ฝุ่นสีแดงฉานที่ฟุ้งตลบตามแรงเหวี่ยงของล้อยางรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อ ไม่ได้ระคายเคืองสายตาคู่คมที่จดจ้องมองผ่านกระจกเงาสักนิดเดียว รินรดากำสายกระเป๋าเดินทางหนังแท้ในมือแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขาวซีด ความร้อนระอุของผืนดินแถบชายแดนภาคตะวันตกแผดเผาทะลุกระจกเข้ามาจนแผ่นหลังชุ่มเหงื่อ แต่สิ่งที่ร้อนยิ่งกว่าอุณหภูมิภายนอก คือบรรยากาศกดดันภายในห้องทำงานกว้างขวางโอ่โถงที่ถูกตกแต่งด้วยไม้เนื้อแข็งราคาแพง
กลิ่นอายของไร่ศิลาพยัคฆ์ดิบเถื่อนและทรงพลัง สมชื่อเจ้าของไร่ผู้สร้างอาณาจักรนี้ขึ้นมาจากกองเลือดและหยาดเหงื่อ
โต๊ะทำงานตัวใหญ่ตั้งอยู่ลึกสุดสายตา ด้านหลังเป็นหน้าต่างกระจกบานโตที่เผยให้เห็นทิวแถวของไร่อ้อยสุดลูกหูลูกตา ไร่อ้อยที่ถูกโอบล้อมด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จของชายผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร และในวินาทีนี้... เขากำลังนั่งไขว่ห้างประสานมือไว้บนตัก มองตรงมายังเธอด้วยสายตาราวกับจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว
"ยินดีต้อนรับสู่ไร่ศิลาพยัคฆ์... คุณนักบัญชีคนสวยจากเมืองกรุง"
เสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนหินบดกันในลำคอ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน พยัคฆ์ (ศิลา กิตติธาดา) ไม่ได้ลุกขึ้นต้อนรับ เขายังคงนั่งนิ่งอยู่ในเงาสลัวของห้อง ดวงตาคมกริบสีสนิมเหล็กใต้คิ้วหนาเข้มคู่นั้นกวาดสำรวจเรือนร่างของเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างอุกอาจ ไร้ซึ่งมารยาท แต่มันเต็มไปด้วยสัญชาตญาณดิบของนักล่าที่กำลังตีตราเหยื่อในอาณาเขตของตัวเอง
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามซ่อนความสั่นไหวในอกไว้ภายใต้ใบหน้านิ่งสงบที่ฉาบด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นทางการ
"ดิฉันรินรดาค่ะ มารับหน้าที่ดูแลบัญชีตามสัญญาจ้าง หวังว่าทางไร่จะเตรียมเอกสารทั้งหมดไว้พร้อมแล้วนะคะ" เสียงหวานเอ่ยอย่างมั่นใจ แม้หัวใจจะเต้นรัวรากับกลองศึกเมื่อเห็นเขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
พยัคฆ์แค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนขึ้นจนเผยให้เห็นรอยสักรูปพยัคฆ์ลายเส้นดุดันพาดผ่านท่อนแขนกำยำ กล้ามเนื้อทุกมัดภายใต้เนื้อผ้าเคลื่อนไหวอย่างทรงพลัง เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เธอทีละก้าว... ช้าๆ ทว่ามั่นคง ราวกับราชสีห์ที่กำลังเดินเข้าหาเหยื่อในกรงขัง
กลิ่นกายเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นบุหรี่ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นอายแดดและเหงื่อของผู้ชายสายลุย—พุ่งเข้าปะทะจมูกทันทีที่เขาย่างก้าวเข้ามาประชิดตัว รินรดาผถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับบานประตูไม้หนาหนักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หนีไม่พ้น...
พยัคฆ์หยุดยืนห่างจากเธอเพียงคืบเดียว ส่วนสูงของเขาทำให้รินรดาต้องแหงนหน้าขึ้นมอง ใบหน้าคมคายดุดันราวกับรูปสลักของเขานิ่งสนิท ไร้รอยยิ้ม มีเพียงประกายไฟในแววตาคู่นั้นที่ลุกโชนด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนและอำนาจที่เหนือกว่า
"สัญญาจ้างงั้นเหรอ..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยชิดริมหูของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกซู่ "ที่นี่ไม่มีกฎหมายอื่น... นอกจากกฎของฉันคนเดียว จำไว้รินรดา"
มือหนาหยาบกร้านเอื้อมมาแตะที่ปลายคางมนของเธออย่างถือวิสาสะ นิ้วหัวแม่มือหยาบไต่ไล้กรอบหน้าเนียนนุ่มอย่างจงใจ รินรดารู้สึกเหมือนผิวเนื้อตัวเองร้อนฉ่าราวกับถูกไฟลน เธอสะบัดหน้าหนีสัมผัสนั้นด้วยความถือดี ดวงตากลมโตตวัดมองเขาอย่างไม่เกรงกลัว
"กรุณาให้เกียรติด้วยค่ะ ฉันมาทำงาน ไม่ใช่..."
"ไม่ใช่ตัวเลือกบนเตียงของฉันงั้นรึ?" พยัคฆ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและท้าทาย นิ้วแกร่งเปลี่ยนจากการแตะคางมาเป็นการบีบกระชับคางเธอไว้แน่นบังคับให้หันกลับมาสบตา "ถ้าคิดจะอยู่ที่นี่ หลับหูหลับตาทำบัญชีไปเงียบๆ อย่าอวดดีให้มากนัก... เพราะผู้หญิงที่คิดลองดีกับฉัน สุดท้ายไม่เคยมีใครได้กลับออกไปในสภาพเดิมสักคน"
แรงบีบที่คางไม่ได้รุนแรงจนเจ็บปวด แต่หนักหน่วงจนทำให้เธอหายใจติดขัด รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธผสมผสานกับความตื่นกลัววิ่งพล่านไปทั่วกระแสเลือด เธอไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนที่คุกคามทางความรู้สึกและร่างกายได้รุนแรงเท่านี้มาก่อน ร่างกายของเขาร้อนผ่าวราวกับเตาไฟที่แผดเผาเข้ามาใกล้จนพื้นที่หายใจแทบไม่มี
ทว่า... ในความหวาดหวั่นนั้น กลับมีกระแสไฟฟ้าบางอย่างแล่นพล่านไปทั่วร่างอย่างน่าประหลาด แรงดึงดูดอันตรายระหว่างพวกเขากำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันและรวดเร็วเกินกว่าจะควบคุม
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเปล่งวาจาโต้ตอบอะไรกลับไป ประตูห้องทำงานก็ถูกผลเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของลูกน้องคนสนิทที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"นายใหญ่ครับ! แย่แล้วครับ... คนงานฝั่งแปลงสามเจอศพคนของเราถูกมัดติดกับเสารั้ว พร้อมกับสัญลักษณ์เตือนภัยจากแก๊งไอ้ชาติ... มันประกาศสงครามกับเราแล้วครับ!"
ดวงตาคมกริบของพยัคฆ์ไหววับเป็นประกายความเหี้ยมเกรียมในเสี้ยววินาที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่จนบรรยากาศในห้องลดอุณหภูมิลดฮวบทันที เขาละสายตาจากใบหน้าตื่นตะลึงของรินรดาช้าๆ ก่อนจะหันไปมองลูกน้องด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก
แต่ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวเดินออกไปจากห้อง พยัคฆ์กลับหันกลับมาหาหญิงสาวที่ยังคงยืนพิงประตูอยู่ ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมากระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ
"เกมมันเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น... รินรดา ห้ามหนีไปไหนเด็ดขาดจนกว่าฉันจะกลับมาจัดการเธอ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ดินแดนเถื่อนดิบและเร่าร้อนนี้ไปด้วยกันนะครับ
เดือดรอยสลักเถื่อนบนเรือนร่างนายไร่•ตอนที่ 1
ก้าวแรกสู่ดินแดนต้องห้าม
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดือดรอยสลักเถื่อนบนเรือนร่างนายไร่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
