี่ หลับหูหลับตาทำบัญชีไปเงียบๆ อย่าอวดดีให้มากนัก... เพราะผู้หญิงที่คิดลองดีกับฉัน สุดท้ายไม่เคยมีใครได้กลับออกไปในสภาพเดิมสักคน" แรงบีบที่คางไม่ได้รุนแรงจนเจ็บปวด แต่หนักหน่วงจนทำให้เธอหายใจติดขัด รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธผสมผสานกับความตื่นกลัววิ่งพล่านไปทั่วกระแสเลือด เธอไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนที่คุกคามทางความรู้สึกและร่างกายได้รุนแรงเท่านี้มาก่อน ร่างกายของเขาร้อนผ่าวราวกับเตาไฟที่แผดเผาเข้ามาใกล้จนพื้นที่หายใจแทบไม่มี ทว่า... ในความหวาดหวั่นนั้น กลับมีกระแสไฟฟ้าบางอย่างแล่นพล่านไปทั่วร่างอย่างน่าประหลาด แรงดึงดูดอันตรายระหว่างพวกเขากำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันและรวดเร็วเกินกว่าจะควบคุม ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเปล่งวาจาโต้ตอบอะไรกลับไป ประตูห้องทำงานก็ถูกผลเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของลูกน้องคนสนิทที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "นายใหญ่ครับ! แย่แล้วครับ... คนงานฝั่งแปลงสามเจอศพคนของเราถูกมัดติดกับเสารั้ว พร้อมกับสัญลักษณ์เตือนภัยจากแก๊งไอ้ชาติ... มันประกาศสงครามกับเราแล้วครับ!" ดวงตาคมกริบของพยัคฆ์ไหววับเป็นประกายความเหี้ยมเกรียมในเสี้ยววินาที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่จนบรรยากาศในห้องลดอุณหภูมิลดฮวบทันที เขาละสายตาจากใบหน้าตื่นตะลึงของรินรดาช้าๆ ก่อนจะหันไปมองลูกน้องด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก แต่ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวเดินออกไปจากห้อง พยัคฆ์กลับหันกลับมาหาหญิงสาวที่ยังคงยืนพิงประตูอยู่ ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมากระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ "เกมมันเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น... รินรดา ห้ามหนีไปไหนเด็ดขาดจนกว่าฉันจะกลับมาจัดการเธอ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ดินแดนเถื่อนดิบและเร่าร้อนนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดือดรอยสลักเถื่อนบนเรือนร่างนายไร่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%